โยเกิร์ตเป็นหนึ่งในอาหารหมักที่ได้รับความนิยม เพราะรับประทานง่าย รสชาติหลากหลาย และอุดมไปด้วยสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกาย ทั้งโปรตีน แคลเซียม วิตามิน และจุลินทรีย์มีชีวิต โดยเฉพาะโยเกิร์ตที่มีจุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์ต่อระบบทางเดินอาหาร การรับประทานโยเกิร์ตเป็นส่วนหนึ่งของอาหารที่สมดุลจึงอาจช่วยส่งเสริมสุขภาพในหลายด้าน ตั้งแต่ระบบย่อยอาหาร การควบคุมน้ำหนัก ไปจนถึงการลดความเสี่ยงของโรคเรื้อรังบางชนิด


ช่วยระบบย่อยอาหารและการขับถ่าย


จุดเด่นสำคัญของโยเกิร์ต คือจุลินทรีย์มีชีวิตที่เกิดจากกระบวนการหมัก เช่น แลคโตบาซิลลัส (Lactobacillus) และ บิฟิโดแบคทีเรียม (Bifidobacterium) ซึ่งอาจช่วยสนับสนุนสมดุลของจุลินทรีย์ในลำไส้ ทั้งนี้ ประโยชน์ที่ได้รับขึ้นอยู่กับชนิดและสายพันธุ์ของจุลินทรีย์ รวมถึงปริมาณที่บริโภค


กระบวนการหมักยังทำให้แบคทีเรียย่อยแลคโตสบางส่วนในนมให้กลายเป็นกรดแลกติก ส่งผลให้โยเกิร์ตมีแลคโตสน้อยกว่านมในปริมาณหนึ่ง จึงอาจเหมาะกับผู้ที่ย่อยแลคโตสได้ไม่ดีและมีอาการไม่สบายท้องหลังดื่มนม อย่างไรก็ตาม ความสามารถในการรับประทานได้โดยไม่เกิดอาการแตกต่างกันในแต่ละคน


มีส่วนช่วยควบคุมน้ำหนัก


โยเกิร์ตไม่ได้เป็นอาหารที่เผาผลาญไขมันโดยตรง แต่สามารถนำมาเป็นส่วนหนึ่งของแผนควบคุมน้ำหนักได้ โดยเฉพาะโยเกิร์ตที่มีโปรตีนสูง เช่น กรีกโยเกิร์ต ซึ่งโดยทั่วไปให้โปรตีนมากกว่าโยเกิร์ตทั่วไป โปรตีนช่วยเพิ่มความรู้สึกอิ่ม ทำให้สามารถควบคุมปริมาณอาหารและลดการรับประทานจุกจิกระหว่างวันได้


นอกจากนี้ โปรตีนยังมีส่วนช่วยรักษามวลกล้ามเนื้อในช่วงที่ควบคุมพลังงาน ซึ่งมีความสำคัญต่อการรักษาสมรรถภาพของร่างกาย ดังนั้น หากต้องการใช้โยเกิร์ตเป็นอาหารว่าง ควรเลือกชนิดที่มีโปรตีนสูงและน้ำตาลเติมแต่งต่ำ


อาจช่วยลดความเสี่ยงเบาหวานชนิดที่ 2


งานวิจัยด้านโภชนาการจำนวนหนึ่งพบความสัมพันธ์ระหว่างการรับประทานโยเกิร์ตเป็นประจำกับความเสี่ยงที่ลดลงของโรคเบาหวานชนิดที่ 2 อย่างไรก็ตาม ควรเข้าใจว่าข้อมูลดังกล่าวเป็นความสัมพันธ์จากรูปแบบการบริโภค ไม่ได้หมายความว่าโยเกิร์ตสามารถป้องกันหรือรักษาโรคเบาหวานได้โดยตรง


หนึ่งในเหตุผลที่เป็นไปได้คือ โยเกิร์ตมีโปรตีนและสารอาหารหลายชนิดที่ช่วยให้มื้ออาหารมีคุณค่าทางโภชนาการมากขึ้น อีกทั้งผลิตภัณฑ์นมหมักอาจมีบทบาทต่อระบบเผาผลาญและสุขภาพของจุลินทรีย์ในลำไส้ อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับชนิดของโยเกิร์ตและรูปแบบการรับประทานอาหารโดยรวม


เลือกโยเกิร์ตอย่างไรให้ได้ประโยชน์


ทางเลือกที่เหมาะสมคือโยเกิร์ตรสธรรมชาติที่ไม่เติมน้ำตาล เพราะโยเกิร์ตแต่งรสหรือโยเกิร์ตพร้อมผลไม้บางชนิดอาจมีน้ำตาลเติมแต่งในปริมาณสูง ควรอ่านฉลากโภชนาการและเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีโปรตีนเหมาะสมกับความต้องการของร่างกาย และมีจุลินทรีย์มีชีวิตตามที่ระบุบนฉลาก


หากต้องการเพิ่มใยอาหาร สามารถรับประทานคู่กับผลไม้ ถั่ว อัลมอนด์ หรือเมล็ดพืชต่าง ๆ ได้ ซึ่งช่วยให้มื้ออาหารมีสารอาหารหลากหลายมากขึ้น ส่วนเรื่องเวลาในการรับประทานนั้น ไม่มีหลักฐานชัดเจนว่าช่วงเวลาใดให้ประโยชน์เหนือกว่าอย่างมีนัยสำคัญ จึงสามารถรับประทานเป็นอาหารเช้า อาหารว่าง หรือร่วมกับมื้ออาหารตามความสะดวก


โยเกิร์ตเป็นอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการ และสามารถเป็นส่วนหนึ่งของการรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพได้ หากเลือกชนิดที่เหมาะสม โดยเฉพาะสูตรธรรมชาติ น้ำตาลเติมแต่งต่ำ และมีโปรตีนเพียงพอ การรับประทานในปริมาณพอเหมาะร่วมกับอาหารหลากหลายครบถ้วนและการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ย่อมเป็นแนวทางที่เหมาะสมกว่าการคาดหวังให้โยเกิร์ตเพียงอย่างเดียวช่วยป้องกันหรือรักษาโรค.

ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES