ตลาดเบอร์เกอร์ในจีนกำลังกลายเป็นหนึ่งในสมรภูมิสำคัญของธุรกิจอาหารจานด่วน หลังผู้บริโภคที่ระมัดระวังการใช้จ่ายและครัวเรือนที่มีขนาดเล็กลง หันมาเลือกอาหารที่มีราคาไม่สูง รับประทานสะดวก และสามารถทดแทนมื้ออาหารได้ ส่งผลให้ทั้งแบรนด์อาหารระดับโลก ผู้ประกอบการร้านหม้อไฟ และธุรกิจกาแฟต่างเร่งเข้ามาชิงส่วนแบ่งตลาดที่กำลังขยายตัว
บริษัท “ยัม ไขน่า” ซึ่งเป็นผู้บริหารแบรนด์พิซซ่าฮัทในจีน เปิดเผยว่า รูปแบบ “พิซซ่าฮัท เบอร์เกอร์ บาร์” ซึ่งมีเคาน์เตอร์เบอร์เกอร์ภายในร้านพิซซ่าฮัท ขยายสาขาเป็นมากกว่า 200 แห่ง ภายในระยะเวลาเพียง 6 เดือน
บริษัทตั้งเป้าเพิ่มจำนวนสาขารูปแบบดังกล่าวเป็น 500-600 แห่ง ภายในสิ้นปี 2569 หรือคิดเป็นราว 10% ของเครือข่ายร้านพิซซ่า ฮัท ทั้งหมด
การเร่งขยายธุรกิจเบอร์เกอร์สะท้อนการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการบริโภคของชาวจีนในช่วงที่เศรษฐกิจเผชิญความไม่แน่นอน ครัวเรือนมีขนาดเล็กลง และผู้บริโภคระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น เบอร์เกอร์จึงตอบโจทย์ทั้งด้านราคา ความสะดวก และการรับประทานแบบส่วนตัว โดยไม่จำเป็นต้องสั่งอาหารหลายรายการเหมือนการรับประทานในร้านอาหารทั่วไป

จู ตันเผิง นักวิเคราะห์อุตสาหกรรมอาหารจีน กล่าวว่า เบอร์เกอร์เป็นทางเลือกที่มีความคุ้มค่าเมื่อเทียบกับอาหารจากร้านอาหารที่ให้บริการเต็มรูปแบบ เนื่องจากสามารถเป็นมื้ออาหารที่มีทั้งเนื้อสัตว์ ผัก และส่วนประกอบอื่น ๆ ในราคาที่ผู้บริโภคเข้าถึงได้
ขณะที่เครือร้านหม้อไฟ “ไห่ตี่เลา” เข้าสู่ตลาดเบอร์เกอร์ในจีน เมื่อเดือน ก.ค. ที่ผ่านมา ด้วยการเปิดแบรนด์ “ฮวนเซียนเป่า” หรือ “เฟรชเบอร์เกอร์” ซึ่งจำหน่ายทั้งเบอร์เกอร์ พิซซ่า พาสต้า และไก่ทอด ด้าน “เอ็ม สแตนด์” แบรนด์กาแฟของจีนก็เปิดร้านที่เน้นจำหน่ายเบอร์เกอร์ในบางเมืองเช่นกัน
ข้อมูลจากบริษัทวิจัยหลายแห่งระบุว่า ตลาดอาหารจานด่วนสไตล์ตะวันตกของจีนมีมูลค่าสูงถึง 499,650 ล้านหยวน (ราว 2.43 ล้านล้านบาท) ในปี 2568 และคาดว่าจะเพิ่มเป็น 587,090 ล้านหยวน (ราว 2.85 ล้านล้านบาท) ในปี 2570

ผลสำรวจพบว่า เบอร์เกอร์เป็นอาหารที่ผู้บริโภคจีนชื่นชอบมากที่สุด โดย 55% ของผู้ตอบแบบสอบถามเลือกเบอร์เกอร์ ขณะเดียวกัน ตลาดเบอร์เกอร์ในจีนมีมูลค่าราว 184,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 6.08 ล้านล้านบาท) ในปี 2568 และคาดว่าจะเติบโตเฉลี่ย 8.7% ต่อปีจนถึงปี 2578
การเติบโตของตลาดยังได้รับแรงหนุนจากพฤติกรรมสั่งอาหารผ่านบริการเดลิเวอรี โดยข้อมูลจาก ยูโรมอนิเตอร์ระบุว่า ผู้บริโภคในจีน 43% สั่งอาหารเดลิเวอรีอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง สูงกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลกที่ 23% ทำให้เบอร์เกอร์ซึ่งเหมาะกับการซื้อกลับบ้าน และการจัดส่งมีโอกาสขยายตลาดได้อีกมาก

ทั้งนี้ พิซซ่าฮัท เริ่มเพิ่มเบอร์เกอร์ในเมนูตั้งแต่ปี 2567 และในปี 2568 เบอร์เกอร์สร้างยอดขายคิดเป็นสัดส่วนระดับเลขหลักเดียวช่วงกลาง พร้อมคาดว่าจะทำรายได้มากกว่า 1,000 ล้านหยวนในปีนี้ (ราว 4,868.99 ล้านบาท)
กระแสความนิยมดังกล่าวทำให้ทั้งแบรนด์จีนและต่างชาติเข้าสู่ตลาดมากขึ้น โดยเมื่อ “ไฟฟ์ กายส์” เปิดร้านแห่งใหม่ ที่กรุงปักกิ่ง เมื่อไม่นานมานี้ ลูกค้าต้องรอคิวนานกว่า 2 ชั่วโมง ขณะที่ “เวนดีส์” มีแผนเปิดร้านแฟรนไชส์ในจีนมากถึง 1,000 แห่ง ภายในระยะเวลาอีก 10 ปีข้างหน้า
สำหรับผู้บริโภคในจีน เบอร์เกอร์จึงไม่ได้เป็นเพียงอาหารตะวันตกอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นทางเลือกสำหรับชีวิตประจำวันที่ตอบโจทย์ทั้งราคา ความรวดเร็ว และความสะดวก โดยเฉพาะกลุ่มคนทำงานในเมืองและครัวเรือนขนาดเล็ก ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีบทบาทสำคัญต่อทิศทางตลาดอาหารจีนในระยะต่อไป.
ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : REUTERS



