ท่ามกลางกระแสการคัดเลือกผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) คนใหม่ที่กำลังเป็นที่จับตาของสังคม ชื่อของ พล.ต.อ.นิรันดร เหลื่อมศรี หรือ “บิ๊กไมค์” รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้กลายเป็นหนึ่งในแคนดิเดตที่มีความโดดเด่นอย่างยิ่ง ทั้งในด้านโปรไฟล์การศึกษา ประสบการณ์ทำงานที่ผ่านมารอบด้านทั้งในและต่างประเทศ รวมไปถึงผลงานการปฏิรูปองค์กรตำรวจที่เป็นรูปธรรมในปี พ.ศ.2569 นี้

เส้นทางชีวิตของ พล.ต.อ.นิรันดร เกิดเมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2510 จบมัธยมศึกษาจากโรงเรียนเซนต์คาเบรียล ก่อนจะเบนเข็มเข้าสู่เส้นทางผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ด้วยการเข้าเป็นนักเรียนเตรียมทหาร รุ่นที่ 27 และนักเรียนนายร้อยตำรวจ รุ่นที่ 43 โดยจบปริญญาตรีสาขารัฐประศาสนศาสตรบัณฑิต และเพิ่งได้รับมอบปริญญาศิลปศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขานวัตกรรมภาวะผู้นำ ประจำปี พ.ศ.2568 จากวิทยาลัยบัณฑิตเอเชีย นอกจากนี้ยังเสริมวิสัยทัศน์ผู้บริหารระดับสูงด้วยการผ่านหลักสูตรการป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) รุ่นที่ 58 อีกด้วย

เมื่อย้อนดูเส้นทางรับราชการ พล.ต.อ.นิรันดร เริ่มต้นจากการเป็นรองสารวัตรสอบสวน กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง และเคยสร้างชื่อในเวทีโลกด้วยการปฏิบัติหน้าที่เป็นตำรวจพลเรือนของสหประชาชาติ (CIVPOL) ในภารกิจ UNTAET จากนั้นเติบโตในตำแหน่งสำคัญต่อเนื่อง อาทิ ผู้กำกับการ 4 บก.ทางหลวง, ผู้กำกับการ 1 บก.ปศท. (ปัจจุบันคือ บก.ปอศ.), นายเวร (สบ 6) ของ ผบ.ตร., ขยับไปเป็นรองผู้บังคับการในหลายหน่วยสำคัญ ทั้งภาค 4, สันติบาล และกองสวัสดิการ ก่อนจะก้าวขึ้นสู่ระดับผู้บริหารในตำแหน่งผู้บังคับการอำนวยการ บช.ก., รองผู้บัญชาการสำนักงานส่งกำลังบำรุง, จเรตำรวจ (สบ 8), ผู้บัญชาการโรงเรียนนายร้อยตำรวจ และผู้บัญชาการการศึกษา ก่อนจะเลื่อนขึ้นเป็นผู้ช่วย ผบ.ตร. และก้าวสู่ตำแหน่ง รอง ผบ.ตร. ในปัจจุบัน

สิ่งที่ทำให้ พล.ต.อ.นิรันดร ได้รับการยอมรับในวงกว้างคือผลงานการขับเคลื่อนงานบริหารและปราบปรามในปี พ.ศ.2569 โดยเฉพาะการยกระดับคุณภาพชีวิตและเครื่องมือทำมาหากินของตำรวจโรงพัก ผ่านการคลอดแผนงาน Quick Win งานสอบสวน เพื่อสร้างขวัญกำลังใจให้พนักงานสอบสวน 4 เรื่องหลัก ทั้งการจัดหาโน้ตบุ๊กให้พนักงานสอบสวนใหม่ จัดทำระบบห้องสมุดกฎหมายอิเล็กทรอนิกส์ (Smart E-Library) วางระบบกำกับติดตามงบประมาณแบบ Real-Time และการนำเงินกองทุนสืบสวนฯ มาสนับสนุนค่าใช้จ่ายคดีอาชญากรรมออนไลน์ Case ID ละ 500 บาท พร้อมทั้งวางรากฐานการบริหารงานสอบสวนอย่างเป็นรูปธรรมเป็นครั้งแรกของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ดันให้ตำแหน่งพนักงานสอบสวนเป็นตำแหน่งเลื่อนไหลได้

ขณะเดียวกันยังเดินหน้าตอบโจทย์ยุคดิจิทัลด้วยการพัฒนาแอปพลิเคชัน Police Care รวบรวมข้อมูลกฎหมายและบริการประชาชนเพื่อป้องกันภัยมิจฉาชีพโดยไม่ใช้งบประมาณรัฐ ซึ่งมียอดดาวน์โหลดแล้วกว่า 2 แสนราย รวมไปถึงการจับมือบูรณาการข้อมูลข้ามหน่วยงานเป็นครั้งแรกในรอบ 30 ปีกับกรมการขนส่งทางบก ในการตรวจสอบประวัติอาชญากรรมของผู้ขอใบอนุญาตขับรถสาธารณะทางอิเล็กทรอนิกส์ และร่วมมือกับกรมศุลกากรส่งข้อมูลผู้กระทำผิดฐานลักลอบขนเงิน ทองคำ และกัญชา ให้ ตม. สกัดกั้น ซึ่งติดแบล็กลิสต์และเฝ้าระวังไปแล้วกว่า 114 ราย

ส่วนในด้านงานปราบปราม พล.ต.อ.นิรันดร ได้นำทัพขับเคลื่อนมาตรการกวาดล้างบุหรี่ไฟฟ้าอย่างจริงจังแบบครบวงจรตั้งแต่วงรอบสถานศึกษาไปจนถึงแหล่งทุนใหญ่ โดยสามารถจับกุมได้ถึง 5,149 คดี ยึดของกลางรวมกว่า 5.86 ล้านชิ้น มูลค่าความเสียหายทะลุ 1,055 ล้านบาท ล่าสุดในปี 2569 ยังสามารถทลายเครือข่ายใหญ่ทั้ง Shisha Chic และ ไลน์แอด HEAVEN รวมถึงโรงงานผลิตในประเทศได้สำเร็จ

ด้วยประวัติการทำงานที่ผ่านทั้งงานปราบปรามและงานวิชาการ ควบคู่ไปกับแนวคิดการนำระบบเทคโนโลยีและวิธีการบริหารสมัยใหม่มาปรับใช้ในองค์กร ทำให้ พล.ต.อ.นิรันดร เหลื่อมศรี เป็นหนึ่งในรายชื่อที่ถูกจับตามองในฐานะแคนดิเดต ผบ.ตร. คนที่ 16 ของประเทศไทย.