เมื่อวันที่ 10 ก.ค. พลตรี ธารา เจนตลอด ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 13 ได้เป็นประธานในการนำกำลังพลประกอบพิธี ถวายราชสักการะ ถวายพวงมาลา และกล่าวสดุดีเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ต่อหน้า พระบรมราชานุเสาวรีย์สมเด็จพระนารายณ์มหาราช ณ ลานธรรมชัย ภายในมณฑลทหารบกที่ 13 อำเภอเมืองลพบุรี เนื่องโอกาสคล้ายวันสวรรคตสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ครบรอบ 338 ปี ทั้งนี้เพื่อเป็นการน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ ของสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ที่ได้ขึ้นเสวยราชสมบัติ เป็นพระมหากษัตริย์องค์ที่ 27 แห่งกรุงศรีอยุธยา เสวยราชย์ที่กรุงศรีอยุธยา

ซึ่งสมเด็จพระนารายณ์มหาราชพระองค์ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ผู้ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณแก่อาณาประชาราษฎร และบ้านเมืองอย่างมากมาย สมเด็จพระนารายณ์มหาราช เป็นพระราชโอรสในสมเด็จพระเจ้าปราสาททอง ทรงพระราชสมภพเมื่อวันจันทร์ เดือนยี่ ปีวอก พุทธศักราช 2175 เมื่อทรงพระเยาว์ได้ทรงศึกษาวิชาการต่าง ๆ จนแตกฉาน มีความเชี่ยวชาญในหลาย ๆ ด้าน ทั้งศิลปะวิชาโตรเภท ยุทธศาสตร์ และการปกครอง เมื่อพระชนมายุ 25 พรรษาได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้ประกอบพระราชพิธีบรมราชาภิเษกขึ้นเสวยราชสมบัติเป็นพระมหากษัตริย์องค์ที่ 27 แห่งกรุงศรีอยุธยา ทรงมีพระราชดำริให้สถาปนาเมืองเก่าคือ เมืองลวปุระ หรือลพบุรีในปัจจุบันเป็นราชธานีที่ 2 รวมทั้งเสด็จแปรพระราชฐานประทับที่ลพบุรีเป็นประจำทุกปี

นอกจากนี้พระองค์ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจในด้านต่าง ๆ นานัปการ ทั้งในด้านการสงคราม การปกครองอาณาประชาราษฎร์ด้วยทศพิธราชธรรม การเจริญสัมพันธไมตรีกับต่างชาติ ทรงจัดให้มีการแลกเปลี่ยนทางการฑูตที่ทำให้ผลแห่งการกระชับสัมพันธไมตรีกับประเทศต่าง ๆ ในยุโรปเป็นผลให้เกิดการถ่ายเทศิลปะวิทยาการ และอารยธรรม ซึ่งยังความเจริญในด้านการศึกษา วิทยาการ การค้าขาย และด้านสถาปัตยกรรมต่าง ๆ แก่ราชอาณาจักร รวมทั้งพระองค์ยังทรงมีพระปรีชาในด้านศิลปะวรรณคดีเป็นอย่างยิ่งได้ทรงพระราชนิพนธ์วรรณคดีไทยไว้หลายเรื่อง เช่น สมุทรโมษคำฉันท์ พระราชพงศาวดารกรุงเก่า ตำราพระโอสถพระนารายณ์

สมเด็จพระนารายณ์มหาราช ทรงประชวร และเสด็จสวรรคต เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม พุทธศักราช 2231 ทรงครองสิริราชสมบัติเป็นเวลา 32 ปี รวมพระชนมายุได้ 56 พรรษา ซึ่งการจัดกิจกรรมดังกล่าวเป็นการน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณและเป็นการแสดงออกถึงความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์