เมื่อวันที่ 16 ส.ค. นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร (วิปฝ่ายค้าน) ให้สัมภาษณ์ถึงการพูดคุยกับพรรคร่วมฝ่ายค้านเพื่อยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ว่า พรรคร่วมฝ่ายค้านรับรู้ร่วมกันอย่างไม่เป็นทางการตั้งแต่ก่อนปิดสมัยประชุมแล้วว่า เราจะมีการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจในสมัยประชุมที่จะถึงนี้ โดยเมื่อเปิดประชุมสภาช่วงปลายเดือน ส.ค. จะประสานพรรคร่วมฝ่ายค้านอย่างเป็นทางการ เพื่อหารือกรอบเนื้อหา เวลา และบุคคลในคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่เราจะเสนอญัตติไม่ไว้วางใจ
เมื่อถามว่า เบื้องต้นได้มีการวางกรอบประเด็นคร่าวๆ ไว้หรือไม่ว่าจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับอะไรบ้าง นายพริษฐ์ กล่าวว่า คงจะเป็นในขั้นตอนถัดไปที่จะมีการแลกเปลี่ยนกรอบเนื้อหากัน แต่ในส่วนของพรรคประชาชนตั้งแต่ก่อนปิดสมัยประชุม เราได้ให้โจทย์ สส.ไปหาข้อมูลเพื่อเสนอประเด็นที่คิดว่าสมควรที่จะมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ซึ่งขณะนี้ สส.ของพรรคก็มีการส่งข้อมูลเข้ามาที่ส่วนกลางของพรรคอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ตนคิดว่าประเด็นหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับนโยบายที่ผิดพลาดหรือมีข้อครหาเรื่องการทุจริตที่ปรากฏต่อสาธารณะอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นคดีโกง สว. การสอบท้องถิ่น TH-AI Passport และโครงการอื่นๆ บางส่วนอาจเป็นประเด็นที่ไม่ได้ปรากฏต่อสาธารณะ อยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูล และยังไม่ทราบว่าจากวันนี้จนถึงวันอภิปรายจริง จะมีประเด็นใหม่ๆ เกี่ยวกับการบริหารที่ผิดพลาดหรือข้อครหาเกี่ยวกับการทุจริตของรัฐบาลเพิ่มเข้ามาหรือไม่ ส่วนจะมีหมัดเด็ดอะไรหรือไม่นั้น ขอให้รอดูวันอภิปรายจริง ทางเราทำเต็มที่ ท้ายสุดประชาชนเป็นคนตัดสิน
เมื่อถามถึง กรณีที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ระบุว่า มั่นใจ หากฝ่ายค้านถามอะไรก็พร้อมที่จะตอบนั้น นายพริษฐ์ กล่าวว่า ต้องรอดูว่าจะสามารถตอบคำถามที่จะถูกอภิปรายไม่วางใจได้จริงหรือไม่ แต่ตนตั้งข้อสังเกตว่าหากนายกฯ บอกว่าถามอะไรก็ตอบได้หมด หากตอบได้จริง เหตุใดในสมัยประชุมสภาที่ผ่านมา จึงไม่เคยเห็นนายกฯ อนุทินมาตอบกระทู้สดในสภาแม้แต่ครั้งเดียว หวังว่าในสมัยประชุมสภาที่จะถึงนี้ จะเห็นนายกฯ อนุทินมาตอบกระทู้สดตามหน้าที่ที่ควรจะทำบ้าง และไม่ใช่แค่กระทู้สดของรัฐบาลที่เตรียมคำถามไว้ล่วงหน้าเพื่อชงคำถามให้กัน แต่มาตอบกระทู้ฝ่ายค้านด้วยในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการบริหารประเทศในฐานะนายกฯ และการบริหารภารกิจกระทรวงมหาดไทย
เมื่อถามว่า นายอนุทินระบุอีกว่าหากฝ่ายค้านไม่ยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ ก็จะไม่มีผลงาน ฝ่ายค้านต้องทำการบ้านเพิ่มหรือไม่ นายพริษฐ์ กล่าวว่า สิ่งที่นายอนุทินควรกังวลคือผลงานรัฐบาลมากกว่า เพราะปัญหาหลายเรื่องยังไม่ได้รับการแก้ไข เช่น ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชัน ตอนรับตำแหน่งนายอนุทินบอกว่ารู้สึกอับอายในคะแนนความโปร่งใสของประเทศตามดัชนีสากล แต่ตั้งแต่บริหารมาตนเห็นว่าปัญหาการทุจริตยิ่งหนักหนาสาหัสขึ้น ไม่ว่าจะเป็นข้อครหาเกี่ยวกับการโกง สว. การโกงสอบท้องถิ่น หรือปัญหาข้อครหาในการทุจริตอื่นๆ หรือแม้กระทั่งเรื่องเศรษฐกิจ รัฐบาลชุดนี้มีการกู้เงินผ่านกลไก พ.ร.ก.เงินกู้ในปริมาณที่สูง ซึ่งต้องรอดูว่าจะสามารถแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจปากท้องของประชาชนได้อย่างแท้จริงหรือไม่
“ฉะนั้น ผมคิดว่าให้คุณอนุทินกังวลเรื่องผลงานรัฐบาลดีกว่า มาแสดงความเห็นเกี่ยวกับผลงานของฝ่ายค้าน แต่หากพูดในฐานะฝ่ายค้าน ผมคิดว่าเราวางบทบาทเราเป็น 2 บทบาทคู่ขนานกันเสมอ คือ การตรวจสอบรัฐบาลเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของประชาชน ซึ่งหนึ่งในนั้นคือการใช้กลไกการอภิปรายไม่ไว้วางใจ แต่อีกบทบาทที่เราวางไว้ว่าเป็นบทบาทของฝ่ายค้านคือการผลักดันแก้ไขกฎหมายที่จะเป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชน” นายพริษฐ์ กล่าว
นายพริษฐ์ กล่าวต่อว่า ขณะนี้มีร่างกฎหมายที่เสนอโดย สส.พรรคฝ่ายค้านประมาณ 40-50 ฉบับ ซึ่งเสนอเข้าไปแล้ว แต่อยู่ระหว่างการรอพิจารณา ตนจึงหวังว่าวิปรัฐบาลจะให้ความร่วมมือกับวิปฝ่ายค้านในการเพิ่มวันประชุมในสมัยประชุมหน้าเพื่อพิจารณาร่างกฎหมายของ สส. และภาคประชาชนเป็นการเฉพาะ ซึ่งก็เป็นหนึ่งในสัญญาที่นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร เคยแสดงวิสัยทัศน์ก่อนที่จะได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งประธานสภา หวังว่าประธานสภาจะพูดแล้วทำ และทางวิปรัฐบาลก็จะให้ความร่วมมือ เพราะมีกฎหมายหลายฉบับที่เป็นประโยชน์กับประชาชนในหลายด้าน อาทิ พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารสาธารณะ พ.ร.บ.กระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น พ.ร.บ.แรงงาน เป็นต้น จึงหวังว่าจะเพิ่มวันประชุม เพราะหากไม่ทำเช่นนั้น สิ่งที่จะเกิดขึ้นตามข้อบังคับคือร่างกฎหมายของ สส. จะถูกแซงคิวโดยร่างของ ครม.เสมอ แล้วร่างกฎหมายที่เรายื่นเข้าไปไม่ได้มีโอกาสที่จะถูกพิจารณาในสภา
เมื่อถามว่า หากมีการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจแบบลงมติตามรัฐธรรมนูญมาตรา 151 มองว่าฝ่ายค้านจะลงมติเป็นเอกภาพหรือไม่ นายพริษฐ์ กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการหารือกันว่าจะมีพรรคร่วมฝ่ายค้านไหนร่วมยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจบ้าง แล้วจะเป็นการยื่นกรอบเนื้อหาอะไร ยื่นอภิปรายใครบ้าง คาดหวังให้พรรคร่วมฝ่ายค้านแม้อาจจะมีความเห็นหรือนโยบายบางเรื่องที่อาจจะเห็นต่างกัน แต่ก็หวังว่าจะมีจุดร่วมกันในการตรวจสอบรัฐบาลอย่างเต็มที่.



