ทั้งนี้ ระหว่าง 29 เมษายน-2 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จฯ เยือนราชอาณาจักรสวีเดน ตามคำกราบบังคมทูลเชิญของสมเด็จพระราชาธิบดีคาร์ลที่ 16 กุสตาฟแห่งสวีเดน เพื่อทรงร่วมงานพระราชพิธีเนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพครบ 80 พรรษา สมเด็จพระราชาธิบดีคาร์ลที่ 16 กุสตาฟแห่งสวีเดน โดยมีพระประมุข ประมุข และพระราชวงศ์ประเทศต่าง ๆ เสด็จฯ ร่วมงานพระราชพิธีนี้เป็นจำนวนมาก

วันแรกของการเสด็จฯ เยือน เมื่อ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จฯ ถึงท่าอากาศยานสตอกโฮล์ม-อาร์ลันดา ราชอาณาจักรสวีเดน เจ้าหญิงวิกตอเรีย มกุฎราชกุมารีแห่งสวีเดน ทรงรอรับเสด็จ ณ เชิงบันไดเครื่องบินพระที่นั่ง และรองอธิบดีกรมพิธีการทูตราชอาณาจักรสวีเดน กราบบังคมทูลแนะนำหัวหน้ากองงานในพระองค์ ราชองครักษ์ประจำพระองค์มกุฎราชกุมารีแห่งสวีเดน และราชองครักษ์และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยประจำพระองค์ฝ่ายสวีเดน เสร็จแล้วเอกอัครราชทูตไทย และผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการลงทุนสำนักงานกรุงสตอกโฮล์ม ทูลเกล้าฯ ถวายมาลัยข้อพระกร จากนั้น 2 พระองค์เสด็จฯ ไปยังโรงแรมที่ประทับ แกรนด์ โฮเทล กรุงสตอกโฮล์ม

ช่วงค่ำ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จฯ ยังพระราชวังหลวง กรุงสตอกโฮล์ม ทรงร่วมงานถวายพระกระยาหารค่ำ และพระราชทานเลี้ยงอาหารค่ำ อย่างไม่เป็นทางการ แก่พระประมุข ประมุข พระราชวงศ์ ที่เสด็จฯ ร่วมงานพระราชพิธีฯ ซึ่งสมเด็จพระราชาธิบดีคาร์ลที่ 16 กุสตาฟแห่งสวีเดน ทรงเป็นเจ้าภาพ ในการนี้ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงฉลองพระองค์ชุดไทยดุสิต หนึ่งในชุดไทยพระราชนิยม 8 แบบ ตั้งชื่อตามพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท เป็นเสื้อคอกลมกว้าง แขนกุด ปักด้วยดิ้นเงินดิ้นทองหรือลูกปัด ผ้านุ่งจีบ ตัดเย็บจากผ้าไหมหรือผ้าไหมยกทอง

วันที่ 30 เมษายน 2569 ช่วงเช้า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จฯ ไปทรงร่วมพิธีสรรเสริญและขอบคุณพระเจ้า ณ วิหารหลวง พระราชวังสตอกโฮล์ม ในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพครบ 80 พรรษา สมเด็จพระราชาธิบดีคาร์ลที่ 16 กุสตาฟแห่งสวีเดน ในการนี้ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงฉลองพระองค์ชุดไทยบรมพิมาน ปักประดับลายไทยที่ฉลองพระองค์ท่อนบนและเชิงพระภูษา พร้อมประดับเข็มกลัดปีกแมลงทับ พระกุณฑลเพชร รัดพระองค์ทองคำประดับเพชรและพระปั้นเหน่งเพชร กระเป๋าทรงถือย่านลิเภา ซึ่งชุดไทยบรมพิมานเป็นหนึ่งในชุดไทยพระราชนิยม 8 แบบ ตั้งชื่อตามพระที่นั่งบรมพิมานในพระบรมมหาราชวัง ใช้ในงานพระราชพิธีและงานพิธีกลางคืน เสื้อแขนยาวคอตั้ง ตัวเสื้อและผ้านุ่งติดกันเป็นชุดเดียว ตัดเย็บด้วยผ้าไหมที่มีทองแกมหรือยกทองทั้งตัว นุ่งจีบแล้วใช้เข็มขัดไทยคาด

ในช่วงค่ำของวันที่ 30 เมษายน 2569 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จฯ ยังพระราชวังหลวง กรุงสตอกโฮล์ม เพื่อทรงร่วมงานถวายพระกระยาหารค่ำ และพระราชทานเลี้ยงอาหารค่ำ อย่างเป็นทางการ แก่พระประมุข ประมุข และพระราชวงศ์ต่างประเทศ ที่เสด็จฯ ร่วมงานพระราชพิธีเนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพครบ 80 พรรษา สมเด็จพระราชาธิบดีคาร์ลที่ 16 กุสตาฟแห่งสวีเดน ซึ่งสมเด็จพระราชาธิบดีคาร์ลที่ 16 กุสตาฟแห่งสวีเดน ทรงเป็นเจ้าภาพ ในการนี้ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงฉลองพระองค์ชุดราตรียาว ตัดเย็บจากผ้าไหมไทยผสมผ้าลูกไม้ลายขนนกดิ้นเงิน ปักประดับลูกปัดขนาดเล็กและคริสตัลโทนสีเงินด้วยมือทั่วผืนผ้า ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจากชุดไทยจักรพรรดิ ทรงเครื่องราชอิสริยาภรณ์สายสะพายจักรี และทรงรัดเกล้า (Diamond Fringe Tiara) พระราชมรดกตกทอดจากสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ซึ่งเดิมเป็นของสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงได้รับพระราชทานเป็นของขวัญจากพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อครั้งเสด็จฯ เยือนยุโรป

การเสด็จฯ เยือนราชอาณาจักรสวีเดนของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ในครั้งนี้ เป็นอีกครั้งที่เอกลักษณ์ไทยผ่านทางฉลองพระองค์เป็นที่กล่าวขานชื่นชมในนานาประเทศ

ราชอาณาจักรสวีเดน กับราชอาณาจักรไทย พระราชไมตรี 2 พระราชวงศ์นั้นเริ่มขึ้นเมื่อปี 2440 ซึ่ง พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้เสด็จฯ เยือน ต่อมาในปี 2503 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จฯ เยือนอย่างเป็นทางการ และในปี 2547 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ได้พระราชทานช้างไทยสู่สวีเดน เป็นช้างเพศเมียชื่อพังบัวและพังสาวน้อย ซึ่งปัจจุบันมีทายาทอยู่ในสวนสัตว์โคลมอร์เดน

ขณะเดียวกัน สมเด็จพระราชาธิบดีคาร์ลที่ 16 กุสตาฟแห่งสวีเดน และ สมเด็จพระราชินีซิลเวีย ได้เสด็จฯ เยือนราชอาณาจักรไทยหลายครั้ง ทั้งในฐานะพระราชอาคันตุกะ และเป็นการส่วนพระองค์ ทรงร่วมพระราชพิธีฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และทรงทูลเกล้าฯ ถวายเหรียญ Bronze Wolf เกียรติยศสูงสุดวงการลูกเสือโลก เพื่อเชิดชูพระเกียรติคุณที่ทรงสนับสนุนกิจกรรมเยาวชนอย่างต่อเนื่อง

และเนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพครบ 80 พรรษา สมเด็จพระราชาธิบดีคาร์ลที่ 16 กุสตาฟแห่งสวีเดน ซึ่งตรงกับวันที่ 30 เมษายน 2569 นอกจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี จะเสด็จฯ ร่วมพระราชพิธีแล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ยังได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ส่งพระราชสาส์น ถวายพระพรแด่สมเด็จพระราชาธิบดีคาร์ลที่ 16 กุสตาฟแห่งสวีเดน ด้วย ซึ่งข้อความพระราชสาส์นนั้นก็ฉายชัดถึงประโยชน์ของประชาชน 2 ประเทศ จากการเจริญพระราชไมตรีแห่งพระราชวงศ์ และเจริญสัมพันธไมตรี 2 ราชอาณาจักร ไทย-สวีเดน โดย พระราชสาส์นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ความว่า…

“สมเด็จพระราชาธิบดีคาร์ลที่ 16 กุสตาฟแห่งสวีเดน กรุงสตอกโฮล์ม ในโอกาสอันเป็นมงคลแห่งวันคล้ายวันพระราชสมภพครบ 80 พรรษาของฝ่าพระบาทในวันนี้ หม่อมฉันและพระราชินีมีความยินดีและเป็นเกียรติที่ได้มาอยู่ที่กรุงสตอกโฮล์ม เพื่อร่วมกับประชาชนชาวสวีเดนในการเฉลิมฉลองวาระอันน่ายินดียิ่งนี้

ในนามของประชาชนชาวไทย หม่อมฉันและพระราชินีขอถวายพระพรชัยมงคลและความปรารถนาดีด้วยใจจริง เพื่อฝ่าพระบาททรงมีพระพลานามัยสมบูรณ์แข็งแรงและทรงพระเกษมสำราญ และในโอกาสนี้ขออำนวยพรเพื่อความสงบสุข ความก้าวหน้า และความสมัครสมานสามัคคี ของประชาชนชาวสวีเดน ขอให้ราชอาณาจักรสวีเดนเจริญรุ่งเรืองสืบไป ภายใต้รัชสมัยอันรุ่งโรจน์ของฝ่าพระบาท ประเทศไทยภาคภูมิใจเป็นที่ยิ่งในมิตรภาพที่ยั่งยืนระหว่างสองราชอาณาจักร ที่ได้ดำเนินมายาวนาน กว่าศตวรรษจากการมีปฏิสัมพันธ์แลกเปลี่ยนและความร่วมมืออันราบรื่น กอปรกับไมตรีจิตและความใกล้ชิดสนิทสนมระหว่างพระราชวงศ์ทั้งสองยังเป็นรากฐานที่เข้มแข็งของสายสัมพันธ์อันพิเศษดังกล่าว

หม่อมฉันจึงเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่า ราชอาณาจักรของเราทั้งสองจะยังคงมุ่งส่งเสริมความเป็นหุ้นส่วนในกิจการหลากหลายด้านระหว่างกัน ทั้งในระดับทวิภาคีและในกรอบความร่วมมืออาเซียน-สหภาพยุโรป ให้พัฒนาเพิ่มพูนยิ่งขึ้น เพื่อประโยชน์สุขเป็นอเนกประการแก่ประชาชนทั้งสองฝ่าย”.