เมื่อวันที่ 16 ก.ค. ที่รัฐสภา นายวิลาศ จันทร์พิทักษ์ อดีต สส.กทม.พรรคประชาธิปัตย์ และอดีตประธานคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ (กมธ.ป.ป.ช.) สภาผู้แทนราษฎร แถลงกรณีการก่อสร้างรัฐสภาที่สิ้นสุดสัญญาประกันในวันที่ 15 ก.ค. 2569 ว่า รัฐสภาแห่งนี้เริ่มก่อสร้างตั้งแต่ปี 2552 ซึ่งตนเป็นประธาน กมธ.ป.ป.ช.ขณะนั้น จึงได้ติดตามเรื่องนี้เป็นระยะโดยเฉพาะช่วงที่มีการขยายสัญญาก่อสร้างที่เริ่มตรวจสอบถึงความบกพร่อง ยืนยันว่า การตรวจสอบเรื่องนี้ไม่ได้อาฆาตมาดร้ายเพียงแต่อยากให้เป็นอาคารที่สมบูรณ์ของประเทศ ทั้งนี้ตนได้ยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) รวม 65 เรื่อง มั่นใจว่าทุกเรื่องมีหลักฐานเอาผิดได้ ดังนั้นหากใครเห็นว่าตนกล่าวเท็จฟ้องมาได้ด้วยความยินดี

นายวิลาศ กล่าวอีกว่า  ตนจะชี้ให้เห็นถึงบัญญัติ 7 ประการ 1.ในสัญญามีเงินประกัน อยู่ 3 ก้อน ก้อนแรก 614 ล้านบาท ก้อนที่ 2 มีการจ่ายเป็นงวดๆ โดยหักเป็นเงินประกันผลงานอีก ร้อยละ 5 อีกประมาณ 600 ล้านบาท ขณะที่ก้อนที่ 3 เป็นเงินงวดสุดท้ายให้รอจ่ายพร้อมเงินประกันผลงาน ซึ่งตนยังไม่ทราบจำนวนที่ชัดเจน แต่รวมทั้งหมด 3 ก้อนไม่น่าจะน้อยกว่า 1,500 ล้านบาท 2.ในสัญญาข้อที่ 9 ในการก่อสร้าง ต้องมีการค้ำประกัน 2 ปีก่อนสิ้นสุดสัญญาจะสิ้นสุดวันที่ 15 ก.ค. 2569 โดยในประกันระบุอย่างชัดเจนว่า ถ้าการชำรุด บกพร่องหรือดำเนินการผิดพลาดในการก่อสร้าง สามารถที่จะเรียกเอกชนเข้ามาซ่อมแซมได้ ซึ่งที่ผ่านมากลับพบว่า มีจุดที่ชำรุดหลายจุด แต่รัฐสภากลับมีการรับมอบงานซึ่งเรื่องนี้ตนได้ยื่นคำร้องต่อ ป.ป.ช.ไปแล้ว ขณะเดียวกันในส่วนของรัฐสภาต้องทำหนังสือถึงผู้รับจ้างเร่งเข้ามาแก้ไขโดยด่วน โดยในส่วนของตนได้ทำหนังสือถึงผู้รับจ้างไปแล้วเป็นพันเรื่อง

นายวิลาศ กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม แต่วันนี้ต้องมาแก้ไขให้ครบถ้าไม่ทำ สภาสามารถไปเรียกผู้รับจ้างรายอื่นมาทำแล้วคิดเงินได้ โดยกระบวนการซ่อมแซมจะต้องนับรวมกับระยะเวลาที่ชำรุดและไม่สามารถใช้งานได้ ฉะนั้นระยะประกันขณะนี้จึงไม่ได้สิ้นสุดวันที่ 15 ก.ค. 2569 แต่อยู่ที่ว่าจะต้องใช้เวลาแก้ไขไปเท่าไหร่ 3.วันนี้สภาต้องรีบรวบรวมและยื่นโนติสต่อผู้รับจ้าง มิเช่นนั้นจะเข้าข่ายการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ จึงขอเสนอสภาต้องเร่งรีบเพราะมีเรื่องที่ผิดอยู่จำนวนมาก 4.วันนี้มีความพยายามไม่รู้ว่าจากใครที่จะเอื้อประโยชน์กับผู้รับจ้างด้วยการพยายามจะตั้งงบประมาณเพื่อไปทำในบริเวณที่มีปัญหา เช่น ก่อนหน้านี้เคยมีการของบประมาณที่อ้างว่าสร้างที่จอดรถไม่พอ 

“วันนี้มีความพยายามที่จะขอตั้งงบฯ ในปี 2570 ปรับปรุงสระแก้ว 123 ล้านบาท โดยมีผลมาจากการก่อสร้างที่ผิดแบบหลายๆ เรื่อง” นายวิลาศ กล่าว

นายวิลาศ กล่าวอีกว่า  5.วันนี้การก่อสร้างสภา มีการดำเนินการที่เข้าข่ายกระทำผิด สัญญาข้อที่ 11 ในหลายเรื่อง เช่น การจ้างเหมาช่วง โดยมีผู้รับเหมาเข้ามาแข่งขันประมูล จึงเป็นข้อสงสัยว่ามีอะไรผิดปกติหรือไม่ ขณะที่เงินค้ำประกันจำนวน 1 พันกว่าล้านยังมีอีกส่วนหนึ่งที่ตนคิดว่า น่าจะยังไม่ได้จ่าย คือ เงินค่าคุมงานและค่าที่ปรึกษาโครงการกว่า 300 ล้านบาท วันนี้หากยังไม่ได้จ่าย สภาควรรีบเอาเงินก้อนนี้เงินคืนเขาไปเพื่อเป็นค่าตอบแทนในการดำเนินการตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2564 และ 6.ขณะนี้มีความพยายามที่จะข่มขู่ข้าราชการประจำที่เกี่ยวข้องกับการตรวจสอบโครงการโดยกระซิบว่า อย่าไปยุ่งมาก เดี๋ยวอาจจะโดนย้าย 

“ขอเรียกร้องให้เลิกการกระทำดังกล่าว เพราะบุคคลเหล่านั้นหวังดีกับประเทศชาติ ถ้ามีการย้ายก็มีการฟ้องร้องแน่นอน เดี๋ยวจะมีผู้ติดคุกกันเปล่า ขอเรียกร้องข้าราชการให้คำนึงถึงประเทศชาติเป็นหลัก พฤติกรรมที่เลียและระหว่างตำแหน่งควรเลิก” นายวิลาศ กล่าว

นายวิลาศ กล่าวอีกว่า 7. ขณะนี้ตนได้ยื่นคำร้องต่อ ป.ป.ช. ร้องไปแล้ว 65 เรื่อง หลังจากนี้จะร้องอีกชุดหนึ่งโดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องไหนที่มีงบประมาณในงานในการก่อสร้างเกิน 10 ล้านบาท ก็จะร้องทั้งหมด

เมื่อถามว่า ผู้รับเหมาเป็นผู้รับเหมารายใหญ่ ขณะที่สภาอยู่ในภายใต้การดูแลของกลุ่มบุคคล นายวิลาศ กล่าวว่า ตนก็ไม่รู้ว่าพวกที่ไปทำตอนนี้ไปเสนอหน้าหรือไม่ เพราะผู้ใหญ่เขาก็บอกว่า อย่าโกง เขาไม่ชอบคนโกง เขาเกลียดคนโกง เขาจะต้องทำให้คนโกงไม่มีที่ยืน และก็ยืนยันไม่ได้มายุ่งเกี่ยวกับบริษัท 20-30 ปีแล้ว อย่างไรก็ดี ตนคาดการณ์มูลค่าการซ่อมแซมในส่วนต่างๆ ที่ยังไม่เสร็จเรียบร้อยน่าจะมากกว่า 1,000 ล้านบาท โดยเฉพาะไม้กระดาน เท่าที่ตรวจสอบมี 27,300 แผ่นที่ต้องเปลี่ยน เรื่องนี้ตนเคยเอาป่าไม้มาเดินตรวจ เขาก็ยืนยันว่า ที่เป็นห้องลับบางห้องเกิน 70% ไม้ไม่ถูกต้องตามสเปก

เมื่อถามว่า ได้มีการยื่นคำร้องเพื่อเอาผิดเลขาธิการสภาไปแล้วกี่คน นายวิลาศ กล่าวว่า น่าจะ 3 คน ยกเว้น นายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ เลขาธิการสภาคนปัจจุบัน ที่อาจมีช่องทางรอด เพราะเป็นหนึ่งในคณะกรรมการตรวจการจ้าง และเป็นหนึ่งในบุคคลที่โหวตไม่รับงานเกือบทุกงาน เพราะฉะนั้นวันนี้เลขาธิการสภารู้อยู่เต็มอกว่างานไม่ผ่าน และที่ผ่านมา ตนฟ้องร้อง 4 ครั้ง แต่มีการส่งคนมาเจรจา ซึ่งตนแจ้งต่อศาลว่า ไม่ให้ถอนฟ้องเพื่อเป็นการยืนยันในความบริสุทธิ์

“ทราบว่ามีการเรียกประชุมฝ่ายข้าราชการเมื่อวันที่ 15 ก.ค. มีการสั่งการภายในไม่สมเหตุสมผล ตามความต้องการใครบางคนหรือไม่ ฝากถึงข้าราชการ ประเทศชาติมีปัญหาเพราะมีข้าราชการส่วนหนึ่งที่ไม่มีเหตุไม่มีผล ทำอะไรสนองตอบอย่างเดียวไม่รู้ว่าผิดหรือถูก ถ้าเรียกได้ ก็จะเลียอย่างนี้ ควรจะลาออกออกจากระบบราชการประเทศไทย และจากข้อมูลยังพบว่ามีฝ่ายการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง แต่ถ้าถามว่าเชื่อหรือไม่นั้น ก็คงไม่เชื่อ ทั้งนี้ผมขอท้าให้ตรวจสอบ หากเห็นว่าผมให้ข้อมูลไม่ถูกต้อง” นายวิลาศ กล่าว.