บรรยากาศงานฉลองมงคลสมรสสุดชื่นมื่นของคู่รักซุป’ตาร์ “ณเดชน์ คูกิมิยะ” และ “ญาญ่า-อุรัสยา เสปอร์บันด์” เต็มไปด้วยมวลความสุขของเพื่อนพ้องในวงการบันเทิง ทว่าก็มีประเด็นดราม่าตามมามากมาย ตามที่ได้เสนอข่าวไปนั้น
ล่าสุดนางเอกสาวสุดฮอต “ใบเฟิร์น-พิมพ์ชนก ลิวตระกูล” ได้ปรากฏตัวร่วมงานเปิดตัวอย่างเป็นทางการในฐานะพรีเซ็นเตอร์ของแบรนด์ elis พร้อมทั้งเปิดใจให้สัมภาษณ์ตอบทุกข้อสงสัยกับสื่อมวลชน ทั้งเรื่องราวภาพความประทับใจ การทำบุญช่วยเหลือสังคม ตลอดจนเหตุการณ์เด็ดภายในงานแต่งงาน
สำหรับกรณีศึกเกาเหลาสาดน้ำระหว่าง “ใหม่ รัชดา” และ “เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ” ที่กลายเป็นข่าวครึกโครม ใบเฟิร์น พิมพ์ชนก ยืนยันว่า
“ไม่เห็นจริงๆ ค่ะ กลับบ้านยังไงยังไม่รู้ตัวเลยค่ะ อาจจะเป็นจังหวะ exercise อันนั้นไม่ทราบจริงๆ เลยอ่ะ กลับมาเห็นข่าวแล้วก็มีถามนะคะ ตรงไหนมีเหรอก็มีความสงสัยว่าตรงไหนแต่ว่าตัวเองกลับยังไงก็ยังไม่ได้คำตอบเลย (วันนั้นเราไม่เห็นเหตุการณ์อะไรเลย?) ไม่เห็นเลยค่ะตัวเองก็ยังไม่เห็น เห็นสภาพตัวเองอีกทีตอนเช้า”
“บรรยากาศในงานแต่งม่วนจอยค่ะ สนุกมากก็เป็นดีใจที่มีโอกาสได้ไปร่วมแสดงความยินดี ทุกคนที่นั่นก็แฮปปี้มาก ซึ่งจังหวะล้มตอนลุ้นรับช่อดอกไม้ ด้วยความที่มันแบบคนมันเยอะเนาะ มันก็แบบเบียดกันนิดหน่อย แต่ว่าเล็งดอกไม้ไว้แล้วแหละ สักพักหนึ่งเห็นเพดานแล้วก็สูงกระโปรง เราก็เหยียบตัวเองล้มลงไปอย่างงั้นแหละค่ะ เราก็มีใจอยากจะรับ แต่ว่าใจทรงตัวไม่ค่อยดีก็เลยล้มลงไป (ตั้งเป้าไหมว่าไปรับดอกไม้งานนี้ให้ได้) ตั้งเป้าไว้ว่าอยากไปสนุกมากกว่าให้บรรยากาศมันคึกคัก”

(โดนยาย (ป๋อมแป๋ม) ชนจนล้มหรือเปล่า?) “ไม่ใช่ยาย ยายเป็นอีกคนที่ทำให้มูทสนุก เฟิร์นก็ไม่รู้หรอกจังหวะนั้นมันยืนกันหลายคนบวกกับชายกระโปรงของตัวเองและส้นสูงด้วยเราก็ฟุบลงไปได้ เป็นคนล้มบ่อยอยู่แล้วค่ะไม่ต้องกังวล ยายไม่ได้ทำ ยายไม่ได้ชนเฟิร์นเลย เฟิร์นว่ามันมะลุมมะตุ้มด้วยแหละเหตุการณ์ตอนนั้นแล้วทุกคนก็ไม่มีใครคิดอะไร ทุกคนเป็นเพื่อนกันสนิทกันพี่น้องในวงการทุกคนจอยๆ ค่ะ ตอนนั้นก็เจ็บนะคะ แต่ว่าอายเยอะกว่าก็เลยหัวเราะก่อนนิดหนึ่งก็ยืนขึ้นมา ปวดตัวบ้างแต่ว่าก็รวมๆ กับการที่เรา exercise ในงาน ปวดตัวเป็นเรื่องปกติค่ะ”

“การที่ทุกคนมาแล้วก็ยินดีกับสิ่งเดียวกัน ยินดีกับความรักของเขาทั้งคู่ เพราะเราก็โตมากับความรักของคู่เขาเนาะ เติบโตมาด้วยกันได้เห็นวันนี้ก็อิ่มใจ ก็เจอลิซ่าในงาน แต่ว่าไม่กล้าเข้าไปขอถ่ายรูปเกรงใจค่ะ เราอยากให้ทุกคนได้ร่วมสนุกแล้วเราก็เห็นคนขอถ่ายรูปเยอะ เราก็ได้แต่แอบมอง (ลิซ่าสวยไหม) สวยมาก สวยจริงๆ แต่เราเขิน เราเน้น exercise ด้วยค่ะ หน้ามืด ไฟเยอะ ยังไม่รู้เลยว่ากลับบ้านยังไง ไม่แน่ใจเลยค่ะ รู้ตัวอีกทีแต่ว่าสะอาดนะคะ อาบน้ำเรียบร้อยนอน ตั้งใจจะไปสวยๆ ทุกงานเลยค่ะ กลับไงไม่รู้เลยค่ะสักงาน”
(ก็เป็นแขกรับเชิญไปก่อน?) “โหอวยพรสิ (พนมมือรับพร) ไปฮ่องกงบ่อย ส่วนใหญ่ไปขอตังค์ ส่วนใหญ่เฟิร์นก็อยากให้งานมันราบรื่นค่ะ เพราะว่างานเฟิร์นมันค่อนข้างทยอยต่อเนื่องก็อยากให้ราบรื่นแบบไม่กินเวลากันมากกว่า ไม่มีโอกาสได้คิดเรื่องความรักเลย (สเปกเปลี่ยนไหม?) ไม่เปลี่ยนเลยค่ะ ก็เป็นคนไม่มีสเปกอะไรมากอยู่แล้วเนาะ ขอให้เจอคนที่ใช่ คนที่ดี ตอนนี้ไม่มีเลยค่ะ ปล่อยใจฝันนะคะ ไม่ได้ขนมจีบสักลูกเลย (ระดับใบเฟิร์นเลยนะ?) ไม่มีเลยจริงๆ อาจจะเป็นเพราะว่าเราก็ไม่ได้ไปไหนด้วยค่ะ ไม่ได้เจอคนแล้วก็ทำแต่งงาน มันมีความสุขในความโสดค่ะ ก็เลยไม่ได้รู้สึกว่าเออจะต้องมีหรือแบบออกไปเจอใคร DM ไม่ได้เปิดเลยค่ะ ยังน่ากลัวอยู่ ยังมีน่ากลัวอยู่เยอะค่ะ เฟิร์นไม่ได้ขอสิ่งศักดิ์สิทธิ์ไว้เลย รู้สึกว่าที่เป็นอยู่เราก็มีความสุข รอให้เจอเอง เจอเองแล้วจะรู้สึกอย่างงี้ใช่ไหม รอบุพเพต้องมีสักวันสิ เดี๋ยวเขาก็เหวี่ยงมาให้เรา เพื่อนๆ ก็ยังไม่มีแฟนกันค่ะ ถ้ามีก็จะโดนเขม่นนิดหนึ่ง แต่เฟิร์นเขม่นได้ค่ะไม่ติด”

“เรื่องราวของน้องการ์ตูนที่ส่งจดหมายมา จริงๆ แล้วแม่ของเฟิร์นเป็นนักสังคมสงเคราะห์ คุณแม่จะมีโครงการแบบนี้มาตั้งแต่เฟิร์นเด็ก เราก็ต่อยอดโครงการมาเรื่อยๆ นอกจากน้องการ์ตูนก็ยังมีน้องอีกหลายๆ คนที่มีอาชีพทำงานไป แล้วเราก็ดีใจค่ะ ที่ได้มีโอกาสได้ทำสิ่งนี้ พอได้อ่านจดหมายของน้องการ์ตูน เราก็รู้สึกดีใจค่ะ หลายๆ คนก็จะมีโอกาสได้เขียน แต่ว่ารอบนี้คุณแม่อาจจะแท็กมา ครั้งอื่นๆ บางทีก็ไม่ได้ลงไม่ได้แท็ก ก็เป็นความสุขเล็กๆ ในครอบครัวเราที่ทำกันมาอย่างต่อเนื่อง ในการเลือกว่าจะช่วยใคร ส่วนใหญ่คุณแม่เป็นคนดูค่ะ ก็พยายามให้ได้มากที่สุด คุณแม่เขาจะมีเครือข่ายนักสังคมท่านอื่นของคุณแม่อยู่แล้ว ก็จะส่งเรื่องมาให้ทางบ้านเราช่วย”

“มันเหมือนเราส่งต่อแรงบันดาลใจให้น้องต่อ ไปช่วยคนต่อ เป็นเรื่องที่ดีค่ะ เรื่องเล็กๆ ที่มันก็แบบค่อยๆ ส่งต่อไป ขยายเป็นวงกว้างเนาะ วันหนึ่งเฟิร์นก็เคยได้รับโอกาส ได้รับการช่วยเหลือจากคนอื่น วันนี้เฟิร์นมีโอกาสได้ทำแล้ว ใครๆ อยากทำต่อก็เป็นเรื่องที่ดีค่ะ จำนวนของเด็กที่ช่วยเหลือจำไม่ได้ค่ะ แต่ตั้งแต่สมัยเฟิร์นเรียน นานมาก เป็น 10 ปี มันเป็นอะไรเล็กๆ ที่เราทำกันมานานหลายปี เรามีความสุขที่ได้ช่วยแค่นั้นเลยค่ะ เฟิร์นก็ตั้งใจทำไปเรื่อยๆ ตอนเด็กแม่เฟิร์นก็จะพาไปลงพื้นที่ ก็จะเห็นหลายๆ เคส ไม่ว่าจะเป็นเคสข่มขืนหรือหลายๆ แบบ มันเป็นจุดเริ่มต้นที่รู้สึกว่าการช่วยเหลือเล็กๆ น้อยๆ เท่าที่เรามี ตั้งแต่ที่เฟิร์นได้งานชิ้นแรกเป็นเงินหลักร้อยและเฟิร์นทำสิ่งนี้มาตั้งแต่เด็กจนโต ก็เลยรู้สึกว่ามันดีอยู่แล้ว แต่ก็ไม่เคยมานั่งคุยว่ามันดีมากนะที่เราทำเพื่อคนอื่น เราก็แค่ทำและส่งต่อสิ่งดีๆโดยไม่หวังอะไรเลยแค่นั้นเอง”
“ที่ผ่านมาก็จะมีการขอบคุณผ่านทางคุณแม่ บ้านเราก็จะคุยกันว่าน้องคนนี้ติดต่อมา เราก็แฮปปี้และเดินหน้าต่อ ส่วนใหญ่สิ่งที่ให้จะเป็นเรื่องทุนการศึกษาค่ะ แล้วก็ตุ๊กตุ่นตุ๊กตาเล็กน้อยแล้วแต่เคส มันก็อิ่มใจเราเนาะ เพราะเขาบอกว่าวันนี้เขาได้รับราชการหรือเป็นอะไรบางอย่างแล้วก็รู้สึกว่าเราได้ช่วย จริงๆ ก็ต้องยกความดีความชอบให้คุณแม่ เพราะเฟิร์นเห็นแม่ทำสิ่งนี้มาตั้งแต่เด็ก ยินดีค่ะ อยากให้ทุกคนมีความสุขแค่นั้นเอง”






ขอบคุณภาพจาก:baifernbah



