เมื่อเวลา 10.45 น. วันที่ 10 ก.ค. ที่อาคารรับรอง ด่านศุลกากรสะเดาแห่งใหม่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย และนางธนนนท์ ชาญวีรกูล ภริยา เป็นประธานในพิธีเปิดถนนเชื่อมด่านศุลกากรสะเดา จ.สงขลา แห่งใหม่ กับด่านบูกิตกายูฮิตัม รัฐเกดะฮ์ ของมาเลเซีย  

นายอนุทิน ได้เป็นสักขีพยานในพิธีรับมอบความช่วยเหลือแบบให้เปล่าจากธนาคารพัฒนาเอเชีย (Asian Development Bank: ADB) จำนวน 2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อสนับสนุนการบรรเทาผลกระทบและฟื้นฟูความเสียหายจากสถานการณ์มหาอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดสงขลา โดยกระทรวงการคลังได้ลงนามรับความช่วยเหลือแบบให้เปล่าจาก ADB ภายหลังคณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติให้รับความช่วยเหลือดังกล่าวในนามรัฐบาลไทย เพื่อนำไปฟื้นฟูพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในจังหวัดสงขลาเมื่อปี 2568

เมื่อนายกฯ เดินทางมาถึงด่านสะเดาแห่งใหม่ ได้เดินข้ามมายังด่านบูกิตกายูฮิตัม รัฐเกดะฮ์ เพื่อเปิดแผ่นจารึก โดยมีนายอันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย และภริยา ให้การต้อนรับ เมื่อนายกฯ ทั้ง 2 เจอกัน ได้สวมกอดกันและจับมือทักทาย 

จากนั้นนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย เป็นเจ้าภาพจัดเลี้ยงอาหารกลางวัน เพื่อเป็นเกียรติแก่นายกรัฐมนตรี และคณะ โดยมีเมนูอาหารหลัก คือ ข้าวบาสมาตี แกงเนื้อวัวต้นกล้วยแบบดั้งเดิม ไก่อบซัมบัลแปร์ซิก ปลาหมึกผัดพริก ปลากะพงแดงเสิร์ฟพร้อมซอสเปรี้ยวหวาน สลัดผักรวมแบบดั้งเดิมท้องถิ่น ของหวานเป็นทุเรียนเซนดอล ของหวานสไตล์มาเลเซีย เป็นต้น

จากนั้น นายกฯ ทั้ง 2 ประเทศกล่าวเปิดด่านอย่างเป็นทางการ โดยนายอนุทิน​ กล่าวขอบคุณ นายอันวาร์ ที่ให้เกียรติร่วมเป็นประธานในพิธี พร้อมทั้งชื่นชมความร่วมมืออย่างใกล้ชิดในการขับเคลื่อนการพัฒนาในทุก ๆ ด้าน รวมถึงความมุ่งมั่นที่จะสร้างสันติสุข และการพัฒนาเศรษฐกิจในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ของไทย-ภาคเหนือของมาเลเซีย เป้าหมายสู่การสร้างโอกาสใหม่ทางเศรษฐกิจของภูมิภาค

ด่านสะเดาใหม่นี้ไม่ได้เป็นเพียงโครงสร้างพื้นฐาน แต่เป็นประตูเศรษฐกิจที่จะเชื่อมโยงผู้คน การค้า และการลงทุนของทั้งสองประเทศให้ใกล้ชิดยิ่งขึ้น โดยด่านสะเดา-บูกิตกายูฮิตัม ถือเป็นประตูการค้าชายแดนที่สำคัญที่สุดของไทยกับมาเลเซีย และเป็นหนึ่งในเส้นทางขนส่งหลักของภูมิภาค อำนวยความสะดวกทั้งการขนส่งสินค้า การท่องเที่ยว และการเดินทางระหว่างสองประเทศ

นายกฯ กล่าวต่อว่า รัฐบาลเชื่อว่า เมื่อถนนเชื่อมต่อเปิดใช้งานเต็มรูปแบบ จะช่วยลดความแออัดบริเวณด่าน ลดระยะเวลารอคอยและต้นทุนด้านโลจิสติกส์ ทำให้ผู้ประกอบการส่งออกนำเข้าสินค้าได้รวดเร็วขึ้น เกษตรกรสามารถนำผลผลิตออกสู่ตลาดได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ขณะที่ธุรกิจขนส่ง การท่องเที่ยว โรงแรม ร้านอาหาร และบริการในจังหวัดชายแดน ก็จะได้รับอานิสงส์จากการเดินทางที่สะดวกขึ้น ทั้งนี้ จากการหารืออย่างเป็นทางการกับนายกรัฐมนตรีมาเลเซียเมื่อวานนี้ ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะเร่งพัฒนาการเชื่อมโยงพื้นที่ชายแดน ทั้งในพื้นที่สงขลา-เกดะฮ์ สตูล-เปอร์ลิส และนราธิวาส-กลันตัน ควบคู่กับการผลักดันเขตเศรษฐกิจชายแดน การอำนวยความสะดวกด้านศุลกากรและการตรวจคนเข้าเมือง เพื่อเพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจของประชาชนทั้งสองประเทศ

ไทยและมาเลเซียตั้งเป้าร่วมกันให้ขยายมูลค่าการค้าให้ถึง 30,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยมูลค่าการค้าผ่านด่านสะเดาเพียงด่านเดียวคิดเป็นสัดส่วนกว่าร้อยละ 80 ของการค้าชายแดนไทย-มาเลเซีย ทั้งหมด สะท้อนบทบาทของพื้นที่แห่งนี้ในฐานะหัวใจของการค้าและโลจิสติกส์ระหว่างสองประเทศ

ทั้งนี้ ด่านสะเดา ตั้งอยู่ที่ตำบลสำนักขาม อำเภอสะเดา ในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษจังหวัดสงขลา มีพื้นที่โครงการกว่า 596 ไร่ มีการจัดช่องตรวจรถยนต์ฝั่งละ 11 ช่อง ช่องตรวจคนเข้าเมืองฝั่งละ 14 ช่อง และอาคารตรวจสินค้า หรือ Cargo Terminal รองรับรถบรรทุกเข้า-ออกขาละ 8 ช่องตรวจ พร้อมติดตั้งระบบ X-ray แบบ Fast Scan 2 เครื่อง และเครื่องชั่งน้ำหนักรถบรรทุก เพื่อเพิ่มความรวดเร็วและความแม่นยำในการตรวจปล่อยสินค้า