จากกรณี “นักบิด” มีผู้โพสต์ในกลุ่มโซเชียลมีเดีย จงใจเบี้ยวหนี้ ธนาคารคลิกซ์ หรือ CLICX ได้เงินกู้แล้วไม่จ่าย จนทำให้มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์และมีเสียงเตือนกลุ่มนี้ค่อนข้างมากว่า “ไม่มีผลดี” มีแต่ “ผลเสีย” อย่างแน่นอน

ในเรื่องนี้ กูรูการเงินและด้านการชำระหนี้ อย่างนายสุรพล โอภาสเสถียร ผู้ช่วยผู้บริหาร บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด หรือ NCB ได้ออกมาโพสต์เตือนสติกลุ่มสายบิดที่กำลังจะมีพฤติกรรมจงใจเบี้ยวหนี้ในลักษณะนี้

“สุรพล” ออกมาให้ข้อมูลว่า คนที่กำลังถูกดำเนินคดีจำนวนมากมายขนาดไหน? คำตอบคือ​ บัญชีสินเชื่อใดก็ตามถ้ามีการยื่นฟ้องให้ชำระหนี้​ และศาลท่านได้ประทับรับฟ้องแล้ว​ ดำเนินการต่อสู้คดีกัน​ จนมีคำพิพากษา​ และอยู่ระหว่างบังคับ​คดี ​ซึ่งมีอายุยาวไปถึง​ 10 ปีนั้น​ บัญชี​สินเชื่อเหล่านั้นจะมีรหัสติดในแต่ละบัญชีที่เรียกว่า​ Account status หรือ​ รหัสสถานะของบัญชี​ code 30​

ข้อมูล ณ​ สิ้นเดือน พ.ค. 2569​ มีจำนวนคนที่มีหนี้รวมแสนบาทลงมาที่อยู่ระหว่างดำเนินการทางกฎหมาย จนกว่าจะบังคับคดีเสร็จสิ้น​ 4.1 แสนคน คิดเป็น​ 5 แสนบัญชี​เศษ​ รวมยอดหนี้​ 2.1 หมื่นล้านบาท 

“เป็นจำนวนไม่น้อยที่กำลังสู้กับคดีความ​ กำลังใจ​ กำลังกาย​ ชีวิตมันไม่สนุกที่เป็นแบบนี้”

ทั้งนี้ จากข้อมูลในภาพรวม มีทั้งสิ้น 1.1 ล้านคน คิดเป็น​ 1.85 ล้านบัญชี​ รวมจำนวนเงิน​ 5.8 แสนล้านบาท​ กลุ่มนี้ผ่านการเป็นหนี้เสีย​ หนี้​ NPLs มาก่อน​ จนมาถึงตอนนี้คือ ขึ้นโรงขึ้นศาล​ ชีวิตต่อไปหลังจากนี้จึงขึ้นอยู่กับคำพิพากษา​

“สุรพล” ยังฝากถึงท่านที่คิดจะเป็น “นักบิด” จะเบี้ยวหนี้​ ท่านอยากจะเดินตามเส้นทางนี้หรือ? ควรคิดให้มาก​ คิดก่อนลงมือทำ เพราะเวลามีคดีความ จะส่งผลกระทบคนรอบตัวไปหมด

ทิ้งท้ายด้วยการย้ำว่า​ ยืมเงินเขามา​ ก็ต้องคืนเขาไป​ เป็นหนี้ต้องใช้หนี้​ สัญญา​ต้องเป็นสัญญา​ หากมีปัญหาต้องคุยกับเจ้าหนี้​ หาคนกลาง​ คุยกับผู้กำกับดูแลสถาบันการเงิน​ก็ได้​ โทร.​ 1213​ (เบอร์โทรฯ แบงก์ชาติ) 

เตือนสติ “อย่าคิดทำ นักบิดบนถนนมักลงเอยด้วยอุบัติเหตุ​ ไม่เจ็บ​ ไม่พิการ​ ก็เสียชีวิต”