นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รองเลขาธิการ รักษาการแทนเลขาธิการ กสทช. เปิดเผยว่า สำนักงาน กสทช. ได้ร่วมกับกองกำลังบูรพา กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) ตำรวจภูธรจังหวัดสระแก้ว และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าตรวจค้นสถานที่ต้องสงสัยตามหมายค้นของศาลจังหวัดสระแก้ว จำนวน 3 จุด ในพื้นที่อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว ซึ่งเป็นการขยายผลจากการเข้าตรวจค้นจับกุมผู้กระทำความผิดในพื้นที่ดังกล่าวเมื่อวันที่ 9 ก.ค. 69 ที่พบอุปกรณ์เซิร์ฟเวอร์ หลายรายการซึ่งติดตั้งและเชื่อมต่อในลักษณะพร้อมใช้งาน โดยจากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่ามีการใช้บริการอินเทอร์เน็ต เพื่อนำ วีพีเอ็น เซิร์ฟเวอร์ ไปให้เช่าใช้งานภายใน กาแลคซี่ กาสิโน ประเทศกัมพูชา โดยมีการเรียกเก็บค่าบริการ

“จากการตรวจค้นทั้ง 3 จุด ในวันนี้ พบว่า มีการลักลอบลากสายเคเบิลจากอาคารพาณิชย์ 3 ชั้น หมู่ที่ 7 ตำบลป่าไร่ ออกจากตัวอาคารดังกล่าวผ่านสายไฟฟ้าไปยังพื้นที่ส่วนบุคคลเพื่อส่งสัญญาณอินเทอร์เน็ตไปยังประเทศกัมพูชา และจากการตรวจสอบทางเทคนิคด้วยเครื่องวัดระยะความยาวสายของออฟติกไฟเบอร์ หรือเครื่องโอทีดีอาร์ พบสายไฟเบอร์ 60 คอร์ จำนวน 2 เส้น และ 24 คอร์ จำนวน 1 เส้น สามารถส่งข้อมูลได้ปริมาณที่เร็วและมากกว่าการใช้งานโดยปกติทั่วไป เพื่อให้บริการเครือข่ายอินเทอร์เน็ตโดยไม่ได้รับอนุญาต”
นายไตรรัตน์ กล่าวต่อว่า กรณีดังกล่าวจึงเชื่อได้ว่า การลักลอบพาดสายสัญญาณอินเทอร์เน็ตข้ามแดนในลักษณะดังกล่าว ทำไปเพื่อเอื้อประโยชน์และสนับสนุนการปฏิบัติการของกลุ่มแก๊งคอลเซ็นเตอร์ หรือการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี และเพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบและจับกุมของเจ้าหน้าที่ ซึ่งพฤติการณ์ดังกล่าว จึงอาจเข้าข่ายเป็นการประกอบกิจการโทรคมนาคมโดยไม่ได้รับอนุญาต ตามพระราชบัญญัติการประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2544 ทางเจ้าหน้าที่ได้ตรวจยึดของกลางทั้งหมดและนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.คลองลึก เพื่อดำเนินการสืบสวนสอบสวนและดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ขณะเดียวกันปัจจุบัน สำนักงาน กสทช. อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน วิเคราะห์ข้อมูลเชิงเทคนิค และประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อขยายผลและดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ต่อไป



