เมื่อเวลา 17.00 น. (ตามเวลาท้องถิ่นนครเซี่ยงไฮ้ ซึ่งเร็วกว่าประเทศไทย 1 ชั่วโมง) วันที่ 17 ก.ค. ที่มหานครเซี่ยงไฮ้ สาธารณรัฐประชาชนจีน นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ว่า การเข้าร่วมในพิธีเปิดการประชุมปัญญาประดิษฐ์โลก ค.ศ. 2026 (2026 World Artificial Intelligence Conference) ภายใต้หัวข้อ “AI Partnership for a Brighter Future” โดยมีนายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน พร้อมผู้นำและผู้แทนระดับสูงจากหลายประเทศ องค์การระหว่างประเทศ ภาคธุรกิจ และภาควิชาการเข้าร่วม ในเวทีดังกล่าว ประเทศไทยได้มีโอกาสแสดงวิสัยทัศน์ร่วมกับผู้นำหลายประเทศ โดยเห็นพ้องต้องกันว่าในโลกยุคเทคโนโลยี ทุกประเทศต้องแสวงหาความร่วมมือกัน เนื่องจากเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้สูงสุด แต่ในขณะเดียวกันก็สามารถก่อให้เกิดความเสียหายได้อย่างมหาศาล
นายกฯ กล่าวต่อว่า ดังนั้น สิ่งที่ผู้นำทุกประเทศเห็นตรงกันคือความจำเป็นต้องควบคุมเอไอให้อยู่บนหลักธรรมาภิบาล ใช้เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อมวลมนุษยชาติเท่านั้น และที่สำคัญต้องสนับสนุนให้มีการนำเอไอมาใช้ในการปราบปรามผู้ที่นำเทคโนโลยีไปใช้ในทางที่ผิดกฎหมายหรือก่อให้เกิดความเสียหาย
สำหรับการหารือทวิภาคีกับนายสี จิ้นผิง ทางรัฐบาลจีนได้ให้เกียรติคณะของรัฐบาลไทยเป็นอย่างมาก โดยมีการพูดคุยย้ำถึงความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นของทั้งสองประเทศ ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ได้กล่าวถึงความสัมพันธ์ของประเทศเพื่อนบ้าน พร้อมเสนอตัวเป็นผู้อำนวยความสะดวกเพื่อให้ทั้งสองประเทศรื้อฟื้นความสัมพันธ์ที่ดี และแสวงหาทางออกร่วมกัน ขณะที่ไทยได้เน้นย้ำจุดยืนของไทยว่า ประเทศไทยไม่ได้แสวงหาความขัดแย้ง แต่มีความจำเป็นที่ต้องปกป้องอธิปไตยและความปลอดภัยของประชาชน
“ได้มีการพูดคุยอย่างตรงไปตรงมาบนโต๊ะเจรจาเกี่ยวกับกรณีการส่งยุทธภัณฑ์ โดยเฉพาะรถถังจากจีนไปยังประเทศกัมพูชา ซึ่งทางการจีนชี้แจงว่าเข้าใจถึงความกังวลของรัฐบาลและประชาชนชาวไทยเป็นอย่างดี แต่คำสั่งซื้อดังกล่าวเกิดขึ้นมานานแล้วก่อนที่จะมีความขัดแย้งหรือการสู้รบ ในช่วงที่มีการสู้รบ จีนทราบถึงความอ่อนไหวจึงได้ชะลอการส่งมอบไว้ แต่ท้ายที่สุดก็ต้องปฏิบัติตามสัญญา อย่างไรก็ตาม จีนให้ความมั่นใจว่าในเงื่อนไขที่มีต่อกันนั้น ได้มีการตกลงกันว่าจะไม่มีการนำยุทธภัณฑ์เหล่านี้มาก่อให้เกิดความเสียหายต่อประเทศไทยอย่างแน่นอน”
นายกฯ กล่าวอีกว่า สี จิ้นผิง ได้กล่าวถึงการประชุมกรอบความร่วมมือแม่โขง-ล้านช้าง ซึ่งเดิมประเทศไทยจะต้องเป็นประธานร่วมในการจัดประชุม แต่เพื่อป้องกันความไม่สะดวกใจในการเข้าร่วมของประเทศสมาชิก โดยเฉพาะกัมพูชาหากต้องเดินทางมายังประเทศไทย ทางประเทศจีนจึงได้เสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมแทน เพื่อให้การดำเนินงานสามารถเดินหน้าต่อไป ได้อัญเชิญข้อความพระราชทาน เชิญผู้นำจีนเยือนไทย
“ในโอกาสนี้ ได้ขอบคุณทางการจีนที่ถวายการต้อนรับองค์พระประมุขของไทยเป็นอย่างดียิ่ง พร้อมทั้งได้นำข้อความพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อกราบทูลเชิญประธานาธิบดีสี จิ้นผิง และภริยา เดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการในระดับการเยือนรัฐอย่างเป็นทางการ (State Visit) ซึ่งประธานาธิบดีจีนได้รับปากว่าหากกำหนดการของทั้งสองฝ่ายมีความสะดวกเมื่อใด ก็พร้อมที่จะปฏิบัติตาม”



