เมื่อวันที่ 8 ส.ค. 2569 พ.ต.อ.อนันต์ ทองบันเทิง ผกก.สภ.สตึก จ.บุรีรัมย์, พ.ต.ท.ภานุวัฒน์ มากมูลรอง ผกก.(สืบสวน) พร้อมชุดสืบสวนเข้าควบคุมตัวนายเอ (นามสมมุติ) อายุ 15 ปี และนายบี (นามสมมุติ) อายุ 15 ปี ได้ที่บ้านพักแห่งหนึ่งใน ต.สตึก อ.สตึก จ.บุรีรัมย์ โดยทั้ง 2 เป็นสมาชิกแก๊ง “ศาลพระภูมิ” หลังก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิงเข้าที่บริเวณน่องขาซ้ายพลทหารจิรวัฒน์ อายุ 22 ปี ทหารสังกัดค่ายแห่งหนึ่งในจังหวัดสระแก้ว ทะลุน่องได้รับบาดเจ็บสาหัส เมื่อคืนวันที่ 7 ส.ค. ที่ผ่านมา ก่อนขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไป พร้อมของกลางอาวุธปืนปากกา ขนาด 9 มม. 1 กระบอก และปลอกกระสุนปืนขนาด 9 มม. ที่คาอยู่ในรังเพลิง 1 ปลอก และยังตรวจยึดรถจักรยานยนต์ที่ใช้ในการก่อเหตุอีก 1 คัน มาสอบสวนที่ สภ.สตึก

จากการสอบสวน นายเอ รับสารภาพว่าเป็นผู้ลงมือก่อเหตุจริง โดยคืนก่อเหตุ ตนซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ของนายบี เพื่อนสนิทไปขี่รถเล่นกัน 7 คัน แล้วชักชวนกันไปที่บ้านคูขาด ต.สตึก เมื่อขี่มาถึงบริเวณสวนสาธารณะบ้านคูขาด ได้ถูกกลุ่มวัยรุ่นเจ้าถิ่นใช้ก้อนหินขว้างใส่กลุ่มพวกตน จากนั้นคนเจ็บได้วิ่งมาหมายจะเข้ามาทำร้ายตน จึงใช้ปืนปากกาที่พกติดตัวมายิงสวนออกไป 1 นัด เพื่อป้องกันตัว ถูกบริเวณขาซ้ายของผู้บาดเจ็บจนล้มลง จากนั้นได้หลบหนีไปจนถูกตำรวจตามมาที่บ้านดังกล่าว
นายเอ ยังกล่าวว่า ตนมีความแค้นที่ถูกกลุ่มผู้บาดเจ็บขโมยหมวกกันน็อกไปช่วงวันที่ 1 ส.ค. ที่ผ่านมา จำนวน 2 ใบ จึงเก็บความแค้นเอาไว้ ส่วนอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุนั้น สั่งซื้อมาจากช่องทางออนไลน์ตั้งแต่ปีที่แล้วในราคา 1 พันบาท พร้อมลูกกระสุนปืน โดยตั้งใจซื้อมาพกติดตัวไว้เพื่อป้องกันตัวในช่วงที่มีงานประเพณีแข่งเรือยาวอำเภอสตึก เมื่อปีที่ผ่านมา ก่อนจะนำมาก่อเหตุในครั้งนี้

นอกจากนี้ ผู้ต้องหายังเปิดเผยอีกว่า กลุ่มวัยรุ่นทั้งสองฝ่ายเคยมีสัญญาใจร่วมกันว่า หากเกิดเหตุปะทะ หรือมีเรื่องทะเลาะวิวาทกันระหว่างกลุ่ม ทำให้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต แต่ละฝ่ายจะต้องแก้ปัญหากันเอง และห้ามนำเรื่องไปแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจโดยเด็ดขาด อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหา นายเอ ตาม พ.ร.บ.อาวุธปืน ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่าเมื่อคืนวันที่ 25 มิ.ย. ที่ผ่านมา นายเอ ผู้ต้องหาและเพื่อน เคยได้นำเอาศาลพระภูมิและท่อนไม้ออกมาตั้งขวางกลางถนนบริเวณทาง 3 แพร่ง ช่วงเวลา 04.00 น. แล้วโทรศัพท์แจ้งหลอกให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยวังกรูดสตึก ออกมารับคนไข้ เพื่ออยากรู้ว่ากู้ภัยจะกลัวผีไหม จนมีชาวบ้านตั้งฉายาว่า “แก๊งศาลพระภูมิ “ กระทั่งมาถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุม




