เมื่อวันที่ 13 ส.ค. 69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 11 ส.ค. 69 ช่วงเช้าที่ผ่านมา ภายในบริเวณพระวิหารวัดศรีโคมคำ (วัดพระเจ้าตนหลวง) อ.เมือง จ.พะเยา ได้มีการจัดพิธีขอขมาแด่พระราชปริยัติ เจ้าคณะจังหวัดพะเยา เจ้าอาวาสวัดศรีโคมคำพระอารามหลวง โดยเมื่อปี 65 ที่ผ่านมา ได้มี 3 แกนนำ ได้ปลุกระดมชาวบ้านบริเวณชุมชนหน้าวัดศรีโคมคำ จำนวน 28 ราย ให้ถือป้ายไปขับไล่เจ้าอาวาสวัดศรีโคมคำ ด้วยเหตุต่าง ๆ นานา ซึ่งในช่วงนั้นพบว่าเจ้าอาวาสเดินทางไปเจริญพระพุทธมนต์ที่ จ.พิษณุโลก โดยไม่ทราบเรื่องที่เกิดขึ้น จนล่าสุดทางทนายวัชระ บุญปลอด ไวยาวัจกรฝ่ายกฎหมายวัดศรีโคมคำ ได้ทราบเรื่อง จึงได้มีการดำเนินคดีกับแกนนำทั้ง 3 ราย ที่ได้นำชาวบ้านประท้วง ทั้งนี้ เรื่องราวที่เกิดขึ้นพบว่าเป็นการกลั่นแกล้งด้วยเหตุไม่มีมูลกับทางเจ้าอาวาสวัดศรีโคมคำรูปปัจจุบันด้วย

อีกทั้งยังพบข้อมูลว่า เจ้าอาวาสวัดศรีโคมคำได้มีการเรียกคณะกรรมการประชุมตรวจสอบการเงินภายในพระธาตุจอมทอง ซึ่งเป็นพื้นที่ธรณีสงฆ์ของวัดศรีโคมคำพระอารามหลวง ทำให้อีกฝ่ายเกิดความไม่พอใจ และเชื่อว่าขัดผลประโยชน์จากการถูกตรวจสอบ จึงได้มีการปลุกระดมขับไล่ในเรื่องที่เกิดขึ้น หลังจากนั้นไม่นาน ชาวบ้านที่เคยเดินประท้วงก็ได้รู้ความจริง จึงพากันเดินทางมากราบขอขมาเจ้าอาวาสวัดศรีโคมคำ แต่ก็ขาดเพียงแกนนำทั้ง 3 ราย ที่ไม่ยอมมาขอขมาในช่วงนั้น จนได้มีการแจ้งความเอาผิดทั้ง 3 รายในเวลาต่อมา

ล่าสุดวันนี้ ทั้งทางพระราชปริยัติ เจ้าคณะจังหวัดพะเยา เจ้าอาวาสวัดศรีโคมคำพระอารามหลวง พร้อมทั้งเจ้าคณะอำเภอทั้ง 9 อำเภอ พระสังฆาธิการระดับต่าง ๆ อีกทั้งผู้ตรวจราชการสำนักงานพระพุทธศาสนา ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดพะเยา ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองพะเยา รวมทั้งชาวบ้านที่ทราบข่าว ก็ได้เดินทางมาร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีขอขมาครั้งนี้อีกด้วย

โดยทางเจ้าอาวาสไม่ได้ติดใจเอาความแต่อย่างใด และได้รับมอบพานขอขมาจากทั้ง 3 แกนนำ รวมทั้งได้มีการเซ็นเอกสารยินยอมในเรื่องราวที่เกิดขึ้นว่าไม่เป็นความจริง เพียงแต่เป็นการยุยงปลุกปั่นให้เกิดความเกลียดชังเจ้าอาวาสรูปปัจจุบันในเรื่องของการทำงานต่าง ๆ ภายในวัดศรีโคมคำแห่งนี้

ทนายวัชระ เปิดเผยว่า เรื่องราวดังกล่าวได้พบว่ามีการขับไล่เจ้าอาวาสรูปปัจจุบันตั้งแต่ปี 65 ในเรื่องของการทำงานต่าง ๆ อีกทั้งการตรวจสอบเงินบริจาคภายในพระธาตุจอมทอง ซึ่งเป็นพื้นที่ธรณีสงฆ์ของวัดศรีโคมคำพระอารามหลวงแห่งนี้ จนแกนนำทั้ง 3 รายนี้ ได้ยุยงปลุกปั่นชาวบ้านให้มาขับไล่เจ้าอาวาส โดยตนเชื่อว่าน่าจะเกิดการขัดผลประโยชน์ที่ถูกตรวจสอบเรื่องเงินบริจาค ตนจึงได้มีการแจ้งความเอาผิดแกนนำทั้ง 3 ราย ส่วนชาวบ้านที่มาถือป้าย ทางเจ้าอาวาสไม่ต้องการเอาเรื่อง และวันนี้ทราบว่าทั้ง 3 ราย ได้มีการแถลงต่อผู้พิพากษาหัวหน้าศาลและผู้พิพากษาเจ้าของสำนวนในการมาขอขมาทางเจ้าอาวาส เพื่อเป็นเหตุบรรเทาโทษแก่ตัวเองในเรื่องที่เกิดขึ้นนี้ด้วย