จากกรณีที่สก.พรรคประชาชน ชี้แจงในที่ประชุมสภากทม.ว่าได้กดบัตรของสมาชิกสภา กทม.คนอื่นที่เครื่องอยู่ใกล้กันเนื่องจากบัตรเสีย ในการประชุมสภากรุงเทพมหานคร สมัยประชุมสามัญ สมัยสาม (ครั้งที่ 2) นั้น

เมื่อวันที่ 31 ก.ค. ที่อาคารไอราวัตพัฒนา ดินแดง นายนภาพล จีระกุล ส.ก.เขตบางกอกน้อย พรรคประชาธิปัตย์ ได้นำทีม ส.ก. จากพรรคประชาธิปัตย์ และจากพรรคอื่นๆ ร่วมกันแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิด ในช่วงที่มีญัตติการแก้ไขข้อบังคับการประชุมสภา และมีการลงคะแนนเสียงของ สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร(สก.) ปรากฏว่ามีจำนวนสมาชิกอยู่ 41 ท่าน แต่ปรากฏว่าการลงคะแนน มีปัญหาเกิดขึ้น เนื่องจากบางท่านไม่ได้อยู่ในห้องประชุม แต่มีการเสียบบัตรค้างไว้และมีสมาชิกบางท่านไปกดคะแนนให้กับสมาชิกท่านอื่นที่เสียบบัตรคาไว้ในสภากรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นการกระทำผิดทั้งกฏหมายอาญา จริยธรรม แบบอย่างเทียบได้กับสภาใหญ่ เพราะสภาใหญ่มีการเสียบบัตรเรื่องการลงคะแนนให้กันมีความผิดทั้งด้านอาญาและจริยธรรม สภากรุงเทพมหานครเช่น้เดียวกัน ก็มีความผิดแบบในสภาผู้แทนราษฎรเช่นเดียวกัน

“วันนี้ที่พวกเรามาแถลงก็เพื่อความโปร่งใส ชัดเจน และเมื่อมีความผิดเกิดขึ้นเราก็ต้องทำให้ชัดเจนว่าผูที่กระทำผิดในครั้งนี้เป็นท่านใด โดยจะยื่นเรื่องต่อประธานสภา กทม. เพื่อให้ดำเนินการสอบสวนและติดตามความคืบหน้าต่อไป สำหรับที่มาร่วมแถลงกันวันนี้ก็มีสก.จาก เพื่อไทย Lifeลงตัวและสก.จากพรรคประชาธิปัตย์ร่วมกันแถลง ส่วนท่านอื่นติดภารกินจึงไม่ได้ออกมาแถลงร่วมกัน” นายนภาพลกล่าว

ขณะที่ นายสุทธิชัย วีรกุลสุนทร สก.เขตจอมทอง กล่าวว่า การเสียบบัตรแทนกันไม่ได้อยู่แล้ว มีความผิด ทั้งคดีอาญาและผิดทั้งจริยธรรม จริงๆแล้วสภากทม.เพิ่งขอความเห็นชอบในการปรับปรุง เปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อบังคับในการถ่ายทอดสดและเปิดเผย จึงอยากให้มีความกระจ่าง และอยากให้สภากรุงเทพมหานครปฏิบัติตามกฏหมายที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เพื่อจะได้ให้สมาชิกสภากทม.ทุกคนปฏิบัติเหมือนกันหมด เท่าเทียมกัน

นายนภาพล กล่าวเสริมว่า เพื่อความโปร่งใส มีการแก้ไขข้อบังคับการประชุมสภา ในวันนี้ แก้เพื่อความโปร่งใส มีการถ่ายทอด มีการให้เปิดเผยการประชุมสภา การประชุมคณะกรรมการสามัญ ฉะนั้นแล้วความโปร่งใสที่เกิดขึ้นในสภากรุงเทพมหานครต้องเกิดขึ้นจริงๆ เมื่อมีเหตุการณ์ครั้งนี้เกิดขึ้นแล้ว พวกเราในฐานะที่เป็น สก.ก็คงไม่ได้นิ่งนอนใจ ก็จะดำเนินคดีตามขั้นตอนกฎหมายเพื่อความโปร่งใส และเพื่อศักดิ์ศรีของสภากรุงเทพมหานคร.