เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 15 ก.ค. 2569 ที่สถานีตำรวจภูธรปากคลองรังสิต จ.ปทุมธานี พ.ต.อ.พัฒนชัย ภมรพิบูลย์ ผู้กำกับการ สภ.ปากคลองรังสิต พร้อม พ.ต.ท.สิรภพ บัวหลวง รองผู้กำกับการสืบสวน สภ.ปากคลองรังสิต พ.ต.ต.อิทธิพล พุทธรักษา สารวัตรสืบสวน และเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน ร่วมกันแถลงผลการช่วยเหลือนักศึกษามหาวิทยาลัยดัง ชั้นปีที่ 2 จำนวน 2 ราย หลังตกเป็นเหยื่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่หลอกลวงให้กักตัวและโอนเงิน โดยมีมูลค่าความเสียหายรวมประมาณ 900,000 บาท

พ.ต.อ.พัฒนชัย กล่าวว่า คดีนี้ผู้เสียหายถูกกลุ่มมิจฉาชีพอ้างว่าจะได้รับทุนไปศึกษาต่อต่างประเทศ พร้อมส่งเอกสารที่แอบอ้างว่ามาจากมหาวิทยาลัย เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ ก่อนหลอกให้โอนเงิน โดยเจ้าหน้าที่สามารถเข้าช่วยเหลือผู้เสียหายได้อย่างปลอดภัย

ด้าน พ.ต.ท.สิรภพ กล่าวว่า จากการสืบสวนพบว่าคนร้ายใช้วิธีวิดีโอคอลควบคุมผู้เสียหายตลอดเวลา พร้อมอ้างว่าถูกดำเนินคดีและสั่งให้แยกตัวอยู่ตามลำพัง เบื้องต้นตรวจสอบสัญญาณโทรศัพท์พบว่าเกี่ยวข้องกับการใช้งานจากต่างประเทศ

เจ้าหน้าที่ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดพบว่า ผู้เสียหายรายแรกออกจากหอพักไปพักที่รีสอร์ทแห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.หลักหก อ.เมือง จ.ปทุมธานี ก่อนจะย้ายไปยังหอพักอีกแห่ง ซึ่งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบและพบผู้เสียหายทั้ง 2 คนอยู่ภายในห้อง โดยหนึ่งในนั้นถูกใช้ผ้าขนหนูมัดบริเวณเท้า ขณะที่คนร้ายยังวิดีโอคอลติดตามการเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา

เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวว่าเป็นตำรวจและเข้าช่วยเหลือทั้งสองคนได้เมื่อช่วงเช้าวันเดียวกัน ก่อนนำตัวออกมาอย่างปลอดภัย

รองผู้กำกับการสืบสวนกล่าวเพิ่มเติมว่า จากคดีดังกล่าวขอฝากเตือนประชาชน โดยเฉพาะผู้ปกครองและนักศึกษา ให้ระมัดระวังการหลอกลวงในลักษณะนี้ พร้อมย้ำว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่มีนโยบายวิดีโอคอลเพื่อให้ประชาชนโอนเงิน หรือให้กักตัวเพื่อตรวจสอบคดี หากพบพฤติกรรมดังกล่าวให้รีบติดต่อสถานีตำรวจในพื้นที่ทันที

นางเดือนนวล อายุ 45 ปี มารดาของหนึ่งในผู้เสียหาย เปิดเผยว่า ลูกชายโทรศัพท์มาขอเงินโดยอ้างว่าจะนำไปใช้เป็นค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปศึกษาต่อต่างประเทศ ตนจึงทยอยโอนเงินให้ รวมเป็นเงินประมาณ 450,000 บาท

ต่อมาคนร้ายยังติดต่อผ่านวิดีโอคอลและอ้างว่าต้องใช้เงินเพิ่มเติม ทำให้เริ่มเกิดความสงสัย เมื่อค้นหาข้อมูลจึงพบว่าอาจเป็นขบวนการแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ประกอบกับทราบว่ามีการปลอมบัญชีเฟซบุ๊กของอาจารย์ในมหาวิทยาลัย จึงรีบประสานตำรวจ กระทั่งได้รับแจ้งว่าเจ้าหน้าที่สามารถช่วยเหลือลูกชายไว้ได้แล้ว

ขณะที่ นายต้า อายุ 23 ปี นักศึกษาชั้นปีที่ 4 ซึ่งเป็นญาติของผู้เสียหายอีกราย เปิดเผยว่า ผู้ปกครองของผู้เสียหายติดต่อให้ช่วยตามหา หลังไม่สามารถติดต่อได้ จึงเดินทางไปตรวจสอบที่หอพัก แต่ไม่พบตัว ก่อนเข้าแจ้งความที่ สภ.ปากคลองรังสิต เพื่อให้ตำรวจเร่งติดตาม กระทั่งเจ้าหน้าที่สามารถช่วยเหลือผู้เสียหายได้ในเวลาต่อมา

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างขยายผลเพื่อติดตามผู้ร่วมขบวนการและเส้นทางการเงินที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.