เมื่อวันที่ 13 ก.ค. นายไมตรี พรหมรัตน์ นักกีตาร์วงทศกัณฑ์ ผู้รอดชีวิตจากเหตุการณ์เพลิงไหม้โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว เปิดเผยต่อสื่อมวลชนว่า ตนเองเล่นดนตรีที่ร้านแห่งนี้มานานกว่า 1 ปี โดยปกติทุกวันศุกร์และวันเสาร์ จะมีลูกค้าเข้ามาใช้บริการจำนวนมาก

ที่ผ่านมา ระหว่างเล่นดนตรีพบปัญหาบ้าง เช่น ไฟตก ไฟดับหลายครั้ง ส่วนการปรับปรุงแก้ไขนั้นตนเองไม่ทราบ เนื่องจากเป็นเรื่องของการบริหารจัดการของเจ้าของร้าน แต่เท่าที่สัมผัส เจ้าของร้านเป็นคนจิตใจดี อัธยาศัยดี มีความเป็นห่วงลูกน้อง และค่อนข้างเข้มงวดในการตรวจสอบผู้เข้าใช้บริการ ทั้งเรื่องอาวุธ และการใช้ไฟแช็ก โดยกำชับให้สูบบุหรี่บริเวณนอกร้านเท่านั้น

นายไมตรี กล่าวว่า ในคืนเกิดเหตุ มีลูกค้าเข้ามาใช้บริการประมาณ 100 กว่าคน ระหว่างที่กำลังเล่นดนตรีอยู่ พบว่ามีกลิ่นเหม็นไหม้ หลังจากนั้นไม่นานเริ่มมีควันออกมาจากบริเวณด้านบน ก่อนเกิดเสียงไฟช็อตและไฟดับ จากนั้นได้ยินเสียงลูกค้าร้องกรี๊ด จึงรีบออกจากร้านทันที

“ตอนนั้นไม่คาดคิดว่าจะเกิดเหตุไฟไหม้ และไม่คิดว่าจะมีสมาชิกในวงได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต” นายไมตรี กล่าว

นายไมตรี ยอมรับว่า อาชีพนักดนตรีมีความเสี่ยง เนื่องจากไม่สามารถทราบได้ว่าร้านแต่ละแห่งมีระบบความปลอดภัยที่ได้มาตรฐานและรัดกุมมากน้อยเพียงใด โดยสำหรับร้านดังกล่าว ไม่มีระบบสปริงเกลอร์น้ำ และไม่มีสัญญาณแจ้งเตือนฉุกเฉิน

ส่วนประตูนิรภัยฉุกเฉินบริเวณด้านหลัง 2 จุด นายไมตรี ระบุว่า ประตูด้านขวามือเป็นประตูสำหรับพนักงานใช้ลำเลียงส่งของ ขณะที่ประตูด้านหลังฝั่งซ้ายซึ่งอยู่ติดกับห้องน้ำ ทราบว่าเป็นประตูที่ปิดล็อกกลอน และมีการตั้งโต๊ะขายลูกอมบริเวณดังกล่าว

โดยทราบเหตุผลว่าเป็นการป้องกันกรณีลูกค้าที่ดื่มแอลกอฮอล์แล้วหลบหนีไม่ชำระค่าบริการ

“ตนเองไม่อยากให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้น สภาพจิตใจขณะนี้รู้สึกเสียใจ สูญเสียทั้งทรัพย์สิน กำลังใจ และคนใกล้ชิด และไม่รู้ว่าหลังจากนี้จะเริ่มต้นอย่างไรต่อไป” นายไมตรี กล่าว