เมื่อวันที่ 14 ก.ค. 69 กลุ่มธรรมาภิบาล เครือข่ายภาคประชาชนต้านทุจริตและคอร์รัปชัน นำโดยนายสุนทร บุญยิ่ง หัวหน้าคณะทำงานฝ่ายกฎหมายกลุ่มธรรมาภิบาลฯ พร้อมกับเครือข่ายผู้ด้อยโอกาส สมาชิกชมรมกรีฑาคนพิการ เดินทางมายังศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ทำเนียบรัฐบาล เพื่อยื่นหนังสือร้องเรียนถึงนายกรัฐมนตรี ขอให้ตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล กรณีการจัดสรรโควตาสลากกินแบ่งรัฐบาลที่ไม่เป็นธรรม และความล้มเหลวในการแก้ไขปัญหาสลากกินแบ่งรัฐบาลเกินราคา

นายสุนทร กล่าวว่า ได้รับข้อมูลจากเครือข่ายผู้ด้อยโอกาส, ผู้พิการผู้ค้าสลากกินแบ่งรัฐบาล และสมาชิกชมรมกรีฑาคนพิการไทยลู่และลานผู้ค้าสลาก ว่าการแก้ไขปัญหาการขายสลากเกินราคาของสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง ไม่มีการแก้ไขปัญหาอย่างจริงจังแต่อย่างใด ปล่อยปละละเลยให้มีกลุ่มขบวนการ หาประโยชน์จากการขายสลากเกินราคา ทำให้ประชาชนซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลในราคาแพงเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดมาโดยตลอด ทั้งยังมีการจัดสรรโควตาสลาก ให้แก่ผู้ด้อยโอกาส ผู้พิการทางการเห็น และกลุ่มอดีตนักกีฬาคนพิการทีมชาติไทย ในสมาคมกีฬาคนพิการแห่งประเทศไทย ไม่เป็นธรรม และไม่เป็นไปตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง อาจมีกลุ่มขบวนการหาประโยชน์ กระทำการอย่างใดอย่างหนึ่งเพื่อให้เกิดความไม่เป็นธรรม

จากปัญหาที่เกิดขึ้น จึงขอให้นายกรัฐมนตรีตรวจสอบ และมีข้อสั่งการถึงสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการแก้ไขปัญหาดังต่อไปนี้ 1.ให้แก้ไขปัญหาการขายสลากที่แพงเกินจริงอย่างแท้จริง 2.ให้มีข้อสั่งการถึงสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล เพื่อให้มีการจัดสรรโควตาจำหน่ายสลาก ให้แก่ผู้ด้อยโอกาส ผู้พิการทางการเห็น และกลุ่มอดีตนักกีฬาคนพิการทีมชาติไทยในสมาคมกีฬาคนพิการแห่งประเทศไทย อย่างถูกต้องเป็นธรรมและเป็นไปตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

3.ให้ตรวจสอบการวางนโยบายของนายลวรณ แสงสนิท ประธานกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาล และคณะกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาลทั้งหมดที่ปล่อยปละละเลย เพิกเฉย ไม่ควบคุมดูแลกิจการ และไม่มีการวางนโยบาย เพื่อแก้ไขปัญหาการขายสลากเกินราคาอย่างแท้จริงว่า เป็นการกระทำที่เข้าข่าย ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ จนเกิดความเสียหายต่อสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลหรือไม่

4.ให้ตรวจสอบการทำหน้าที่ของ พ.ท.หนุน ศันสนาคม ผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ซึ่งปฏิบัติหน้าที่มาอย่างยาวนาน มีหน้าที่โดยตรงในการควบคุม กำกับ ดูแล และจัดระเบียบการขายสลาก ให้เป็นไปตามราคาที่กฎหมายกำหนด และรู้และทราบดีว่ามีกลุ่มขบวนการผลประโยชน์ ทำให้สลากมีราคาขายที่สูงเกินจริง แต่กลับปล่อยปละละเลย เพิกเฉย ไม่แก้ไขปัญหา เกิดผลประโยชน์ส่วนเกินจากการขายสลากเกินราคางวดละ 2,100 ล้านบาท เดือนละ 4,200 ล้านบาท และปีละประมาณ 50,000 ล้านบาท ทำให้รัฐต้องขาดรายได้และประชาชน ต้องซื้อสลากที่แพงเกินจริง ถือว่าเป็นการกระทำที่อาจเข้าข่าย ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และหากพบว่าเป็นกรณีละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ขอให้ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ต่อไป