สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 23 ก.ค. ว่า สำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐออกแถลงการณ์ ว่ารัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะเริ่มบังคับใช้มาตรการภาษีนำเข้าชุดใหม่ในอัตรา 10% และ 12.5% กับคู่ค้าทางการค้า 60 แห่ง รวมถึงสหภาพยุโรป ( อียู ) โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 24 ก.ค. นี้ เนื่องจากหลายประเทศยังบังคับใช้กฎหมายห้ามแรงงานบังคับอย่างหละหลวม


ทั้งนี้ ประเทศคู่ค้าส่วนใหญ่จากทั้งหมด 60 ประเทศและเขตเศรษฐกิจที่สหรัฐตรวจสอบ จะถูกเรียกเก็บภาษีนำเข้าในอัตรา 12.5% รวมถึงไทย เวียดนาม และจีน


อย่างไรก็ตาม สหรัฐจะใช้อัตราภาษีที่ต่ำกว่า คือ 10% กับ 17 ประเทศที่มีการออกกฎหมาย หรือมาตรการห้ามใช้แรงงานบังคับในระดับหนึ่ง ได้แก่ อาร์เจนตินา บังกลาเทศ กัมพูชา แคนาดา เอกวาดอร์ เอลซัลวาดอร์ กัวเตมาลา ฮอนดูรัส อินเดีย อินโดนีเซีย จอร์แดน มาเลเซีย เม็กซิโก ปากีสถาน ศรีลังกา ตรินิแดดและโตเบโก และสหราชอาณาจักร


ส่วนคู่ค้าอีก 5 แห่ง ได้แก่ สหภาพยุโรป (EU) ไต้หวัน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และสวิตเซอร์แลนด์ จะถูกจัดเก็บภาษีเพิ่มเติม เพื่อให้อัตราภาษีนำเข้าภายใต้หลักประเทศที่ได้รับสิทธิพิเศษยิ่ง มีผลรวมอยู่ที่ 10% หรือ 12.5% ตามเกณฑ์ที่รัฐบาลสหรัฐกำหนด


มาตรการดังกล่าวถือเป็นความพยายามล่าสุดของทำเนียบขาวในการฟื้นฟูนโยบายกำแพงภาษีในวงกว้าง ซึ่งเป็นหนึ่งในนโยบายหาเสียงของทรัมป์ หลังศาลฎีกาสหรัฐมีคำพิพากษาเมื่อเดือนก.พ. ที่ผ่านมา ให้ทำเนียบขาวต้องเพิกถอนมาตรการ “ภาษีตอบโต้” ในอัตรา 10-50% ที่ทรัมป์ประกาศใช้เมื่อปีที่แล้ว ภายใต้กฎหมายภาวะฉุกเฉินทางเศรษฐกิจแห่งชาติ เพื่อแก้ไขปัญหาการขาดดุลการค้าของสหรัฐ โดยศาลวินิจฉัยว่า ทรัมป์ไม่มีอำนาจใช้อำนาจตามกฎหมายดังกล่าวเพื่อจัดเก็บภาษีฝ่ายเดียว เนื่องจากเป็นอำนาจของสภาคองเกรส


หลังคำพิพากษาดังกล่าว ทรัมป์ใช้อำนาจตามมาตรา 122 ของกฎหมายการค้าปี 2517 ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อรับมือวิกฤติด้านดุลการชำระเงิน กำหนดภาษีนำเข้าชั่วคราวในอัตรา 10% เป็นเวลา 150 วัน โดยมาตรการดังกล่าวจะสิ้นสุดลงเวลา 00.01 น. ของวันศุกร์ ตามเวลาฝั่งตะวันออกของสหรัฐ ( 11.01 น. ตามเวลาในประเทศไทย ) และภาษีชุดใหม่จะมีผลบังคับใช้ในเวลาเดียวกัน ทั้งนี้ สินค้าที่อยู่ระหว่างการขนส่งจะได้รับการยกเว้นจนถึงเวลาเดียวกันของวันที่ 28 ก.ค.นี้


อย่างไรก็ตาม สินค้าหลายประเภทจะได้รับการยกเว้นจากภาษีใหม่ ได้แก่ น้ำมันและก๊าซ ปุ๋ย อาหารบางประเภท และสินค้าที่อยู่ภายใต้มาตรการภาษีเพื่อความมั่นคงแห่งชาติตามมาตรา 232 เช่น รถยนต์ เหล็ก อะลูมิเนียม และทองแดง


นอกจากนี้ สินค้าที่เป็นไปตามข้อตกลงการค้าสหรัฐ-เม็กซิโก-แคนาดา ( ยูเอสเอ็มซีเอ ) จะได้รับการยกเว้นเช่นกัน เนื่องจากภูมิภาคอเมริกาเหนือมีห่วงโซ่อุปทานที่เชื่อมโยงกันอย่างใกล้ชิด และสินค้าจำนวนมากมีส่วนประกอบที่ผลิตในสหรัฐในสัดส่วนสูง


สำหรับมาตรการภาษีตามมาตรา 301 ซึ่งรัฐบาลสหรัฐใช้อ้างอิงกรณีการบังคับใช้กฎหมายแรงงานบังคับของประเทศคู่ค้า จะมีรายละเอียดใกล้เคียงกับข้อเสนอที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 1 มิ.ย. โดยสินค้านำเข้าจากประเทศที่มีกฎหมายต่อต้านแรงงานบังคับเพียงพอ จะถูกจัดเก็บภาษีในอัตรา 10% ส่วนประเทศที่ยังมีมาตรการไม่เพียงพอ จะถูกเรียกเก็บภาษีในอัตรา 12.5%.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS