เมื่อวันที่ 23 ก.ค. กรณีความคืบหน้าทางคดี เหตุเพลิงไหม้โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว เมื่อคืนวันที่ 13 ก.ค. ที่ผ่านมา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตทั้งหมดจำนวน 35 ราย หลังผ่านเหตุการณ์มาแล้ว 11 วัน และยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บที่อยู่ในขั้นวิกฤติ รักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลอีก จำนวน 12 ราย
จากการสอบถามข้อมูลจากคณะทำงานสอบสวนสืบสวน กองบังคับการตำรวจนครบาล 2 เปิดเผยว่า ผู้เสียชีวิตรายล่าสุด คือ นางสาวฐิติชญา ครุฑวิชิต อายุ 23 ปี และยังไม่มีผู้เสียชีวิตเพิ่มเติม ซึ่งการสอบสวนมีความคืบหน้ากว่า 70% ซึ่งพยานหลักฐานต่าง ๆ ได้ส่งไปตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์แล้ว เหลือรอผลคาดว่าจะออกภายในอาทิตย์นี้
ส่วนผู้ที่มีชื่อถือหุ้นในโรงเบียร์ซึ่งเป็นแม่ของนายสุวิชา หรือ นายสุวิชชา ไศลบาท อายุ 45 ปี (เจ้าของร้าน) ที่บาดเจ็บสาหัส อยู่ระหว่างการรักษาตัว รวมถึงผู้หญิงอีก 2 ราย ที่มีเส้นเงินได้รับผลประโยชน์ ซึ่งทางพนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างการพยายามติดตามทั้งหมดมาสอบปากคำ แต่ที่ยังไม่สามารถแจ้งข้อกล่าวหาได้ ต้องรวบรวมหลักฐานอื่น ๆ มาประกอบ เพื่อมาเชื่อมโยงว่าได้มีการร่วมกระทำความผิดหรือไม่ ซึ่งข้อกล่าวหาที่จะแจ้งกับผู้ที่กระทำความผิด คือประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายและบาดเจ็บสาหัส ส่วนข้อหาอื่น ๆ อยู่ระหว่างการพิจารณาว่าจะเข้าข่ายข้อหาใดบ้างและอาจจะมีการแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมในภายหลัง ที่มีการแจ้งข้อกล่าวหาหลักไปแล้ว
โดยยืนยันว่า คณะกรรมการสืบสวนสอบสวนในคดีนี้ทำงานเร่งรัดทางคดีด้วยความรวดเร็ว คาดว่าประมาณ 1-2 อาทิตย์ กระบวนการสอบสวนจะเสร็จสิ้น จึงอยากให้ญาติของผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บไม่ต้องกังวล ตำรวจพร้อมที่จะทำงานอย่างเต็มที่ในการเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับผู้เสียหายทุกคน
นอกจากนี้ยังมีรายงานว่า “หมวดนัท” ที่แต่งกายคล้ายทหารอยู่ข้างนายกรัฐมนตรี บริเวณที่เกิดเหตุไฟไหม้โรงเบียร์ หลังพนักงานสอบสวนได้เรียกเข้ามารับทราบข้อกล่าวหาไปแล้วเมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม รวม 3 ข้อหา แต่งกายเป็นเจ้าพนักงานฯ, ใช้วิทยุสื่อสารโดยไม่ได้รับอนุญาต และไขข่าวลือให้ประชาชนตื่นตกใจ เบื้องต้นหมวดนัทให้การปฏิเสธ โดยพนักงานสอบสวนได้นัดหมายให้มาพบในวันพรุ่งนี้ 24 กรกฎาคม เพื่อสอบปากคำเพิ่มเติม และอาจจะมีการแจ้งข้อกล่าวหาเกี่ยวกับความผิดทางยุทธภัณฑ์ (เสื้อเกราะ) เพิ่มเติม ซึ่งอยู่ระหว่างรอผลตรวจ



