เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 19 ส.ค. 2569 ที่วัดป่าอดุลยาราม ชุมชนกังสดาล เขตเทศบาลนครขอนแก่น พ.ต.อ.ยศวัจน์ แก้วสืบธัญนิจ ผกก.สภ.เมืองขอนแก่น พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ เดินทางเข้าพบพระครูอดุลสารนิเทศ เจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยาราม เพื่อถวายกำลังใจและสอบถามเหตุการณ์ หลังมีชายปริศนาขี่รถจักรยานยนต์เข้ามาภายในวัดช่วงกลางดึกที่ผ่านมา ก่อนสอบถามลูกศิษย์วัดและก่อกวนภายในบริเวณวัด
เจ้าหน้าที่ใช้เวลาพูดคุยและสอบถามเหตุการณ์กับเจ้าอาวาสประมาณ 20 นาที ก่อนที่พระครูอดุลสารนิเทศจะเดินทางไปฟอกไตที่โรงพยาบาลศรีนครินทร์ตามนัดหมายของแพทย์ ขณะที่ตำรวจได้ตรวจสอบจุดเกิดเหตุ ภาพจากกล้องวงจรปิด และสอบสวนพยานแวดล้อม เพื่อรวบรวมหลักฐานและดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย
พ.ต.อ.ยศวัจน์ กล่าวว่า หลังเกิดเหตุ เจ้าอาวาสและผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ได้นำคลิปภาพเข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สภ.เมืองขอนแก่นแล้ว โดยพนักงานสอบสวนและชุดสืบสวนจะเร่งดำเนินการตามขั้นตอน
จากการตรวจสอบคลิปภาพ พบชายต้องสงสัยสวมกางเกงขาสั้น เสื้อแขนสั้นสีส้ม-ดำ ขี่รถจักรยานยนต์ฮอนด้า เวฟ สีดำ ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน โดยมีลักษณะติดกระเป๋าไว้บริเวณท้ายรถคล้ายรถของไรเดอร์รับส่งอาหาร ขี่เข้ามาจอดภายในวัด ห่างจากกุฏิเจ้าอาวาสประมาณ 30 เมตร และห่างจากที่พักลูกศิษย์วัดประมาณ 10 เมตร ก่อนลงจากรถและพบกับนายกวี กลั่นอักโข อายุ 57 ปี ลูกศิษย์วัด ซึ่งกำลังพักอยู่ภายในห้องพักตรงข้ามกุฏิเจ้าอาวาส

พ.ต.อ.ยศวัจน์ กล่าวว่า ขณะที่ชายดังกล่าวพบกับนายกวี ได้ถามว่า “มึงใช่ไหมที่ถ่ายคลิป” ก่อนจะมีการโต้เถียงกันไปมา เมื่อนายกวีนำโทรศัพท์มือถือออกมาถ่ายภาพชายคนดังกล่าว ชายปริศนาจึงขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีออกจากวัดไป
“เจ้าหน้าที่จะดำเนินการสืบสวนสอบสวนตามขั้นตอน รวมทั้งเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่สายตรวจและตำรวจนอกเครื่องแบบ เพื่อรักษาความปลอดภัยภายในและโดยรอบวัด ขณะเดียวกันได้ติดตั้งกล้องวงจรปิดบริเวณด้านหน้ากุฏิเพิ่มอีก 1 จุด ซึ่งสามารถบันทึกภาพมุมกว้างได้มากขึ้น รวมทั้งประสานฝ่ายปกครองและลูกศิษย์วัดร่วมกันดูแลความปลอดภัยของวัดและคณะสงฆ์” พ.ต.อ.ยศวัจน์ กล่าว
ด้านนายกวี กลั่นอักโข อายุ 57 ปี ลูกศิษย์วัด กล่าวว่า ขณะนอนพักอยู่ในห้องพักตรงข้ามกุฏิเจ้าอาวาส ได้ยินเสียงรถจักรยานยนต์มาจอดอยู่บนถนน และจอดเป็นเวลานาน จึงลงมาดู เนื่องจากเป็นช่วงกลางคืนและเห็นว่าเป็นบุคคลที่ไม่คุ้นเคย
นายกวี กล่าวว่า เมื่อเดินมาเผชิญหน้ากับชายดังกล่าว อีกฝ่ายถามว่า “มึงใช่ไหมที่ถ่ายคลิป” ตนจึงตอบว่าใช่ ก่อนจะมีการโต้เถียงกัน จากนั้นชายคนดังกล่าวพยายามจะหยิบสิ่งของบางอย่างออกจากกระเป๋าสะพาย ตนจึงหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาถ่ายภาพไว้ ทำให้ชายดังกล่าวขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไป

นายกวี กล่าวอีกว่า เหตุการณ์ทั้งหมดมีกล้องวงจรปิดบริเวณหน้ากุฏิเจ้าอาวาสบันทึกไว้ และเจ้าอาวาสรวมถึงตนได้เข้าแจ้งความกับตำรวจแล้ว ยอมรับว่าขณะเผชิญหน้ากันรู้สึกกลัว แต่เมื่อมั่นใจว่าตนทำในสิ่งที่ถูกต้องและเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง จึงไม่หวั่นเกรง และขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการตามกฎหมาย
หลังชายดังกล่าวขี่รถหลบหนี ตนได้โทรศัพท์แจ้งสายด่วน 191 และไม่นานเจ้าหน้าที่สายตรวจได้เดินทางมาตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมจัดกำลังดูแลความปลอดภัยภายในวัดตลอดทั้งคืนจนถึงช่วงเช้า
นายกวี กล่าวว่า จากนี้จะเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยภายในวัดให้มากขึ้น โดยช่วงกลางวันจะมีลูกศิษย์คอยดูแล ส่วนช่วงกลางคืนตนจะมารับช่วงต่อ โดยจะประจำอยู่บริเวณหน้ากุฏิเจ้าอาวาสและเดินตรวจตรารอบวัดร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ
ส่วนกิจนิมนต์ต่าง ๆ ยังคงดำเนินไปตามปกติ เนื่องจากเจ้าอาวาสยังต้องการปฏิบัติศาสนกิจตามกิจของสงฆ์ ขณะที่เรื่องการปิดประตูวัดในช่วงกลางคืน เจ้าอาวาสยังมีความประสงค์ให้เปิดไว้ เพื่อให้ประชาชนในชุมชนสามารถใช้เส้นทางสัญจรผ่านวัดได้ตามปกติ โดยจะเน้นการเพิ่มเจ้าหน้าที่และมาตรการดูแลความปลอดภัยแทน



