วันที่ 11 ส.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยถึงความคืบหน้าการดำเนินงานสำคัญของกระทรวงคมนาคม การผลักดันนโยบายขนส่งสาธารณะพลังงานไฟฟ้า (EV) เพื่อยกระดับการบริการประชาชน
นายพิพัฒน์ ระบุถึงความคืบหน้าโครงการเปลี่ยนรถโดยสารสาธารณะขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ให้เป็นรถไฟฟ้า (EV) ว่า ขณะนี้มีการหารือกับกระทรวงการคลังอย่างต่อเนื่องเรื่องแหล่งเงินกู้ ตาม พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ซึ่งมีในส่วน 2 แสนล้านบาทหลังใช้ในเรื่องการเปลี่ยนผ่านพลังงาน มีความเป็นไปได้แค่ไหนนำมาใช้กับการเปลี่ยนรถขนส่งโดยสารสาธารณะเป็นรถ EV ทั้งหมด
ทั้งนี้ หากตามแผนที่ตั้งเป้าหมายไว้ ในช่วงเดือนมีนาคมถึงเมษายน ปี 70 จะเริ่มได้รับรถ EV ชุดแรก และเมื่อพ้นช่วงกลางปี 70 เป็นต้นไป คาดว่าจะมีรถ EV เข้าสู่ระบบรวมประมาณ 2,320 คันตามแผนที่นำเสนอไว้
นายพิพัฒน์ กล่าวว่า เมื่อได้รับรถครบตามจำนวน ขสมก. จะยกเลิกรถโดยสารที่ใช้ระบบเครื่องยนต์สันดาปและก๊าซธรรมชาติทั้งหมด เพื่อเปลี่ยนเป็นระบบ EV แบบ 100% และยังมีแผนขยายผลไปยังรถโดยสารสาธารณะระหว่างจังหวัดที่จะเปลี่ยนเป็น EV อีกด้วย
สำหรับในส่วนของงบประมาณที่ใช้นั้น ขณะนี้ได้สั่งการให้อธิบดีกรมการขนส่งทางบกไปพิจารณารายละเอียดงบประมาณ และอาจมีการขอแบ่งเงินจาก พ.ร.ก.กู้เงินมาใช้หากเข้าหลักเกณฑ์ ซึ่งคาดว่าจะสรุปตัวเลขและนำเสนอแผนได้เร็วที่สุด หรือต้องเริ่มเสนอภายในเดือน ส.ค.นี้



