เมื่อวันที่ 16 ก.ค. 2569 ที่อาคารรัฐสภา นายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ สส.ศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ (กมธ.ป.ป.ช.) สภาผู้แทนราษฎร แถลงผลการประชุมพิจารณาเรื่องเจ้าหน้าที่ของรัฐมีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตการสอบบรรจุข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ว่า วันนี้ทาง กมธ. ได้เชิญตัวแทนจากกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น (สถ.), ประธานคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.), เลขาธิการสำนักงานศาลปกครอง และองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน เข้าให้ข้อมูล โดยมีการสอบถามประธาน กสถ. ถึงกรณีที่ตรวจพบว่าคะแนนสอบไม่ตรงกัน และเหตุใด เมื่อพบการโกงแล้ว กสถ. ซึ่งเป็นผู้มีอำนาจโดยตรงถึงยังนิ่งเฉย ไม่ดำเนินการเพิกถอนสิทธิผู้ทุจริต ซึ่งล่าสุดได้รับข้อมูลว่า กสถ. เตรียมจะนำข้อมูลทั้งหมดส่งให้คณะกรรมการกลางบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น เพื่อดำเนินการเพิกถอนรายชื่อผู้ทุจริตทั้งหมดภายในสัปดาห์หน้า

นอกจากนี้ ยังได้หารือกับเลขาธิการสำนักงานศาลปกครอง เพื่อเทียบเคียงคดีทุจริตสอบท้องถิ่นที่จังหวัดมหาสารคามเมื่อปี 2562 ซึ่งครั้งนั้นศาลปกครองมีคำวินิจฉัยจนนำไปสู่การเพิกถอนรายชื่อ เพื่อเป็นแนวทางว่าการเพิกถอนรายชื่อบุคคลกว่า 5,000 ราย ในครั้งนี้จะทำได้ทันทีหรือไม่ และหากกลุ่มดังกล่าวมีการฟ้องแพ่งหรือฟ้องกลับ ศาลจะมีดุลพินิจอย่างไร

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า หากมีการเพิกถอนรายชื่อ 5,000 กว่าคนแล้วขยับบัญชีสำรองขึ้นมา จะมั่นใจได้อย่างไรว่าจะไม่มีขบวนการสอดไส้คนทุจริตเข้ามาอีก นายอาสพลธ์ ยืนยันว่า “ในเมื่อมีการโกงเกิดขึ้นแล้ว จากนี้ต้องตรวจสอบทั้งหมด รวมถึงผู้ที่อยู่ในบัญชีสำรองอีกประมาณ 2-3 แสนคนด้วย โดยต้องนำมาไล่เรียงลำดับคะแนนใหม่ทั้งหมด เพื่อคืนความชอบธรรมและเคลียร์ใจให้ผู้เข้าสอบทุกคนได้ทราบลำดับที่แท้จริงของตนเอง”

ประธาน กมธ.ป.ป.ช. ยังได้เปิดเผยถึงปมขัดแย้งระหว่างข้อมูลของ สถ. กับมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) ผู้รับจ้างจัดสอบ โดยระบุว่า ข้อเท็จจริงคือมีการแก้ไขและเปลี่ยนแปลงข้อมูลในการประกาศผลสอบ ซึ่งทาง มศว ยืนยันว่าหลังจากตรวจข้อสอบและบันทึกไฟล์เสร็จสิ้น ได้ส่งมอบไฟล์ให้กับ กสถ. ซึ่งมอบอำนาจให้อธิบดี สถ. เป็นผู้เก็บรักษาไว้ในตู้เซฟ แต่พิรุธเกิดขึ้นตรงที่ก่อนจะมีการประกาศผล สถ. ได้นำแฟลชไดร์ฟดังกล่าวกลับมาให้ มศว เพื่อตีตราประทับของมหาวิทยาลัยอีกครั้ง

“คำถามสำคัญคือ ระหว่างขั้นตอนที่นำไฟล์ออกมาจากตู้เซฟเพื่อเดินทางมา มศว นั้นเกิดอะไรขึ้น? และก่อนจะนำผลขึ้นเว็บไซต์ ทาง กสถ. ได้มีการประชุมรับรองและตรวจสอบความถูกต้องหรือไม่ เหตุใดปล่อยให้ผ่านไปได้ เป็นความบกพร่องหรือตั้งใจทุจริตกันแน่” นายอาสพลธ์ ระบุ

ทั้งนี้ ทาง มศว ให้ข้อมูลยืนยันว่า ในระบบการแก้ไขไฟล์คะแนนจะมีระบบลายมือชื่อดิจิทัล หรือ ดิจิทัลซิกเนเจอร์ (Digital Signature) บันทึกไว้ตลอดเวลาว่าใครเป็นคนเข้าไปแก้ไข ซึ่งหลักฐานสำคัญเหล่านี้อยู่ในมือของ ป.ป.ช. แล้ว และเพื่อความโปร่งใส นายกรัฐมนตรีจึงได้ตั้งคณะกรรมการชุดใหม่ที่มีหลายหน่วยงานร่วม โดยมี นายปกรณ์ นิลประพันธ์ เป็นประธานขึ้นมาสอบสวนเรื่องนี้โดยตรง เพราะหากปล่อยให้กระทรวงมหาดไทยสอบกันเอง อาจมีข้อกังขาและไม่โปร่งใส

“ผมขอย้ำว่า ไม่ว่าใครก็ตามที่ทำผิด ไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมาย ต่อให้เป็นนักการเมือง หรือข้าราชการระดับที่สูงกว่าอธิบดีก็ตาม เมื่อตรวจสอบพบและหลักฐานสาวไปถึง ก็ต้องรับโทษและโดนฟันไม่เลี้ยงแน่นอน” นายอาสพลธ์ กล่าว และว่า ในสัปดาห์หน้าทาง กมธ.ป.ป.ช. จะเชิญหน่วยงานตรวจสอบหลัก ทั้ง ป.ป.ช., ป.ป.ท., กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) และกองบังคับการปราบปราม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เข้ามาให้ข้อมูลเชิงลึกเพิ่มเติม เพื่อลากตัวผู้บงการมาลงโทษตามกฎหมายต่อไป