วันที่ 20 ก.ค. 69 เวลา 09.50 น. มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จัดงานนิทรรศการเทิดพระเกียรติ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ภายใต้ชื่อ “พัชรกิติยาภา เจ้าฟ้าขวัญโดม The Eternal Inspiration” ถ่ายทอดพระประวัติ พระวิริยอุตสาหะ พระปณิธาน และพระกรณียกิจในสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ผ่านนิทรรศการร่วมสมัยที่รวบรวมพระดำริ พระดำรัส ภาพถ่าย เอกสารสำคัญ และกิจกรรมการเรียนรู้เชิงสร้างสรรค์ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้ประชาชนตระหนักถึงคุณค่าของความเพียร ความรับผิดชอบต่อสังคม และการทำความดี โดยมี ศ.ดร.สุรพล นิติไกรพจน์ นายกสภา มธ. เป็นประธานในพิธี พร้อม ศ.ดร.ศุภสวัสดิ์ ชัชวาลย์ อธิการบดี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ คณะผู้บริหาร คณาจารย์ ศิษย์เก่า นักศึกษา บุคลากรของมหาวิทยาลัยและประชาชนผู้สนใจ เข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง ณ หอประชุมใหญ่ มธ. ท่าพระจันทร์
ศ.ดร.สุรพล นิติไกรพจน์ นายกสภา มธ. กล่าวว่า “เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ทรงเป็นศิษย์เก่าคณะนิติศาสตร์และทรงได้รับการยกย่องจากประชาคมธรรมศาสตร์ในฐานะเจ้าฟ้าขวัญโดม พระวิริยอุตสาหะในการศึกษา พระปณิธานในการอุทิศพระองค์เพื่อส่วนรวมและพระกรณียกิจด้านกฎหมายความยุติธรรมและสิทธิมนุษยชนล้วนเป็นแบบอย่างของการนำองค์ความรู้มาสร้างประโยชน์แก่สังคม

ภายในงานนิทรรศการฯ มีการจัดเสวนาสืบสานพระกรณียกิจสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ในหัวข้อ “เจ้าฟ้าขวัญโดม แรงบันดาลใจนิรันดร์” พระกรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และแนวทางการสืบสานพระปณิธาน ถ่ายทอดคุณค่าและแรงบันดาลใจเพื่อปลูกฝังความเพียร คุณธรรมและจิตสำนึกในการทำประโยชน์ต่อส่วนรวมโดยเฉพาะแก่เยาวชน
โดยศาสตราจารย์ ดร.เสาวนีย์ อัศวโรจน์ อาจารย์ที่ปรึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ทรงเล่าให้ฟังเหตุผลที่เลือกเอนทรานซ์เข้านิติศาสตร์ธรรมศาสตร์อันดับเดียว เพราะทรงอยากเรียนธรรมศาสตร์ ในการนี้พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงเห็นพ้องด้วย หากเอ็นท์ไม่ติดธรรมศาสตร์ ก็ทรงพร้อมที่จะเรียนที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง

ในระหว่างที่ทรงพระอักษรยังคงปฏิบัติพระกรณียกิจเช่นเดียวกับในหลวง รัชกาลที่ 9 มีรับสั่งว่าเมื่อเรียนจบแล้วจะทรงทำงานด้านกฎหมายเพื่อนำความรู้ไปทำหน้าที่เหมือนที่พระราชวงศ์ช่วยเหลือประชาชน เพราะหัวใจของประเทศชาติคือประชาชน ทรงรับสั่งเช่นนี้
รองศาสตราจารย์ ดร.สุปรียา แก้วละเอียด คณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า พระองค์ภา ทรงมีพระจริยวัตรเรียบง่าย ทรงอ่อนน้อมเคารพและให้เกียรติพระอาจารย์ เพื่อนร่วมรุ่น หรือแม้แต่แม่บ้าน ภารโรง ทรงไม่ถือพระองค์ เป็นเจ้าฟ้าที่เดินเคียงข้างประชาชนอย่างแท้จริง

เมื่อทรงสำเร็จการศึกษาจากธรรมศาสตร์ กระทั่งสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอก จากมหาวิทยาลัยคอร์แนล สหรัฐอเมริกาแล้ว ทรงทำงานเป็นอัยการและทรงเป็นอาจารย์พิเศษในวิชาวิธีพิจารณาความอาญาชั้นสูงสำหรับนักศึกษาปริญญาโทของคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ทรงเป็นศิษย์เก่าที่ไม่ลืมคณะนิติฯ เคยมีรับสั่งเมื่อครั้งเสด็จฯ ทรงร่วมกิจกรรมกับมหาวิทยาลัยว่า ดีใจที่ได้กลับบ้าน พระองค์ท่านทรงว่าที่นี่เป็นบ้านหลังหนึ่งที่ผูกพันมาตลอดสี่ปี ไม่ใช่เพียงแค่มหาวิทยาลัย
ด้าน นายอดิศักดิ์ ภาณุพงศ์ ที่ปรึกษาพิเศษ สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (องค์การมหาชน) อดีตที่ปรึกษา โครงการกำลังใจในพระดำริ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา กล่าวว่า ตลอด 30 ปีที่ผ่านมา ทรงยึดมั่นหลักการทรงงาน โดยให้ความสำคัญในด้านส่งเสริมสิทธิมนุษยชนอย่างต่อเนื่อง โดยให้คนเป็นศูนย์กลางเชื่อมโยงความยุติธรรมตามหลักนิติธรรมและความยั่งยืน ซึ่งองค์กรนานาชาติต่างให้ความร่วมมือประสานงาน เพื่อยกระดับความสำคัญของกระบวนการยุติธรรมในระดับสากล เป็นที่เชิดชูและถวายพระเกียรติในพระปรีชาสามารถในวงกว้าง

นอกจากนี้ นิทรรศการเทิดพระเกียรติ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ภายใต้ชื่อ “พัชรกิติยาภา เจ้าฟ้าขวัญโดม The Eternal Inspiration” มีการจัดกิจกรรมเขียนข้อความบอกเล่าความตั้งใจที่จะสืบสานพระปณิธาน และกิจกรรมเวิร์กช็อปต่างๆ อาทิ กิจกรรมสอนปักผ้าด้นมือ กิจกรรมผู้ก้าวพลาด แรงบันดาลใจจากโครงการกำลังใจในพระดำริฯ และกิจกรรมประดิษฐ์ดอกไม้จากลวดกำมะหยี่ ฯลฯ หมุนเวียนสลับกันในแต่ละช่วงสุดสัปดาห์
รวมทั้งมีการแจกของที่ระลึกเป็นสมุดสะสมตราประทับให้ผู้เข้าชมนิทรรศการนำไปประทับตราที่ออกแบบเป็นพิเศษสำหรับนิทรรศการในครั้งนี้เป็นที่ระลึก โดยตราประทับมีจำนวน 3 ชุด ชุดละ 4 แบบ ซึ่งแต่ละชุดจะเผยแพร่ตามลำดับในเดือนกรกฎาคม สิงหาคม และกันยายน 2569 ณ หอประชุมใหญ่ มธ.ท่าพระจันทร์ และที่หอสมุดป๋วย อึ๊งภากรณ์ มธ. ศูนย์รังสิต เปิดให้บุคคลทั่วไปเข้าร่วมกิจกรรมระหว่างวันที่ 20 ก.ค.–15 ต.ค. 69 เวลา 10.00–19.00 น. โดยไม่มีค่าใช้จ่าย และสามารถเข้าชมข้อมูลนิทรรศการในรูปแบบออนไลน์ได้ที่เว็บไซต์ของหอสมุดแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ https://www.library.tu.ac.th