เมื่อวันที่ 9 ก.ค. 69 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 2 ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณากระทู้ถามสดด้วยวาจาของนายภัณฑิล น่วมเจิม สส.กทม. พรรคประชาชน ตั้งถามนายกรัฐมนตรี เรื่อง แนวทางการป้องกันการลักลอบส่งออกกัญชาที่ยังเป็นยาเสพติดและสินค้าผิดกฎหมายในหลายประเทศ แต่นายกฯ ติดภารกิจ มอบหมาย พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม ตอบชี้แจงกระทู้แทน
นายภัณฑิล กล่าวว่า น่าเสียดาย นายกฯ เป็นผู้เชี่ยวชาญที่สุดในวงการนี้ ไม่ได้มาตอบกระทู้ด้วยตัวเอง เรื่องนี้ใหญ่กว่ากระทรวงยุติธรรม หรือสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) เพราะอาจเกี่ยวข้องต้นทางจากชายแดนประเทศเพื่อนบ้านหรือไม่ ระหว่างทางมาจนถึงปลายทางไปส่งออก อาจเกี่ยวข้องกับศุลกากร สนามบินหรือไม่ มันเกี่ยวข้องหลายหน่วยงาน หน้างานยังเละตุ้มเป๊ะเหมือนเดิม ปัญหาคือมีการผลิตเยอะมาก สามารถสาวไปถึงต้นตอหรือไม่ก็ยังไม่รู้ นอกจากนี้ยังเจอภาวะอิ่มตัวจากกรณีนักท่องเที่ยวใช้กัญชาเพื่อสันทนาการ อ้างมาตลอดว่าเป็นกัญชาทางการแพทย์ เป็นพืชเศรษฐกิจ แต่สุดท้ายจบที่สันทนาการ ถึงขั้นที่ว่าจะต้องส่งออกแล้ว เพราะตลาดในประเทศมันขายไม่ได้แล้วหรือไม่
“เรื่องนี้สำคัญมากๆ ที่นายกฯ ต้องมาตอบเองโดยตรงในฐานะหัวหน้ารัฐบาล ในฐานะอดีตรมว.สาธารณสุข ผู้ผลักดันนโยบายกัญชาเป็นพืชเศรษฐกิจ ปากว่าตาขยิบ สุดท้ายเป็นสันทนาการ เดินไปที่ไหนก็ได้ มีเงินแค่ 200-300 บาท ซื้อได้หมด สื่อต่างประเทศก็ยกให้ท่านเป็นแคนนาบิส คิง เป็นราชาแห่งกัญชา” นายภัณฑิล กล่าว
นายภัณฑิล กล่าวต่อว่า ตัวเลขล่าสุดของกรมศุลกากรในรอบ 9 เดือนของปีงบประมาณนี้ มีการตรวจยึดจับกุมลักลอบส่งกัญชาไปยังประเทศต่างๆ กว่า 3,300 คดี ของกลางรวม 3.7 หมื่นกว่ากิโลกรัม มูลค่า 400-500 ล้านบาท จนไทยจะกลายเป็นฐานการส่งออกอันดับ 1 ของโลกแล้วในเรื่องกัญชา นี่คือสัญญาณระบบการควบคุมกัญชามีช่องว่างใหญ่พอให้กัญชาหลายหมื่นกิโลไหลไปสู่หน้าด่านเพื่อค้าออกยังประเทศปลายทาง รัฐบาลไทยจะคุมอยู่หรือไม่ จึงถามไปยังรมว.ยุติธรรม 1.รัฐบาลจะยอมรับหรือไม่ว่ามีการลักลอบส่งออกกัญชาในรอบ 9 เดือนตามที่ตนพูดไป 2.นายกฯ ในฐานะผู้ผลักดันนโยบายนี้ตั้งแต่ต้น จะแสดงความรับผิดชอบเชิงนโยบายนี้อย่างไร

ด้าน รมว.ยุติธรรม ชี้แจงว่า รัฐบาลกำลังเร่งรัดแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยเฉพาะมาตรการลักลอบนำกัญชาไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ทาง ป.ป.ส.ได้ดำเนินการในรอบ 3 เดือนที่ผ่านมา มีจำนวนทั้งสิ้น 8 คดี จำนวนของกลางรวม 5,119 กิโลกรัม ส่วนหนึ่งเกิดจากการที่มีบุคคลรู้เห็นหรือไม่ พฤติการณ์ต่างๆ โดยเฉพาะสายการบิน และแอร์โฮสเตสที่รับผิดชอบในเรื่องการขนส่ง ซึ่งเรื่องนี้ทางนายกฯ ได้มีการประชุมร่วมกับ ป.ป.ส. การท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย สถาบันการบินพลเรือน และการบินไทย มีมติโดยสรุปคือ เพิ่มมาตรการตรวจสอบ เพิ่มอุปกรณ์ เครื่องมือการตรวจสอบ เพิ่มสุนัขตำรวจ K9 ส่วนการบินไทย รวมถึงสายการบินอื่นๆ ได้ออกประกาศห้ามลูกเรือรับจ้างรับส่งสินค้าอย่างเด็ดขาด หากพบการกระทำผิดต้องไล่ออก มีการสุ่มตรวจเพจรับจ้างหิ้วของ รวมถึงสุ่มตรวจนักบิน ที่จะเดินทางไปประเทศสุ่มเสี่ยงต่อการลักลอบขนกัญชาอีกด้วย นอกจากนี้ มาตรการในช่วงที่ร่าง พ.ร.บ.กัญชา กัญชง พ.ศ. …. กำลังอยู่ระหว่างการดำเนินการตามขั้นตอน ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกันสุ่มตรวจใบอนุญาตร้านค้าร้านจำหน่ายกัญชา หากพบว่าไม่มีการต่อใบอนุญาต จะทำการจับกุม ตลอดจนการสูบเสพในร้านค้า เรามีมาตรการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง
จากนั้นนายภัณฑิล ถามต่อว่า ร่าง พ.ร.บ.กัญชาฯ ฉบับนี้รู้รายละเอียดหรือไม่ว่าจะปิดช่องโหว่เรื่องการขออนุญาตปลูก อนุญาตผลิต ควบคุมปริมาณได้หรือไม่ ส่วนการสาวกลับไปยังต้นทางการลักลอบขนกัญชาในเชิงระบบ รัฐบาลสามารถสาวไปถึงต้นทางได้กี่คดี ใครคือผู้รับผลประโยชน์แท้จริง ใครถือหุ้น ใครมีอำนาจควบคุม ใช้ทุนอำพรางเข้ามาเกี่ยวข้องหรือไม่ เพราะปริมาณมีจำนวนมาก รัฐบาลมีฐานข้อมูลกลางหรือไม่ที่เชื่อมระหว่างฟาร์ม ร้านค้า สต๊อก ขนส่ง ถึงขาออกที่ด่าน หากตอบไม่ได้ แสดงว่ารัฐบาลคุมไม่ได้ รู้หรือไม่ใครอยู่เบื้องหลังฟาร์ม ร้าน หรือบริษัท ประชาชนจะมั่นใจได้อย่างไรว่าร่างฯ ที่ออกมาไม่ได้เปิดช่องให้กลุ่มผลประโยชน์บางกลุ่มเข้ามาเก็บเกี่ยว
“ร้านกัญชาในสุขุมวิท ภูเก็ต พัทยามีเป็นดอกเห็ด ไม่ต้องมีใบสั่งแพทย์ คนมาขายเป็นแรงงานต่างด้าว ท่านไปดูกับผมได้เลย มีเงิน 200 บาท ซื้อได้ทันที สูบข้างถนนก็ไม่มีใครจับ สุขุมวิทนี่แทบจะเขียวไปหมดแล้ว” นายภัณฑิล กล่าว
พล.ต.ท.รุทธพล ชี้แจงว่า ร่าง พ.ร.บ.กัญชาฯ ขณะนี้มีเสนอเข้ามาประมาณ 7 ฉบับ กำลังอยู่ในขั้นตอนพิจารณาว่าจะรับร่างฯ ใดเข้ามาพิจารณาและนำไปบังคับใช้ ส่วนรายละเอียดต่างๆ ตนไม่สามารถตอบได้จริงๆ เนื่องจากแต่ละร่างฯ มีข้อกำหนดมากน้อยต่างกัน ขณะที่กรณีช่องโหว่จากมาตรการการควบคุม ยืนยันรัฐบาลมีมาตรการควบคุมการลักลอบการนำเข้าอย่างเข้มงวด กระทรวงยุติธรรม โดย ป.ป.ส.ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง มีสถิติการจับกุมอย่างชัดเจน ตนทราบปัญหาเหล่านี้ แต่อยากให้ทุกคนรับทราบถึงมูลเหตุของปัญหา เราจะได้ช่วยกันแก้ปัญหา เพราะปัญหายาเสพติดไม่ใช่ของคนใดคนหนึ่ง ทั้งนี้ สถานการณ์ปัจจุบันของกัญชา ขณะนี้เราอยู่ในช่วงปรับสมดุล หน่วยงานของรัฐจะพยายามให้มีการใช้เฉพาะทางการแพทย์เท่านั้น ส่วนจะมีการสาวถึงต้นตอได้กี่คดี เป็นเรื่องรายละเอียดสำนวนของทางคดี ไม่สามารถนำมาชี้แจงได้
นายภัณฑิล จึงกล่าวว่า ประชาชนน่าจะไม่ได้แค่ต้องการให้เข้มงวดกับช่อดอกกัญชาในฐานะยาเสพติดเท่านั้น แต่ตนว่าประชาชนน่าจะต้องการยาอีกแบบหนึ่งคือยาเบื่อหนู เบื่อกับคำแก้ตัวเดิมๆ ยาเบื่อหนู ทำให้นายเลิศศักดิ์ ในฐานะประธานการประชุม วินิจฉัยให้นายภัณฑิล ถอนคำว่ายาเบื่อหนู เนื่องจากเป็นคำพูดเสียดสี ไม่เหมาะสมตามข้อบังคับการประชุม ระหว่างนั้นมี สส.พรรคภูมิใจไทย ลุกขึ้นประท้วงขอให้นายภัณฑิลถอนคำพูดเช่นกัน ทำให้นายภัณฑิล ยอมถอนคำว่าหนูออก เหลือเพียงยาเบื่อ และกล่าวทิ้งท้ายว่า ยามันเบื่อมากแล้ว ประชาชนไม่ได้รับการแก้ไขปัญหาสักที เบื่อ.



