เมื่อวันที่ 14 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งเผยแพร่คลิปขณะออกเรือวางอวนบริเวณอ่าวทะเลบ้านบางละมุง หรือ “ทะเลบ้านโรงโป๊ะ” ใกล้ปากคลองบางละมุง หมู่ 4 ต.บางละมุง อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ก่อนพบปลาหมอคางดำติดอวนขึ้นมาเป็นจำนวนมาก โดยเจ้าของคลิปแสดงความตกใจกับสิ่งที่พบ พร้อมโพสต์ข้อความว่า “จะหาปลาทำกับข้าว..แต่ดูสิ่งที่เจอหัวจะปวด” จนคลิปดังกล่าวได้รับความสนใจจากชาวบ้านในพื้นที่

ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ตรวจสอบบริเวณชายหาดบ้านโรงโป๊ะ ซึ่งเป็นชุมชนประมงพื้นบ้าน และพูดคุยกับเจ้าของคลิป ทราบชื่อ นายณัฐกร เสือเอี่ยม อายุ 27 ปี หรือ “ไต๋นัท” เปิดเผยว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 12 สิงหาคมที่ผ่านมา ซึ่งตรงกับวันแม่แห่งชาติ โดยตนนำเรือออกไปวางอวนเพื่อจับปลากระบอก หวังนำกลับมาประกอบอาหารให้ครอบครัว แต่เมื่อกู้อวนขึ้นมากลับพบว่าแทบทั้งหมดเป็นปลาหมอคางดำ ติดอวนขึ้นมาเป็นจำนวนมากจนเต็มลำเรือ ประเมินน้ำหนักรวมประมาณ 200 กิโลกรัม

ไต๋นัท กล่าวว่า รู้สึกตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น เนื่องจากใช้ชีวิตผูกพันกับทะเลและออกหาปลาในพื้นที่มาโดยตลอด แต่ไม่เคยพบปลาหมอคางดำจำนวนมากเช่นนี้มาก่อน ที่ผ่านมาเคยเห็นปัญหาปลาหมอคางดำจากข่าวในพื้นที่อื่น กระทั่งครั้งนี้มาเจอกับตัวเอง หลังนำปลากลับขึ้นฝั่ง ได้โพสต์คลิปชักชวนชาวบ้านที่ต้องการปลาไปประกอบอาหารให้มารับแบ่ง ระบุว่า “หากบ้านไหนยังไม่มีกับข้าวกิน ให้มาแบ่งปลาหมอคางดำไป” ก่อนจะมีชาวบ้านเดินทางมารับปลาไปประกอบอาหารจำนวนมาก

ส่วนปลาที่เหลือ ไต๋นัทนำกลับไปทดลองประกอบอาหาร ทั้งเมนูทอดและแปรรูปเป็นปลาหมอคางดำแดดเดียว โดยระบุว่า จากที่ได้ลองรับประทาน รสชาติใกล้เคียงกับปลานิล แต่เนื้อมีความมันมากกว่า

ตอนนี้กลัวว่าปลาหมอคางดำจะส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศในพื้นที่หรือไม่ ไต๋นัทระบุว่า ตนไม่มีข้อมูลทางวิชาการเพียงพอที่จะยืนยัน แต่สิ่งที่ทำให้กังวลคือ ในการวางอวนครั้งดังกล่าว พบเพียงปลาหมอคางดำ และไม่มีปลาชนิดอื่นติดอวนขึ้นมาแม้แต่ตัวเดียว

ไต๋นัท ยังตั้งข้อสังเกตว่า ปลาหมอคางดำที่พบ อาจเคลื่อนออกมาจากบริเวณคลองบางละมุง ก่อนลงสู่ทะเลหลังมีฝนตกหนัก อย่างไรก็ตาม ประเด็นดังกล่าวยังเป็นเพียงข้อสันนิษฐานของชาวประมง และจำเป็นต้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบแหล่งที่มาและข้อเท็จจริงอีกครั้ง

ขณะที่กลุ่มชาวประมงพื้นบ้านโรงโป๊ะ ซึ่งนอกจากทำประมงชายฝั่งแล้ว ยังมีการทำฟาร์มหอยแมลงภู่ ต่างแสดงความวิตกกังวลหลังพบปลาหมอคางดำจำนวนมากในพื้นที่ โดยเกรงว่าอาจส่งผลกระทบต่อทรัพยากรสัตว์น้ำและระบบนิเวศชายฝั่ง รวมถึงพื้นที่เพาะเลี้ยงหอยแมลงภู่ จึงต้องการให้หน่วยงานด้านประมงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งลงพื้นที่สำรวจปริมาณการกระจายตัว และตรวจสอบผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นอย่างจริงจัง



