เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2569 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ ต.ธาตุ อ.วานรนิวาส จ.สกลนคร หลังเกิดกระแสข่าวลือตลอดช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ว่ามีชาวบ้านพบเห็นสัตว์คล้ายเสือในหลายจุด ทั้งบริเวณสวนยางพารา ริมสระน้ำ และป่าละเมาะ จนสร้างความหวาดวิตกให้กับประชาชนในพื้นที่
นอกจากนี้ ยังมีการนำภาพที่สร้างขึ้นด้วยระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาเผยแพร่และแชร์ต่อในสื่อสังคมออนไลน์ ส่งผลให้กระแสข่าวยิ่งแพร่สะพัด อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบยังไม่พบภาพถ่ายหรือคลิปวิดีโอที่สามารถยืนยันได้ว่ามีเสืออยู่ในพื้นที่จริง
ล่าสุด นายสว่างไสว ก้อนทอง ผู้ใหญ่บ้านนาสมบูรณ์ พร้อมชาวบ้าน ได้นำผู้สื่อข่าวลงตรวจสอบจุดที่พบร่องรอยสัตว์ปริศนา โดยพบรอยเท้าสัตว์ขนาดใหญ่หลายจุด ทั้งบริเวณด้านข้างวัดและพื้นที่โดยรอบ โดยเฉพาะบริเวณสระน้ำสาธารณะของหมู่บ้าน ซึ่งอยู่ห่างจากวัดไปทางทิศเหนือประมาณ 250 เมตร
จากการสังเกตพบว่า รอยเท้ามีขนาดใกล้เคียงกับกำปั้นของผู้ชาย และปรากฏอยู่หลายรอยในบริเวณเดียวกัน อีกทั้งยังพบร่องรอยคล้ายสัตว์ลงไปกินน้ำภายในสระ ซึ่งมีความลึกจากขอบสระเกือบ 3 เมตร ชาวบ้านหลายคนเชื่อว่า หากเป็นสุนัขทั่วไปคงไม่สามารถลงไปกินน้ำและปีนกลับขึ้นมาได้ เนื่องจากขอบสระมีความลาดชันมาก

ภายหลังได้รับแจ้ง เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอวานรนิวาส ร่วมกับเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์อำเภอวานรนิวาส ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบทันที โดยใช้ไม้บรรทัดวัดขนาดรอยเท้าและบันทึกข้อมูลอย่างละเอียด เพื่อนำส่งผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์
เบื้องต้นพบว่า รอยเท้าต้องสงสัยมีขนาดประมาณ 10 เซนติเมตร และมีลักษณะใกล้เคียงกันหลายรอย ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ยังพบรอยเท้าสุนัขในบริเวณใกล้เคียง ซึ่งมีขนาดและลักษณะแตกต่างจากรอยเท้าปริศนาอย่างชัดเจน
นายสว่างไสว ก้อนทอง ผู้ใหญ่บ้านนาสมบูรณ์ เปิดเผยว่า เมื่อคืนที่ผ่านมา ขณะที่ชาวบ้านออกส่องสัตว์บริเวณป่ายูคาลิปตัสข้างวัด ได้พบสัตว์ปริศนาหมอบอยู่ในพงหญ้า เมื่อใช้ไฟฉายส่องพบดวงตาสะท้อนแสงเป็นสีเขียวอมแดง และระยะห่างของดวงตาทั้งสองข้างกว้างกว่าสุนัขอย่างเห็นได้ชัด
ชาวบ้านจึงรีบกลับไปเรียกเพื่อนมาช่วยตรวจสอบ แต่เมื่อกลับมายังจุดเดิมก็ไม่มีใครกล้าเข้าไปใกล้ เนื่องจากเป็นเวลากลางคืนและเกรงว่าจะเกิดอันตราย
อย่างไรก็ตาม จนถึงขณะนี้ ยังไม่มีหน่วยงานภาครัฐยืนยันอย่างเป็นทางการว่า รอยเท้าและสัตว์ที่ชาวบ้านพบเห็นเป็นเสือจริงหรือไม่ โดยเจ้าหน้าที่ได้รวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมดส่งให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบ เพื่อพิสูจน์ชนิดของสัตว์อย่างละเอียด
ทั้งนี้ ผู้นำชุมชนได้ขอความร่วมมือประชาชนหลีกเลี่ยงการเข้าไปในพื้นที่เสี่ยงเพียงลำพัง และให้ติดตามประกาศหรือคำแนะนำจากหน่วยงานราชการอย่างใกล้ชิด เพื่อความปลอดภัย จนกว่าจะมีผลการตรวจสอบที่ชัดเจน.



