วันที่ 4 สิงหาคม 2569 กรณีหลวงตาสุจย์ หรือ พระมหานรินธร ปสันโน อายุ 61 ปี พระนักเทศน์ชื่อดังในพื้นที่อีสานใต้ ซึ่งเคยตกเป็นกระแสดราม่าหนักจากกรณีมีการเผยแพร่คลิปที่หลวงตาสุจย์กล่าวถ้อยคำด่าทอและสาปแช่งคนสุรินทร์ ให้เขมรยิงเสียชีวิตทั้งหมด หลังเกิดเหตุความขัดแย้งบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา เมื่อช่วงกลางปี 2568 จนถูกสังคมวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง

ล่าสุด หลวงตาสุจย์กลับมาเป็นที่สนใจอีกครั้ง หลังเพจ “ชุมชนคนสุรินทร์” เผยแพร่คลิปวิดีโอคอลระหว่างหลวงตาสุจย์กับพระไทยอีกรูป พร้อมระบุข้อความในลักษณะว่า หลวงตาสุจย์ยืนยันว่า

“ผมคือคนไทย คนไทยยังไงก็คือคนไทย”

แม้ขณะนี้จะอยู่ในประเทศกัมพูชาก็ตาม

ภายในโพสต์ดังกล่าว ยังมีการกล่าวถึงตำแหน่งทางคณะสงฆ์ที่หลวงตาสุจย์อาจได้รับในประเทศกัมพูชา พร้อมระบุว่า หลังคลิปดังกล่าวเผยแพร่ออกไป มีชาวกัมพูชาบางส่วนออกมาทำคลิปแสดงความไม่ไว้วางใจ และตั้งข้อสังเกตให้จับตาหลวงตาสุจย์ โดยมีข้อความเปรียบเปรยว่า “ไฟก็คือไฟ” พร้อมเตือนว่าไม่ควรไว้วางใจอะไรง่ายๆ

ขณะเดียวกัน โลกออนไลน์ฝั่งกัมพูชามีการกดไลก์ แสดงความคิดเห็น และวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างต่อเนื่อง โดยมีทั้งผู้ที่แสดงความไม่พอใจ ตั้งคำถามถึงเจตนาของหลวงตาสุจย์ รวมถึงแสดงความคิดเห็นในเชิงเสียดสีและตัดพ้อ

ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ วัดป่าโคกคฤห์ (โคกครึ) ต.ป่าชัน อ.พลับพลาชัย จ.บุรีรัมย์ ซึ่งเป็นวัดที่หลวงตาสุจย์เป็นผู้ก่อตั้ง พบว่าบรรยากาศภายในวัดเป็นไปอย่างเงียบเหงา ปัจจุบันมีพระจำพรรษาอยู่เพียง 1 รูปเท่านั้น

นางผาย เสาะหาด้าย อายุ 60 ปี ชาวบ้านมะมัง หมู่ 1 ต.ป่าชัน อ.พลับพลาชัย จ.บุรีรัมย์ ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ใกล้วัด เปิดเผยว่า กรณีที่หลวงตาสุจย์ออกมายืนยันว่าตนเองยังเป็นคนไทย อาจทำให้ชาวกัมพูชาบางส่วนเกิดความไม่ไว้วางใจ แต่สำหรับชาวบ้านในพื้นที่ ตอนนี้ไม่อยากให้หลวงตาสุจย์เดินทางกลับประเทศไทย

นางผาย กล่าวว่า หลังจากเหตุการณ์ที่ผ่านมา ชาวบ้านในหมู่บ้านส่วนใหญ่หมดศรัทธา และไม่ได้ให้ความเคารพนับถือหลวงตาสุจย์เหมือนเดิมแล้ว

ทั้งนี้ กรณีดังกล่าวยังคงได้รับความสนใจจากประชาชนในพื้นที่ หลังเกิดกระแสถกเถียงเกี่ยวกับจุดยืนและบทบาทของหลวงตาสุจย์ ท่ามกลางสถานการณ์ความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนไทยและกัมพูชาที่ยังคงมีความอ่อนไหว