สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองคุมาโมโตะ ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 30 ก.ค. ว่า ข้อมูลอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลญี่ปุ่นระบุว่า จำนวนผู้เสียชีวิตจากแผ่นดินไหวรุนแรง 7.1 แมกนิจูด ซึ่งมีศูนย์กลางอยู่ที่จังหวัดคุมาโมโตะ บนเกาะคิวชู ทางตอนใต้ของประเทศ เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา เพิ่มเป็นอย่างน้อย 17 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกอย่างน้อย 62 คน ขณะที่เจ้าหน้าที่เร่งค้นหาผู้รอดชีวิตที่อาจยังติดอยู่ใต้ซากอาคาร โดยเฉพาะศูนย์การค้าและบ้านเรือนที่พังถล่ม
ขณะที่ปฏิบัติการกู้ภัยยังคงดำเนินต่อเนื่อง โดยมีเจ้าหน้าที่กองกำลังป้องกันตนเองของญี่ปุ่นราว 5,000 นาย ลงพื้นที่สนับสนุนภารกิจของเจ้าหน้าที่พลเรือน ท่ามกลางอุปสรรคสำคัญคือสภาพอากาศร้อนจัด ซึ่งอุณหภูมิอาจสูงถึง 35 องศาเซลเซียส และยังเกิดแผ่นดินไหวตาม หรืออาฟเตอร์ช็อก หลายระลอก วัดความรุนแรงได้สูงสุด 5.8 แมกนิจูด ซึ่งยิ่งเพิ่มความยากลำบากให้กับภารกิจค้นหา
ทั้งนี้ หนึ่งในพื้นที่ได้รับความเสียหายหนักที่สุดจากแผ่นดินไหวครั้งนี้ คือ ศูนย์การค้า อิออน มอลล์ คุมาโมโตะ ตั้งอยู่ที่เมืองคาชิมะ ซึ่งเจ้าหน้าที่สามารถช่วยผู้ประสบภัยออกจากซากอาคารได้อย่างน้อย 8 คน แต่ในจำนวนนี้เสียชีวิตแล้ว 3 ราย
「イオンモール熊本」で30日から行われている捜索活動の様子です。
— NHKニュース (@nhk_news) July 30, 2026
ニュースと動画は下記でhttps://t.co/jG9ZIeb0X8 pic.twitter.com/8IX34bBgNH
ขณะเดียวกัน มีรายงานผู้เสียชีวิตชาวต่างชาติรายแรก เป็นแรงงานฝึกทักษะชาวเวียดนาม ซึ่งเสียชีวิตหลังเครนล้มทับ ภายในโรงงานที่ทำงานอยู่
ด้านนายกรัฐมนตรีซานาเอะ ทาคาอิจิ ผู้นำญี่ปุ่น กล่าวว่า ยังมีผู้ประสบภัยจำนวนหนึ่งรอการช่วยเหลือ และทุกนาทีมีความสำคัญ พร้อมยืนยันว่ารัฐบาลจะระดมทุกทรัพยากรเพื่อค้นหาและช่วยเหลือผู้รอดชีวิตให้ได้มากที่สุด ขณะที่นายมิโนรุ คิฮาระ โฆษกรัฐบาลญี่ปุ่น เปิดเผยว่า มีประชาชนมากกว่า 9,000 คน อาศัยอยู่ในศูนย์พักพิง 506 แห่งทั่วเกาะคิวชู

【地震速報】熊本県で震度5弱 津波の心配なしhttps://t.co/TCp0TYrcFH#nhk_video pic.twitter.com/C4PXPe1zS3
— NHKニュース (@nhk_news) July 29, 2026
ทางการจังหวัดคุมาโมโตะระบุว่า บ้านเรือนเกือบ 34,900 หลัง ยังไม่มีไฟฟ้าใช้ และอีกประมาณ 15,000 หลัง ไม่มีน้ำประปา ขณะที่ประชาชนมากกว่า 8,800 คน ต้องอพยพไปอาศัยอยู่ในศูนย์พักพิงกว่า 400 แห่ง ซึ่งเจ้าหน้าที่กำลังติดตั้งแหล่งจ่ายไฟเพิ่มเติม เพื่อให้สามารถใช้งานเครื่องปรับอากาศได้

ประชาชนในพื้นที่หลายคนกล่าวว่า แผ่นดินไหวครั้งนี้รุนแรงที่สุดเท่าที่เคยประสบมา โดยมีความรุนแรงระดับสูงสุดตามมาตรวัดชินโดของญี่ปุ่น และสำนักงานข้อมูลภูมิสารสนเทศของญี่ปุ่นรายงานว่า พื้นผิวดินบางจุดเคลื่อนตัวมากถึง 87 เซนติเมตร
ขณะที่แผ่นดินไหวยังส่งผลกระทบต่อภาคอุตสาหกรรม โรงงานผู้ผลิตรถยนต์และเซมิคอนดักเตอร์หลายแห่งบนเกาะคิวชู พร้อมใจระงับการผลิตชั่วคราว รวมถึงโตโยต้า ซึ่งประกาศปิดโรงงาน 3 แห่งในภูมิภาคจนถึงวันศุกร์ที่ 31 ก.ค. เพื่อประเมินผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานและระบบขนส่ง แม้นักวิเคราะห์มองว่า การหยุดผลิตส่วนใหญ่เป็นมาตรการด้านความปลอดภัยของพนักงาน มากกว่าความเสียหายต่อโรงงาน
ญี่ปุ่นเป็นหนึ่งในประเทศซึ่งเกิดแผ่นดินไหวบ่อยที่สุดในโลก เนื่องจากตั้งอยู่บนรอยต่อของแผ่นเปลือกโลกหลัก 4 แผ่น บริเวณ “วงแหวนแห่งไฟ” รอบมหาสมุทรแปซิฟิก โดยแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นคิดเป็นสัดส่วนราว 18% ของแผ่นดินไหวทั้งหมดทั่วโลก และในปี 2559 จังหวัดคุมาโมโตะเคยเผชิญแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 273 ราย และได้รับบาดเจ็บมากกว่า 2,800 คน.
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : REUTERS



