เมื่อวันที่ 7 ส.ค. 69 เวลา 10.36 น. สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร เสด็จเป็นการส่วนพระองค์ พร้อมด้วย เจ้าคุณพระสินีนาถ พิลาสกัลยาณี ไปทรงเยี่ยมและพระราชทานกำลังใจแก่ผู้ต้องขังหญิง ณ ทัณฑสถานหญิงเชียงใหม่ อำเภอเมืองเชียงใหม่ โดยมีนายชัชวาลย์ ปัญญา รอง ผวจ.เชียงใหม่ พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม พ.อ.ยรรยง ทิพาปกรณ์ รองผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 33 พ.ต.อ.กิตติพงษ์ เพ็ชรมุณี รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ พ.ต.ท.ประวุธ วงศ์สีนิล อธิบดีกรมราชทัณฑ์ และ น.ส.วิพรพักตร์ ค่ายบุญศรี ผู้อำนวยการทัณฑสถานหญิงเชียงใหม่ เฝ้ารับเสด็จ

จากนั้นเสด็จเข้าภายในทัณฑสถานหญิง พระราชทานโอกาสให้ พ.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม กราบทูลรายงานความเป็นมาของการดำเนินการโครงการธรรมนาวา “วัง” และ “โครงการ โคกหนองนา แห่งน้ำใจและความหวัง” และทอดพระเนตรการแสดงของผู้ต้องขังหญิง จำนวน 2 ชุด ประกอบด้วย ชุดที่ 1 การแสดงฟ้อนดอกระมิงค์ และชุดที่ 2 โอ้ละหนอเชียงใหม่ พร้อมทรงรับฟังตัวแทนผู้ต้องขังพูดถึงความประทับใจในการเข้าร่วมโครงการธรรมนาวา “วัง”

โครงการธรรมนาวา “วัง” เป็นโครงการอบรมและพัฒนาพฤตินิสัยผู้ต้องขัง โดยการนำแนวทางธรรมนาวา “วัง” เพื่อให้ผู้ต้องขังได้ศึกษาถึงสาระแก่นแท้ของศาสนา และขัดเกลาจิตใจ โดยได้ดำเนินการที่ทัณฑสถานเชียงใหม่ เป็นแห่งแรกเมื่อปี 2568  มีผู้ต้องขังเข้ารับการอบรมจำนวน 373 คน จนถึงปัจจุบันมีการฝึกอบรมให้ผู้ต้องขังทุกกลุ่มมาแล้ว 18 ครั้ง รวมทั้งสิ้น 3,667 คน ผลการฝึกอบรมทำให้ผู้ต้องขังอยู่ในระเบียบวินัยมากขึ้น ง่ายต่อการควบคุม ลดปัญหาการทะเลาะวิวาท

หนึ่งในผู้ต้องขังหญิงที่เข้าร่วมโครงการ ธรรมนาวา “วัง” กล่าวด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณว่า จากอดีตที่เธอเคยใช้ชีวิตตามอารมณ์ จนหลงผิดทำให้ชีวิตต้องตกอยู่ในเงามืดอันอับแสง ต้องเป็นผู้ต้องขังอยู่ในเรือนจำ

กระทั่งมีโครงการ ธรรมนาวา “วัง” ที่ได้สอนหลักธรรมลูกอมสองเม็ด คือ การระลึกถึงพระรัตนตรัย และการทักอารมณ์ จึงทำให้เธอมีความเชื่อมั่นในพระรัตนตรัย เมื่อมีอารมณ์เศร้าหรือโกรธ ก็จะรู้เท่าทันอารมณ์ของตัวเอง จึงทำให้ชีวิตที่เคยมืดมนกลับมาสว่างไสวอีกครั้ง จากนั้นพระราชทานของที่ระลึกแก่ตัวแทนผู้ต้องขังพูดถึงความประทับใจในการเข้าร่วมโครงการธรรมนาวา “วัง” พร้อมทั้งพระราชทานของที่ระลึกแก่ตัวแทนผู้ต้องขังหญิง และพระราชทานของที่ระลึกแก่คณะกรรมการ ทัณฑสถานหญิงเชียงใหม่

ต่อมาทอดพระเนตรนิทรรศการโครงการ “โคกหนองนาแห่งน้ำใจและความหวัง” อันเป็นโครงการที่น้อมนำ สืบสาน และต่อยอด หลักเกษตรทฤษฎีใหม่ ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานโครงการดังกล่าว เพื่อเป็นแนวทางแก่ผู้ต้องขังและผู้พ้นโทษ ให้สามารถพึ่งพาตนเองได้ภายหลังพ้นโทษ

จากนั้น ทอดพระเนตรการตรวจรักษาทันตกรรม และทอดพระเนตรครุภัณฑ์พระราชทาน ภายใต้โครงการ “ราชทัณฑ์ปันสุข ทำความ ดี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์” อันเป็นโครงการพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อยกระดับการดูแลสุขภาพของผู้ต้องขังในเรือนจำ ให้เข้าถึงการบริการทางการแพทย์อย่างเท่าเทียม ฝึกอบรมอาสาสมัครสาธารณสุขเรือนจำ และจัดหาเครื่องมือ อุปกรณ์ทางการแพทย์ เพื่อให้ผู้ต้องขังได้รับการรักษาพยาบาลอย่างเท่าเทียม ตามหลักสิทธิมนุษยชน ซึ่งทัณฑสถานหญิงเชียงใหม่ ได้รับพระราชทานเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ จำนวน 18 รายการ และดำเนินการจัดอบรมอาสาสมัครสาธาธารณสุขเรือนจำ จำนวน 13 รุ่น มีผู้ผ่านการฝึกอบรม รวมทั้งสิ้น 477 คน

ในเวลาต่อมาเสด็จไปยังสถานเลี้ยงเด็ก เพื่อพระราชทานของที่ระลึกให้แก่ผู้ต้องขังหญิงตั้งครรภ์ และทอดพระเนตรการฝึกวิชาชีพต่างๆ ให้กับผู้ต้องขังหญิง อาทิ การฝึกวิชาชีพนวดแผนไทย การทำอาหารคาว-หวาน การทอผ้าไหม การดูไพ่ยิปซี เป็นต้น

ด้วย สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร ทรงสืบสาน รักษา ต่อยอด พระราชปณิธานในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในการให้โอกาสผู้ก้าวพลาดได้ปรับเปลี่ยนและพัฒนาตนเอง เพื่อกลับคืนสู่สังคมโดยไม่กระทำผิดซ้ำ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงพระเมตตาที่ทรงมีต่อผู้ต้องราชทัณฑ์อย่างเท่าเทียม