วันนี้ (6 สิงหาคม 2569) กรณีผู้บริโภคร้องเรียนคลินิกเสริมความงามแห่งหนึ่ง หลังเข้ารับบริการดูดไขมันหน้าท้องแบบสร้างร่องกล้ามเนื้อ หรือ “ร่อง 11” โดยเห็นโฆษณาผ่านสื่อสังคมออนไลน์ในราคา 33,999 บาท แต่ในวันผ่าตัดกลับถูกเรียกเก็บค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม รวมเป็น 70,000 บาท อีกทั้งผลลัพธ์ที่ได้รับไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์เรื่องบริการ “ไม่ตรงปก” 

ล่าสุด นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เปิดเผยว่า นายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ ที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และ ดร.พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ร่วมติดตามและรายงานผลต่อรัฐมนตรีอย่างต่อเนื่อง ขณะที่นายรณรงค์ พูลพิพัฒน์ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ได้รับมอบหมายให้เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงและดำเนินการตามอำนาจหน้าที่

นางสาวศุภมาส กล่าวว่า ตนสานต่อนโยบายของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ที่กำชับให้ทุกหน่วยงานดูแลประชาชนให้ได้รับความเป็นธรรมจากการซื้อสินค้าและบริการ โดยเฉพาะธุรกิจบริการเสริมความงามที่เติบโตอย่างรวดเร็วและเข้าถึงประชาชนผ่านสื่อออนไลน์ ตนจึงสั่งการให้ สคบ. ตรวจสอบกรณีดังกล่าวในส่วนที่อยู่ในอำนาจหน้าที่ พร้อมประสานข้อมูลกับกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) ซึ่งกำกับดูแลมาตรฐานสถานพยาบาล และแพทยสภา ซึ่งกำกับดูแลมาตรฐานวิชาชีพแพทย์ เพื่อให้การช่วยเหลือผู้เสียหายเป็นไปอย่างครบถ้วนทุกมิติ

“ดิฉันมีความห่วงใยผู้บริโภคที่ตัดสินใจใช้บริการเสริมความงามจากโฆษณาในสื่อออนไลน์ ราคาที่โฆษณาต้องเป็นราคาที่ผู้บริโภคต้องจ่ายจริง หากโฆษณาราคาหนึ่ง แต่กลับเรียกเก็บค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมจนสูงขึ้นกว่าเท่าตัว ผู้บริโภคย่อมเสียเปรียบตั้งแต่ก่อนเริ่มรับบริการ อีกประเด็นหนึ่งคือการให้ผู้บริโภคลงนามในเอกสารที่ระบุว่าไม่รับประกันผลลัพธ์ หรือมีข้อความที่อาจทำให้ผู้บริโภคไม่สามารถใช้สิทธิเรียกร้องได้ หากเป็นเงื่อนไขที่ไม่เป็นธรรมหรือเป็นการเอาเปรียบผู้บริโภค สคบ. จะตรวจสอบอย่างตรงไปตรงมาตามกฎหมาย”

นางสาวศุภมาส กล่าวต่อว่า ขณะนี้ผู้เสียหายได้ยื่นเรื่องร้องเรียนต่อ สคบ. แล้ว โดย สคบ. จะเชิญผู้เกี่ยวข้องมาให้ข้อเท็จจริงและดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย

นอกจากนี้ สคบ. ได้ยกระดับการกำกับดูแลธุรกิจบริการเสริมความงามด้านสัญญาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยกำหนดให้ผู้ประกอบธุรกิจต้องเปิดเผยรายละเอียดที่สำคัญแก่ผู้บริโภคอย่างชัดเจนก่อนเข้ารับบริการ อาทิ รายการหัตถการหรือการรักษา ค่าใช้จ่ายและค่าบริการทั้งหมด เงื่อนไขการชำระเงิน สิทธิในการยกเลิกหรือเปลี่ยนแปลงบริการ ตลอดจน ชื่อแพทย์ผู้ทำหัตถการ เลขที่ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ และข้อมูลที่จำเป็นอื่น ๆ เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถตัดสินใจได้อย่างรอบคอบ พร้อมทั้งป้องกันการใช้ข้อความหรือเงื่อนไขในสัญญาที่ไม่เป็นธรรมแก่ผู้บริโภค

นางสาวศุภมาส กล่าวย้ำว่า การคุ้มครองผู้บริโภคต้องเดินควบคู่กับการยกระดับมาตรฐานของผู้ประกอบธุรกิจที่สุจริต สคบ. จะเดินหน้าตรวจสอบการให้บริการ การกำหนดราคา และเงื่อนไขในสัญญาของธุรกิจบริการเสริมความงามอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันการให้บริการและการเรียกเก็บค่าใช้จ่ายที่ไม่เป็นธรรม รวมถึงการใช้เงื่อนไขที่เอาเปรียบผู้บริโภค พร้อมส่งเสริมให้ผู้ประกอบธุรกิจเปิดเผยข้อมูลที่ถูกต้อง โปร่งใส ตรวจสอบได้ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนและยกระดับมาตรฐานธุรกิจบริการเสริมความงามของประเทศ

“ดิฉันขอฝากถึงพี่น้องประชาชนว่า ก่อนตัดสินใจใช้บริการเสริมความงาม ควรสอบถามราคารวมทั้งหมดเป็นลายลักษณ์อักษร อ่านสัญญาและเอกสารยินยอมทุกฉบับให้ครบถ้วนก่อนลงนาม และเก็บหลักฐานโฆษณา ใบเสร็จ รวมถึงสัญญาไว้ทุกครั้ง ความสวยไม่ควรแลกมาด้วยความเสี่ยง และราคาที่โฆษณาต้องเป็นราคาที่จ่ายจริง หากพบการโฆษณาเกินจริง ถูกเรียกเก็บค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมโดยไม่เป็นธรรม หรือถูกบังคับให้ลงนามในเงื่อนไขที่เสียเปรียบ สามารถร้องเรียนได้ที่สายด่วน สคบ. 1166 แอปพลิเคชัน OCPB Connect เว็บไซต์ www.ocpb.go.th หรือศูนย์ดำรงธรรมทั่วประเทศ เพื่อให้ สคบ. เข้าไปตรวจสอบและคุ้มครองสิทธิตามกฎหมาย”