นางแพตริเซีย มงคลวนิช อธิบดีกรมบัญชีกลาง เปิดเผยแนวทางปฏิรูประบบสวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการ เพื่อแก้ปัญหางบสวัสดิการค่ารักษาพยาบาลที่พุ่งสูงต่อเนื่องว่า กรมฯ กำลังทบทวนกฎหมายเกี่ยวกับระบบสวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการใหม่ ให้สอดคล้องกับโครงสร้างประชากร และลดภาระทางการคลัง โดยกำลังเปิดรับฟังความคิดเห็นการแก้ไขร่าง พ.ร.ฎ.เงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล ใน 4 ประเด็น ได้แก่ 1.กำหนดให้สถานพยาบาลทุกแห่งเบิกค่ารักษาผ่านระบบจ่ายตรง กับกรมบัญชีกลางเท่านั้น เพื่อเพิ่มความถูกต้อง โปร่งใส 2.เปิดให้สมาชิกครอบครัวของข้าราชการเลือกใช้สิทธิรักษาพยาบาลอื่นได้ เช่น สิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือประกันสังคม จากเดิมที่กำหนดใช้สิทธิข้าราชการเพียงอย่างเดียว เพื่อลดจำนวนผู้ได้สวัสดิการข้าราชการลง

3.การเพิ่มบทลงโทษกรณีทุจริตการใช้สิทธิ โดยหากพบว่าบุคคลในครอบครัวคนใดกระทำผิด เช่น ตระเวนรับยาหลายแห่ง การเบิกยาไปจำหน่ายต่อ จะถูกตัดสิทธิการเบิกจ่ายทั้งครอบครัว รวมถึงตัวข้าราชการเจ้าของสิทธิด้วย และ 4.กำหนดมาตรฐานธรรมาภิบาลในการบริหารจัดการยาและเวชภัณฑ์ของสถานพยาบาล เพื่อลดการใช้ยาที่เกินความจำเป็น โดยกรมฯ ได้เปิดรับฟังความเห็นตั้งแต่วันที่ 10 ก.ค.-8 ส.ค. 69 จากนั้นจะมีการสรุปประเมินผล เพื่อเสนอร่างกฎหมายเข้าสู่การพิจารณาของ ครม. ต่อไป

“ขณะนี้สิทธิสวัสดิการรักษาพยาบาลของข้าราชการและสมาชิกครอบครัวรวมเกือบ 5 ล้านคน โดยพบว่ากว่าครึ่งเป็นผู้มีอายุ 60 ปีขึ้นไป ส่งผลให้ภาระค่ารักษาพยาบาลเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งจากการเข้าสู่สังคมสูงวัย ความก้าวหน้าทางการแพทย์ และการรักษาโรคที่มีความซับซ้อนมากขึ้น จนล่าสุดใช้งบประมาณสูงกว่า 90,000 ล้านบาท”

นางแพตริเซีย กล่าวว่า ส่วนปัญหาการทุจริตเกี่ยวกับสวัสดิการค่ารักษาพยาบาล เช่น มีการตระเวนเข้ารับยาไปขายต่อ ซึ่งตลอด 10 ปีที่ผ่านมา กรมฯตรวจพบความเสียหายจากการทุจริตสะสมหลายกรณีรวม 200-250 ล้านบาท ดังนั้น นอกจากจะแก้กฎหมายแล้ว กรมจะนำเทคโนโลยีพัฒนาระบบวิเคราะห์ข้อมูล ตรวจจับพฤติกรรมผิดปกติของการเบิกจ่าย ให้สามารถตรวจพบการทุจริตได้รวดเร็วและแม่นยำมากขึ้น เนื่องจากปัจจุบันระบบมีรายการเบิกจ่ายสูงถึงปีละ 35 ล้านรายการ แต่มีเจ้าหน้าที่ตรวจสอบโดยตรงเพียง 6 คนเท่านั้น  ขณะเดียวกันจะผลักดันการใช้ยาสามัญที่ผลิตในประเทศแทนยานำเข้า ที่มีราคาสูงกว่า 10 เท่าเป็นต้น

ส่วนข้อเสนอการนำระบบระบบประกันสุขภาพมาปรับใช้กับสวัสดิการข้าราชการนั้น ที่ผ่านมาเคยมีการศึกษาความเป็นไปได้ในการซื้อประกันสุขภาพมาทดแทน แต่พบว่ามีข้อจำกัดที่ทำได้ยาก เนื่องจากค่าบริหารจัดการสูง เฉพาะค่าระบบ การตรวจสอบและชำระเงิน อีกทั้งยังติดปัญหาที่ระบบข้าราชการ มีเงื่อนไขดูแลจนวาระสุดท้ายของชีวิต ซึ่งบริษัทประกันส่วนใหญ่ไม่ต้องการ 

อย่างไรก็ตาม ในระยะยาว กรมบัญชีกลางได้ศึกษาการออกแบบระบบสวัสดิการและบำเหน็จบำนาญสำหรับข้าราชการที่เข้ารับราชการใหม่ แต่ยืนยันว่าจะไม่กระทบต่อสิทธิของข้าราชการปัจจุบันและผู้เกษียณอายุราชการแล้ว เช่น ข้อเสนอการปรับเพิ่มเงินเดือนระดับสูง แต่ไม่ให้มีการรับบำนาญและไม่ต้องมีการสวัสดิการค่ารักษาพยาบาลเป็นต้น