สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเทลอาวีฟ ประเทศอิสราเอล เมื่อวันที่ 18 ส.ค. ว่านายจาเร็ด คุชเนอร์ ทูตพิเศษและบุตรเขยของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ พบหารือกับประธานาธิบดีไอแซค เฮอร์ซอก และนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ผู้นำอิสราเอล เมื่อวันจันทร์ หลังพบหารือกับนายคาลิล อัล-ฮายา ผู้นำฝ่ายการเมืองของกลุ่มฮามาส ที่กรุงไคโรของอียิปต์


คุชเนอร์กล่าวเพียงว่า การพบหารือกับผู้นำอิสราเอล “เป็นไปด้วยดี” ส่วนผู้นำกลุ่มฮามาสกล่าว “ในสิ่งที่เหมาะสม” และยืนยันว่า สหรัฐจะไม่จำกัดสิทธิของอิสราเอลในการป้องกันตนเอง หากเผชิญกับภัยคุกคามจวนตัว แต่จำเป็นต้องหารือกันก่อน เพื่อกำหนดขอบเขตของเงื่อนไขดังกล่าวให้ชัดเจน


ขณะเดียวกัน คุชเนอร์กล่าวว่า อาจเห็นความคืบหน้าเกี่ยวกับการปลดอาวุธของฮามาสภายใน 30 วัน และการจัดการกับอุโมงค์ รวมถึงปัญหาคั่งค้างอื่น ภายใน 60-90 วัน


ทั้งนี้ ทรัมป์ประกาศเมื่อเดือนก.ค. ที่ผ่านมา ว่ากลุ่มฮามาสเห็นชอบที่จะวางอาวุธเป็นระยะ ตามแผน 15 ข้อของคณะกรรมการสันติภาพ ซึ่งกำหนดให้อิสราเอลถอนทหารออกจากฉนวนกาซาควบคู่กันด้วย


อย่างไรก็ตาม กลุ่มฮามาสยืนยันว่า การดำเนินการตามแผน ขึ้นอยู่กับการที่อิสราเอลต้องปฏิบัติตามพันธกรณีของตนก่อน ทั้งการยุติการโจมตีและถอนกำลังออกจากกาซา

ด้านเนทันยาฮูปฏิเสธข้อตกลงดังกล่าว โดยยืนยันว่า อิสราเอลจะไม่ถอนทหารออกจากฉนวนกาซา จนกว่ากลุ่มฮามาสจะปลดอาวุธโดยสมบูรณ์ และการฟื้นฟูฉนวนกาซาจะยังไม่เริ่มขึ้น จนกว่ากลุ่มฮามาสจะปลดอาวุธอย่างเบ็ดเสร็จ.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES