เหตุอุทกภัยครั้งใหญ่ในช่วง 1–2 ปีที่ผ่านมา ตั้งแต่ที่อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ไปจนถึงอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ไม่เพียงสร้างความเสียหายต่อบ้านเรือนและโครงสร้างพื้นฐาน แต่ยังกระทบต่อระบบผลิตน้ำประปาทำให้ไม่สามารถผลิตน้ำสะอาดได้ตามปกติ ส่งผลให้ประชาชนประสบปัญหาขาดแคลนน้ำสะอาดสำหรับการอุปโภคและบริโภคในช่วงเวลาที่เปราะบาง
ศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ (นาโนเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ร่วมกับการประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) พัฒนา “รถผลิตน้ำดื่มด้วยนาโนเทคโนโลยี พร้อมระบบติดตามคุณภาพน้ำ” เพื่อเตรียมพร้อมรับวิกฤตขาดแคลนน้ำสะอาด
นายสุทัศน์ นุชปาน รองผู้ว่าการ (ปฏิบัติการ 3) กปภ. เล่าว่า ตั้งแต่เกิดเหตุอุทกภัยครั้งใหญ่ที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ในช่วงปลายปี 2568 กปภ. ได้ร่วมกับ สวทช. ทดลองนำเครื่องกรองน้ำด้วยเทคโนโลยีนาโน ชนิดที่กรองน้ำดิบจากแหล่งน้ำธรรมชาติให้เป็นน้ำดื่มสะอาดได้ในอัตรา 250 ลิตรต่อชั่วโมงไปติดตั้งยังจุดเกิดเหตุจำนวน 2 เครื่อง เพื่อช่วยเพิ่มช่องทางให้ประชาชนเข้าถึงน้ำดื่มสะอาดได้รวดเร็วขึ้น แม้ในตอนนั้นจะผลิตน้ำได้ไม่ทันต่อความต้องการของผู้ประสบภัย แต่ก็ช่วยบรรเทาวิกฤตขาดแคลนน้ำดื่มได้เป็นอย่างดี ทำให้ได้รับความพึงพอใจเป็นอย่างมาก
“จากความสำเร็จในครั้งนั้นได้จุดประกายให้ กปภ. เร่งสานต่อความร่วมมือกับ สวทช. ในการพัฒนารถผลิตน้ำดื่มด้วยนาโนเทคโนโลยี พร้อมระบบติดตามคุณภาพน้ำ (Mobile nanotech water purify for emergency relief) หรือ AquaNano จำนวน 10 คัน เพื่อเป็นหนึ่งในโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศไทยสำหรับใช้รับมือวิกฤตขาดแคลนน้ำดื่ม ทั้งด้วยเหตุจากภัยธรรมชาติ เช่น อุทกภัย ภัยแล้ง รวมไปถึงเหตุการณ์ความไม่สงบต่าง ๆ นอกจากนี้ในอนาคตยังอาจต่อยอดเทคโนโลยีนี้ไปสู่การบริการน้ำดื่มสะอาดให้แก่ประชาชนในพื้นที่ห่างไกลเพื่อช่วยลดความเหลื่อมล้ำด้วย”
ดร.ณัฏฐพร พิมพะ นักวิจัยอาวุโส กลุ่มวิจัยการเร่งปฏิกิริยาระดับนาโนการดูดซับและการคำนวณ นาโนเทค สวทช. และหัวหน้าแผนงานนวัตกรรมน้ำสะอาดเพื่อคุณภาพชีวิต (A–Quality) อธิบายว่า AquaNano เป็นเครื่องกรองน้ำที่ใช้วัสดุเซรามิกนาโนคอมพอสิตและวัสดุกรองดัดแปรพื้นผิวในการกรองน้ำดิบ 7 ขั้นตอน ทำให้กำจัดสารปนเปื้อนทั้งเชื้อโรค สารอินทรีย์ และโลหะหนักอย่างสารหนูและฟลูออไรด์ได้มีประสิทธิภาพกว่าเครื่องกรองน้ำทั่วไป เพราะสารปนเปื้อนเหล่านี้มักมีอัตราการเจือปนในน้ำดิบสูงกว่าปกติในช่วงอุทกภัยและภัยแล้ง
“เครื่องกรองนี้เปลี่ยนน้ำดิบให้เป็นน้ำบริสุทธิ์ได้ที่อัตราความเร็ว 500 ลิตรต่อชั่วโมง โดยเปลี่ยนน้ำดิบให้เป็นน้ำดื่มบริสุทธิ์ได้มากถึงร้อยละ 75 มีน้ำดิบเหลือทิ้งเพียงร้อยละ 25 เท่านั้น ช่วยลดการสูญเสียน้ำได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังมีเซนเซอร์ตรวจวัดค่าของแข็งละลายน้ำ (TDS) และการนำไฟฟ้า (EC) แบบเรียลไทม์ เพื่อตรวจติดตามว่าน้ำที่ผ่านการกรองมีคุณภาพตามมาตรฐานน้ำดื่มอยู่เสมอ อีกทั้งยังใช้แสดงคุณภาพของน้ำกรองให้ประชาชนที่มารับน้ำดื่มได้เห็น เพื่อสร้างความมั่นใจในการบริโภคด้วย”
ระบบ AquaNano ผ่านการออกแบบให้ใช้งานและดูแลรักษาได้ง่าย โดยประชาชนเพียงศึกษาขั้นตอนซ่อมบำรุงระบบด้วยตนเองผ่านสื่อการสอนที่ทีมวิจัยจัดเตรียมไว้ให้

ดร.ณัฏฐพร เล่าว่า ทีมวิจัยให้ความสำคัญอย่างยิ่งเรื่องการออกแบบระบบให้มีอายุการใช้งานยาวนาน ซ่อมบำรุงง่าย และนำวัสดุที่หมดอายุการใช้งานแล้วกลับเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูเพื่อนำกลับมาใช้งานใหม่ได้ เพื่ออำนวยความสะดวกในการใช้งาน และให้เกิดการขยายผลการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีได้ง่ายยิ่งขึ้น
“ทีมวิจัยยังสามารถออกแบบระบบกรองน้ำให้เหมาะสมกับสภาพปัญหาของแต่ละพื้นที่ เช่น การออกแบบระบบกรองน้ำให้เหมาะกับแหล่งน้ำที่มีสารหนูเจือปน หรือพื้นที่ที่ต้องสลับการใช้น้ำระหว่างน้ำผิวดินกับน้ำบาดาล โดยพยายามเลือกวัสดุเหลือใช้ที่มีมากในท้องถิ่นมาผลิตเป็นวัสดุกรอง และเปิดโอกาสให้คนในชุมชนมีส่วนร่วมในการออกแบบ วิจัย และพัฒนา เพื่อความยั่งยืนในการใช้งานด้วย”
นอกจากการพัฒนาระบบกรองน้ำที่เน้นใช้งานง่าย ทีมวิจัยยังต่อยอดองค์ความรู้ด้านวัสดุและการออกแบบระบบกรองน้ำไปสู่การพัฒนาเทคโนโลยีที่รองรับโจทย์การใช้งานเฉพาะด้าน เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับถ่ายทอดเทคโนโลยีให้แก่ผู้ประกอบการและหน่วยงานที่สนใจนำไปพัฒนาต่อยอดในบริบทของตนเอง
ความร่วมมือในครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของการตอกย้ำความมุ่งมั่นของทั้ง 2 หน่วยงาน ในการยกระดับการเข้าถึงน้ำสะอาดของคนไทย ทั้งในสถานการณ์ปกติและในช่วงเกิดภัยพิบัติ สำหรับหน่วยงานที่สนใจร่วมวิจัยหรือประยุกต์ใช้งานเทคโนโลยี ติดต่อสอบถามได้ที่ คุณนริศา บรรยงวรพินิจ อีเมล [email protected]



