เมื่อวันที่ 10 ก.ค. ที่ ม.ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ มีการจัดเวทีสัมมนา “2 ปีคดีฮั้วสว.ไปถึงไหน” โดยมีนายปริญญา เทวานฤมิตรกุล อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นายเทวฤทธิ์ มณีฉาย สมาชิกวุฒิสภา นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน และนายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ร่วมด้วย

นายสมชัย กล่าวว่า คณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนชุดที่ 26 มีความชอบธรรม มีการทำงานอย่างจริงจัง ตนมีโอกาสได้คุยกับประธานอนุกรรมการ ในคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนชุดที่ 26 รับทราบว่า มีการประชุมทุกวัน และมีความเห็นว่า ดำเนินคดีบุคคล 229 คน เมื่อส่งมา กกต. ก็จำเป็นต้องผ่านคณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาหรือข้อโต้แย้ง มีการตั้งอนุกรรมการวินิจฉัยฯ ชุดที่ 36 ซึ่งทำได้ แต่ต้องเอาคนที่สังคมไม่ตั้งข้อครหา สังคมไม่ติฉินนินทา เอาคนที่มีความรู้ความสามารถจริงๆ มาทำหน้าที่นี้ แต่ปรากฏว่า คนที่มาเป็นมีเสียงครหามากมาย บางคนไปยืนรับนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และรมว.มหาดไทย ที่สนามแข่งรถ ซึ่งไม่สมควร เพราะเป็นผู้ที่จะวินิจฉัยเรื่องนี้ มันไม่ถูกต้อง 

นอกจากนี้ ยังมีคำถามอีกว่าแล้วทำงานกันอย่างไร ไม่มีคำตอบที่ชัดเจน กระทั่งมีตัวแทน กกต. มาชี้แจงต่อ กมธ. ว่า อนุกรรมการวินิจฉัยฯ มี 7 คน เบี้ยประชุม 2,500 บาท ประชุมได้ 1 เดือน ไม่เกิน 2 ครั้ง หากจะเอาเบี้ยประชุม มีกรอบเวลาทำงาน 3 เดือน แต่กว่าจะเริ่มช้าไปเกือบ 1 เดือน ก่อนจะวินิจฉัยว่ายกคำร้อง 229 คน โดยใช้เวลา 5 เดือน ตนไม่รู้ว่าในระยะเวลาดังกล่าวประชุมไปกี่วัน ถ้าคิดว่าประชุมตามเบี้ยประชุม น่าจะประชุม 8 ครั้ง ตนให้ 10 ครั้งเลย ถ้า 10 ครั้งก็ยังดูจะเก่งไปสักนิดที่ยกคำร้องเลย ใช้อะไรคิดในการพิจารณาว่า สมควรยกคำร้องทั้งหมด 

นายสมชัย กล่าวว่า ที่ประชุมใหญ่ กกต.จะวินิจฉัยอย่างไร จะฟังชุดไหน คณะกรรมการฯ ชุดที่ 26 คือ ชั้นต้นอนุกรรมการวินิจฉัยฯ ชุดที่ 36 คือ ชั้นกลาง กกต.คือ ชั้นสูง ที่จะต้องลงมติ ถ้าโดยตรรกะต้องฟังชุดที่ 36 เพราะเป็นตัวกรอง ชั้นกลาง แต่อยากบอกว่า แล้วแต่ กกต. อยากจะกำหนดชะตาชีวิตอย่างไร ไม่จำเป็นต้องฟังชุดไหนก็ได้ เพราะกระบวนการที่มาจากข้างล่างจนถึงข้างบน ไม่ว่าใครให้ความเห็นอย่างไร สุดท้ายการตัดสินใจอยู่ที่ กกต. 7 คน การตัดสินใจไปทางใดทางหนึ่ง ถ้าผิดขึ้นมาจะอ้างว่า ลูกน้องชงขึ้นมาไม่ได้ ต้องรับผิดชอบในฐานะการตัดสินใจของคุณเอง

“กกต.จะทำตามที่ตัวเองพูดว่า 3 เดือนจบได้หรือไม่ ประมาณเดือน ส.ค. แต่ไม่ได้เป็นข้อกำหนดที่ตายตัว จึงมีความเป็นไปได้ว่า อาจจะขยายเวลาเพื่อหายใจอะไรมากกว่านี้  สังคมไม่มั่นใจว่า กกต.จะปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นอิสระ ปราศจากการแทรกแซงจากการเมืองหรือไม่ เพราะ 4 ใน 7 กกต.ที่จะต้องลงมติชี้ขาด มาจากการรับรองโดย สว. ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในสำนวนคดีนี้ จึงเป็นการขัดกันของผลประโยชน์ชัดเจน กกต.ชุดนี้ยังเป็นผู้ตั้งอนุกรรมการวินิจฉัยฯ ชุดที่ 36 ขึ้นมา ซึ่งถูกตั้งคำถามถึงความจำเป็นในการตั้ง กระบวนการ และคุณสมบัติของอนุกรรมการแต่ละคน แต่สิ่งที่ค้านสายตาสังคมคือ ภายใต้บริบทของหลักฐานที่มีอยู่จำนวนมาก อนุกรรมการทั้ง 7 คน กลับมีมติว่า จาก 229 คน ไม่มีใครทำผิดแม้แต่คนเดียว สังคมจึงไม่ไว้วางใจ กกต.” 

นายพริษฐ์ กล่าวว่า กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พบข้อพิรุธในการปฏิบัติหน้าที่ 2 ประการ คือ 1.เกิดขึ้นวันที่ 8 ธ.ค. 68 แค่ 4 วันก่อนยุบสภา กลับสรุปสำนวนให้อัยการสั่งฟ้องทั้งหมด 8 คน คำถามคือ ทำไมถึงด่วนสรุปสั่งฟ้องแค่จำนวนดังกล่าว เป็นไปได้หรือไม่ว่า ทางรัฐบาลไม่มั่นใจว่า พอกำลังจะยุบสภาจะกลับมาเป็นรัฐบาล กำกับดูแลกระทรวงยุติธรรม ดีเอสไอ หรือไม่ จึงเร่งตัดตอนหรือไม่ 2.พอดีเอสไอเสนอให้ฟ้อง 8 คน อัยการตีกลับมาให้สอบสวนเพิ่มเติม ขยายผลไปสู่ผู้ร่วมขบวนการคนอื่น แต่ข้อมูลที่ได้รับมาขณะนี้ ดีเอสไอเหมือนกับว่า อยู่ในสภาวะปล่อยเกียร์ว่างชั่วคราว เพื่อรอดูมติ กกต.ต้นเดือน ก.ย.เป็นอย่างไร จึงเกิดข้อกังวลว่า ดีเอสไอกำลังรอหรือไม่ หาก กกต.มีมติเป่าคดี ไม่ส่งเรื่องไปที่ศาล ดีเอสไอจะได้เอามติ กกต.เป็นหลังพิงในการเป่าคดีของดีเอสไอเช่นกัน 

นอกจากนี้ มีเหตุการณ์ล่าสุดมีการปลดนางพงษ์สวาท นีละโยธิน ออกจากปลัดกระทรวงยุติธรรม ท่ามกลางข้อครหาว่า เพราะปลัดคนนี้ไม่สามารถสนองความต้องการของฝ่ายการเมืองได้ มันก็อดสงสัยไม่ได้ว่า ความต้องการของฝ่ายการเมืองนี้ เป็นความต้องการที่เกี่ยวข้องกับการโยกย้ายบุคลากรในดีเอสไอ

“ที่เรากังวลคือ จะมีความพยายามในการลดทอนกระแสสังคม โดยไม่เป่าคดีทั้งหมด ยอมเอา สว.บางคนมาสังเวย ส่งเรื่อง สว.บางคนไปที่ศาล เพื่อปกป้องผู้ที่มีอำนาจสูงสุดในระบอบสีน้ำเงิน คือ เครือข่ายนักการเมือง และคนที่อยู่เบื้องหลังนักการเมืองอีกทีหนึ่ง ทำให้คนเหล่านั้นพ้นจากความผิดทุกประการ เรื่องของเขาไปไม่ถึงศาล จะเกิดปรากฏการณ์ 50 เฉดสีน้ำเงิน ถ้าเป็นสีน้ำเงินอ่อน เขามองว่า สังเวยได้ก็ส่งไปที่ศาลเพื่อลดแรงเสียดทานจากสังคม เพื่อปกป้องสีน้ำเงินเข้มๆ ที่อยู่ใกล้ชิดกับศูนย์กลางอำนาจที่ต้องปกป้องทุกกรณี จึงชวนทุกคนจับตา ไม่ปล่อยให้เขาใช้วิธีการสังเวยบางคนเพื่อปกป้องบางคนที่มีอำนาจเหนือกว่า” นายพริษฐ์ กล่าว