เมื่อวันที่ 5 ส.ค. จากกรณี นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ อดีตประธานชมรมแพทย์ชนบท และอดีตผู้สมัคร สส.พรรคประชาชนเขต 2 สงขลา ได้ออกมาเปิดเผยข้อมูลวิจารณ์กระทรวงสาธารณสุข ว่าใช้งบประมาณและเงินนอกงบประมาณ หรือเงินบำรุงโรงพยาบาล ไปกับการจัดกิจกรรมโฆษณาประชาสัมพันธ์ จนทำให้โรงพยาบาลขาดทุน โดยแหล่งข่าวจากกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยถึง กรณีที่ นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ออกมาเคลื่อนไหวในประเด็นการบริหารงานด้านสาธารณสุข ยืนยันว่าข้อกล่าวหาดังกล่าวถูกหยิบยกมากล่าวอ้างเกินความเป็นจริง เพราะโดยกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง มีอำนาจหน้าที่ของแต่ละโรงพยาบาลตามขั้นตอนปกติและถูกต้องตามกฎหมาย โดยส่วนกลางไม่ได้ลงไปล้วงลูกหรือสั่งการแต่อย่างใด
ส่วนการจัดกิจกรรมประชาสัมพันธ์ต่าง ๆ เป็นไปเพื่อการขับเคลื่อนนโยบายที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนอย่างแท้จริง โดยเฉพาะการส่งเสริมนโยบายดิจิทัล เช่น การนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และระบบ “หมอพร้อม” มาใช้รวบรวมข้อมูลสุขภาพขนาดใหญ่ (Big Data) เพื่อคืนข้อมูลให้ประชาชนสามารถตรวจสอบได้ ซึ่งจะช่วยลดภาระงานของบุคลากร และลดค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลในระยะยาว แต่อย่างไรก็ตามหากในประเด็นต่างๆ ที่ยังมีความเคลือบแคลงสงสัยก็ยินดีที่จะให้ตรวจสอบหลักฐานต่างๆ ในเรื่องของความโปร่งใส เพื่อให้กระจ่างชัดต่อสังคมต่อไป
ดังนั้น มองว่าข้อสงสัยต่างๆ ที่เกิดขึ้นของ นพ.สุภัทร ก็มีสิทธิที่จะยื่นหนังสือให้ตรวจสอบได้ แต่มองว่าการแสดงออกของ นพ.สุภัทร มีนัยทางการเมืองแอบแฝง เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจในความโปร่งใสของ นพ.สุภัทร สมัยยังดำรงตำแหน่ง ผอ.รพ.จะนะ หรือไม่ ทั้งการบริหารจัดการใน รพ. และผลการดำเนินงานที่ขาดทุนมาอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งศักยภาพการพัฒนาบุคลากรทางการแพทย์ เมื่อเทียบกับ รพ. ระดับเดียวกัน เช่น รพ.ลำปลายมาศ
นอกจากนี้ยังมีกรณีการจัดซื้อชุดตรวจ ATK ในอดีตที่แบ่งจัดซื้อจัดจ้างหรือไม่ หรือแค่ต้องการแก้แค้นส่วนตัวต่อพรรคภูมิใจไทยปมถูกกระทรวงสาธารณสุขตั้งกรรมการสอบวินัยร้ายแรง จากกรณี การจัดซื้อชุดตรวจโควิด-19 (ATK) และการแก้ไขสัญญาก่อสร้าง สมัยดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงพยาบาลจะนะ จ.สงขลา ในช่วงปฏิบัติการ “แพทย์ชนบทบุกกรุง” ปี 2564 นอกจากนี้ยังพบข้อพิรุธถึงการตั้งคณะกรรมการสอบสวนของชมรมแพทย์ชนบท ที่ยังไม่มีการประกาศความคืบหน้า และยังไม่มีการแต่งตั้งประธานชมรมแพทย์ชนบทคนใหม่ หรือมันเกิดอะไรขึ้น
ขณะเดียวกัน ในเส้นทางวิชาชีพของตัว นพ.สุภัทร เอง ก็ถูกตั้งคำถาม และถูกตรวจสอบในเรื่องความโปร่งใส อย่างเมื่อครั้งดำรงตำแหน่ง ผอ.รพ.จะนะ ทั้งเรื่องการบริหารจัดการใน รพ. และผลการดำเนินงานที่ขาดทุนมาอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งศักยภาพการพัฒนาบุคลากรทางการแพทย์ เมื่อเทียบกับ รพ. ระดับเดียวกัน เช่น รพ.ลำปลายมาศ นอกจากนี้ ยังมีกรณีการจัดซื้อชุดตรวจ ATK ในอดีตที่แพงกว่า 3 เท่าตัวหรือไม่ โดยเฉพาะการถูกกระทรวงสาธารณสุขตั้งกรรมการสอบวินัยร้ายแรง จากกรณีการจัดซื้อชุดตรวจโควิด-19 (ATK) และการแก้ไขสัญญาก่อสร้าง สมัยดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงพยาบาลจะนะ จ.สงขลา ในช่วงปฏิบัติการ “แพทย์ชนบทบุกกรุง” ปี 2564 ซึ่งอาจทำให้ถูกมองว่ามีความคับแค้นใจส่วนตัวกับรัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุข
นอกจากนี้ สมัยดำรงตำแหน่งดังกล่าวยังพบข้อพิรุธถึงการตั้งคณะกรรมการสอบสวนของชมรมแพทย์ชนบท ที่ยังไม่มีการประกาศความคืบหน้า และยังไม่มีการแต่งตั้งประธานชมรมแพทย์ชนบทคนใหม่ ซึ่งสังคมกำลังตั้งคำถามว่าเกิดอะไรขึ้น ซึ่งจะเห็นได้ว่า สมัยดำรงตำแหน่ง ผอ.รพ.จะนะ มีสารพัดข้อกล่าวหาที่วันนี้สังคมยังไม่ได้รับคำตอบ ในขณะเดียวกัน เมื่อถูกตรวจสอบก็ป่าวประกาศว่าถูกกลั่นแกล้ง จนบางครั้งชวนให้ตั้งคำถามว่าใครกันแน่ที่ไม่ต้องการแสดงความโปร่งใส ใครกันแน่ที่พยายามหลีกเลี่ยงการตรวจสอบ และใครกันแน่ที่ไม่ยอมรับกับกระบวนการยุติธรรม
ดังนั้น มองว่าข้อสังสัยต่างๆ ที่เกิดขึ้นของ นพ.สุภัทร ก็มีสิทธิที่จะยื่นหนังสือให้ตรวจสอบได้ แต่อย่างไรก็ดี มีหลายครั้งที่การแสดงออกของ นพ.สุภัทร ถูกตั้งข้อสงสัยว่า มีนัยทางการเมืองแอบแฝงหรือไม่ และการเคลื่อนไหวแต่ละครั้ง กำลังเคลื่อนไหวในฐานะอะไร หากเป็นโดยสุจริตใจ ต้องการความโปร่งใสนั้น ถือเป็นเรื่องที่สุจริตชนพึงกระทำ หากแต่ต้องไม่ลืมว่า หมวกอีกใบของ นพ.สุภัทร คือ ผู้สมัคร สส.สงขลา ของพรรคประชาชน ซึ่งลงแข่งขันกับผู้สมัคร สส. อื่นๆ จากพรรคการเมืองอื่นด้วย ซึ่งวันนี้ นพ.สุภัทร ไม่ใช่แค่นายแพทย์ธรรมดา แต่เป็นนักการเมืองเต็มตัว ผ่านการลงสมัครรับเลือกตั้ง ขณะที่ต้นสังกัดก็เป็นพรรคฝ่ายค้านอยู่ในขณะนี้ อาจทำให้ถูกมองได้ว่าหวังประโยชน์ทางการเมือง หรือต้องการดิสเครดิตรัฐบาล ซึ่งเป็นหมวกอีกใบที่ นพ.สุภัทร ไม่สามารถแยกออกได้ อาจทำให้ถูกตั้งข้อสังเกตว่า มีความคับแค้นใจส่วนตัว หรืออคติส่วนตัว ในการตรวจสอบเรื่องนี้ ซึ่งความจริงแล้วผู้ที่จะตรวจสอบผู้อื่นเอง จะต้องเป็นผู้ที่มีความสุจริตเป็นที่ประจักษ์ ไม่มีมลทิน ไม่มีความเคลือบแคลงสงสัยจากสังคม.



