นายณัฐพล ชูจิตารมย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โออาร์ เฮลท์ แอนด์ เวลเนส จำกัด ผู้บริหารร้าน “found & found” เปิดเผยว่า ในโอกาสฉลองครบรอบ 2 ปี แบรนด์ได้เดินหน้าตอกย้ำการเป็น “No.1 JK Beauty” จัดงานมอบรางวัล found & found JK Beauty Award 2026 เวทีสุดยอดบิวตี้ไอเทมจากญี่ปุ่นและเกาหลีแห่งปีครั้งแรก เพื่อลดความซับซ้อนและช่วยผู้บริโภคตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าคุณภาพที่ผ่านการพิสูจน์จากยอดขายและเสียงตอบรับจริง โดยมีการมอบรางวัลรวม 39 รางวัล ใน 18 หมวดหมู่ พร้อมมอบรางวัลพิเศษ Best Supplier Award แก่ SUGI BLEZ และ OLIVE YOUNG รวมถึงรางวัล T-Beauty Stars เพื่อหนุนแบรนด์ไทยศักยภาพสูง

สำหรับแนวโน้มการเติบโตของตลาด J-Beauty และ K-Beauty สะท้อนให้เห็นว่าผู้บริโภคให้ความสำคัญกับคุณภาพ นวัตกรรม และประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์มากกว่าการเลือกซื้อตามกระแส ส่งผลให้ยอดขายสินค้าในกลุ่ม JK Beauty ของ found & found เติบโตราว 200% เมื่อเทียบกับปีก่อน สะท้อนบทบาทของ found & found ในฐานะจุดหมายของผู้บริโภคที่มองหาสินค้าความงามจากญี่ปุ่นและเกาหลี พร้อมเดินหน้าต่อยอดความแข็งแกร่งของแบรนด์ ยกระดับประสบการณ์การเลือกซื้อ และผลักดันแบรนด์สู่การเป็น No.1 Destination for JK Beauty ในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความแตกต่าง

ปัจจุบัน found & found มีเครือข่าย 29 สาขา ครอบคลุมพื้นที่กรุงเทพฯ และต่างจังหวัด พร้อมจุดจำหน่ายในรูปแบบ Shelf-in-Shop ใน Foodland และ Mitsukoshi รวมกว่า 12 จุดจำหน่าย โดยบริษัทตั้งเป้าขยายเป็น มากกว่า 50 จุดจำหน่ายภายในปี 2569 และเดินหน้าสู่ 400 สาขาภายในระยะเวลา 5ปี ผ่านการขยายสาขาในศูนย์การค้า คอมมูนิตี้มอลล์ และการต่อยอดจุดแข็งของ OR Ecosystem เพื่อเพิ่มการเข้าถึงผู้บริโภคทั่วประเทศ พร้อมตั้งเป้าการเติบโตของธุรกิจ 100% ภายในปี 2570 และผลักดัน found & found สู่ Top 5 ตลาด Health & Beauty Retail ของไทย

สำหรับ found & found แม้จำนวน SKU ภายในร้านจะไม่ได้เพิ่มขึ้นสูงมากอย่างมีนัยสำคัญ แต่บริษัทมุ่งเน้นการยกระดับ คุณภาพของสินค้า ผ่านการคัดเลือกแบรนด์และผลิตภัณฑ์ใหม่ที่มีศักยภาพ ทั้งสินค้านวัตกรรม สินค้าในกระแส และผลิตภัณฑ์ที่ได้รับความนิยมในตลาด ให้เข้ามาหมุนเวียนเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ผู้บริโภคเข้าถึงเทรนด์ความงามล่าสุดได้ในที่เดียว และขณะเดียวกัน ตลาดยังเห็นการเติบโตอย่างโดดเด่นของแบรนด์ความงามสัญชาติไทย ซึ่งได้รับการยอมรับทั้งในด้านคุณภาพ นวัตกรรม และความคุ้มค่า ส่งผลให้ในปัจจุบันแบรนด์ไทยมีบทบาทสำคัญมากขึ้น สะท้อนถึงความสามารถของแบรนด์ไทยในการแข่งขันกับแบรนด์ต่างประเทศ และตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ