เมื่อวันที่ 31 ก.ค. 69 แหล่งข่าวในสำนักงานกกต. อธิบายกรณีนางแดง กองมา และ นายสมพาน พละศักดิ์ สว.อำนาจเจริญ ตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีคำวินิจฉัยยกคำร้องคัดค้านคุณสมบัติของ นางแดง แม่ค้าค้าขายเนื้อสุกร และ นายสมพาน ขายก๋วยเตี๋ยวมะระ ผู้สมัครกลุ่มที่ 10 กลุ่มผู้ประกอบกิจการอื่นนอกจากกิจการ SME โดยพิจารณาเพียงหลักฐานเอกสารประกอบอาชีพค้าขายเนื้อสุกรและร้านก๋วยเตี๋ยวว่าเกิน 10 ปี วินิจฉัยยกคำร้องนั้น ทว่าความจริงที่สังคมรับรู้และสื่อมวลชนเปิดเผยกลับเป็นคนละเรื่อง

นั่นคือพฤติการณ์การได้มาซึ่งคะแนนเสียงในการเลือกสว.ระดับประเทศ ดังพยานหลักฐานต่อไปนี้ 1.คะแนนรอบเช้า เลือกกันเองในกลุ่มที่ 10 กลุ่มผู้ประกอบกิจการอื่นนอกจากกิจการ SME ผู้สมัครจะเลือกผู้สมัครในกลุ่มเดียวกันได้จำนวน 10 เบอร์/ช่อง และสามารถเลือกตนเองได้ ผลปรากฏว่า นางแดง ผู้สมัครหมายเลข 24 ได้รับการเลือก 27 คะแนน และ นายสมพาน ผู้สมัครหมายเลข 99 ได้รับการเลือก 30 คะแนน สิ่งผิดปกติที่ไม่สามารถเกิดขึ้นได้ตามธรรมชาติ คือบัตรที่มีการกรอกหมายเลขผู้สมัครมีเลขเรียงตรงกันและเหมือนกันทั้ง 10 ช่อง/เบอร์ มากถึง 20 ใบ ในทางคณิตศาสตร์และสถิติ ถือว่าเป็นไปได้ยากมาก นอกจากจัดทำโพยล่วงหน้าแล้วเขียนหมายเลขตามโพยลงในช่องทั้ง 10 ช่อง (โอกาสเกิดขึ้นทางสถิติเทียบเท่ากับการออกรางวัลที่ 1 เป็นเลขเดิมติดต่อกันถึง 28 งวดซ้อน)

2.คะแนนรอบบ่าย (เลือกไขว้ สาย ง) ผู้สมัครทั้งนางแดง หมายเลข 24 และนายสมพาน หมายเลข 99 จัดอยู่ใน สาย ง ซึ่งประกอบด้วยผู้สมัครจาก 4 กลุ่มอาชีพ ได้แก่ กลุ่มที่ 2 (กฎหมาย), กลุ่มที่ 3 (การศึกษา), กลุ่มที่ 10 (ผู้ประกอบกิจการอื่น) และกลุ่มที่ 14 (สตรี) โดยผู้สมัครทุกคนในสาย ง ต้องเลือกลงคะแนนให้ผู้สมัครเลือกตัวเองไม่ได้ เลือกผู้สมัครกลุ่มอื่นในสายเดียวกันครบทั้ง 5 ช่อง/เบอร์ ตามหลักสถิติและผลคะแนนตามธรรมชาติ คะแนนของผู้สมัครทั่วไปควรเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 5-7 คะแนน ขนาดนายสมชาย วงษ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี อดีตปลัดกระทรวงยุติธรรม คนมีชื่อเสียงผ่านรอบเช้า แต่ในรอบบ่ายได้คะแนนเพียง 10 คะแนน เท่านั้น แต่ นางแดง กลับได้สูงถึง 63 คะแนน และ นายสมพาน ได้ถึง 61 คะแนน

โดยผลคะแนนผู้ได้รับเลือกเป็น สว. อันดับ 1-10 ในกลุ่มที่ 10 ปรากฏดังนี้ ตามแบบ สว.ป.41 อันดับที่ 1: นายโสภณ มะโนมะยา หมายเลขสมัคร 123 ได้ 73 คะแนน อันดับที่ 2: นายรุจิภาส มีกุศล หมายเลขสมัคร 80 ได้ 65 คะแนน อันดับที่ 3: พ.ต.ท.สง่า ส่งมหาชัย หมายเลขสมัคร 95 ได้ 64 คะแนน

อันดับที่ 4: นางแดง กองมา หมายเลขสมัคร 24 ได้ 63 คะแนน อันดับที่ 5: นายสมพาน พละศักดิ์ หมายเลขสมัคร 99 ได้ 61 คะแนน อันดับที่ 6: นายสุนทร เชาว์กิจค้า หมายเลขสมัคร 109 ได้ 60 คะแนน อันดับที่ 7: นายนิคม มากรุ่งแจ้ง หมายเลขสมัคร 39 ได้ 28 คะแนน อันดับที่ 8: นายสหพันธ์ รุ่งโรจนพณิชย์ หมายเลขสมัคร 1004 ได้ 23 คะแนน อันดับที่ 9 นายนิทัศน์ อารีย์วงศ์สกุล หมายเลขสมัคร 40 ได้ 22 คะแนน อันดับที่ 10: นายมังกร ศรีเจริญกุล หมายเลขสมัคร 7 ได้ 22 คะแนน

ช่องว่างคะแนนระหว่าง อันดับที่ 6 (60 คะแนน) กับ อันดับที่ 7 (28 คะแนน) ทิ้งห่างวูบลงมาถึง 32 คะแนน ตัวเลขที่ทิ้งห่างอย่างเห็นได้ชัดนี้ ทางสถิติและคณิตศาสตร์เป็นไปหรือ? หรือว่าจัดทำโพยล่วงหน้า หรือท่องจำหมายเลขแล้วเขียนหมายเลขตามเท่านั้น?

การที่ กกต. วินิจฉัยยกคำร้องนางแดง และ นายสมพาน  สว.อำนาจเจริญ โดยตรวจสอบเพียงความจริงขั้นต้นเรื่อง “การทำมาหากิน” แต่กลับละเลยพยานหลักฐานคะแนนและบัตรลงคะแนนในหีบบัตรและหลักฐานนิติวิทยาศาสตร์ทางคณิตศาสตร์ เป็นหลักฐานที่เชื่อถือได้ ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ (ถูกต้อง 100%) และเป็นความจริงที่สังคมรับรู้ ว่าคะแนนรอบเช้าที่เรียงเลขเหมือนกันถึง 20 คะแนน/บัตร และคะแนนรอบบ่าย 61-63 คะแนน/บัตร และรวมกับผู้ได้เป็น สว.จากโพยหรือเปล่า? ไม่ได้เกิดขึ้นโดยธรรมชาติ?  ขัดต่อหลักการลงคะแนนลับตามรัฐธรรมนูญ มีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าตามกฎหมายแล้ว เหตุใดสิ่งที่ “กกต. ยกคำร้อง สวนทาง” จึงสวนทางกับ “ความจริงที่สังคมเห็น”?

แต่ก็ยังหวังเป็นอย่างยิ่งว่า กกต. จะยึดมั่นในกฎหมาย หลักฐาน ความจริง และความยุติธรรม ในการลงมติพิจารณาที่จะเกิดขึ้นในเร็ว ๆ นี้