เมื่อเวลา 16.30 น. วันที่ 19 ส.ค. 69 ที่วัดป่าอดุลยาราม ชุมชนกังสดาล ถนนกัลปพฤกษ์ เขตเทศบาลนครขอนแก่น พ.ต.ท.มานิตย์ เกตุบัวขาว สวป.(ชส.) สภ.เมืองขอนแก่น พร้อมกำลังตำรวจสายตรวจและชุดสืบสวน เข้าดูแลความสงบเรียบร้อยภายในวัด ก่อนควบคุมตัวนายบันดิษฐ์ อายุ 52 ปี ขณะขี่รถจักรยานยนต์ฮอนด้าเวฟ สีเทาดำ ทะเบียนหมวดขอนแก่น เข้ามาภายในวัดและมีพฤติกรรมต่อว่าคณะสงฆ์และลูกศิษย์บริเวณหน้ากุฏิพระครูอดุลสารนิเทศ เจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยาราม
นายบันดิษฐ์ ยังตะโกนว่า ตนเป็น “เอฟซีป้าดา” พร้อมพูดถึงคลิปที่เผยแพร่กรณีหลวงพ่อร้องไห้ โดยระบุว่าไม่ชอบการแสดงออกดังกล่าว แต่ชื่นชม “ป้าดา” ที่ออกมาพูดถึงสภาพและปัญหาต่างๆ ภายในวัด เพราะมองว่าเป็นการพูดตรงและพูดความจริง

จากการสอบสวนเบื้องต้น นายบันดิษฐ์ ให้การว่า เดินทางมาจากบ้านพักซึ่งอยู่ห่างจากวัดประมาณ 12 กิโลเมตร ก่อนเดินทางได้ดื่มสุรา จากนั้นขี่รถจักรยานยนต์เข้ามาที่วัดเพื่อแสดงตัวว่าเป็นแฟนคลับของป้าดา โดยระบุว่าชื่นชอบป้าดาและหากมีโอกาสพบกันที่ขอนแก่น ก็อยากบอกว่าชื่นชอบมาก
ส่วนเหตุการณ์เมื่อคืนที่ผ่านมา เจ้าตัวยอมรับว่าเป็นผู้ขี่รถจักรยานยนต์เข้ามาในวัดจริง หลังเห็นคลิปหลวงพ่อร้องไห้แล้วรู้สึกไม่พอใจ จึงอยากเข้ามาดูว่าใครเป็นผู้ถ่ายคลิป รวมถึงต้องการรู้รายละเอียดเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยไม่ทราบว่าภายในวัดมีกล้องวงจรปิด
ด้าน พ.ต.ท.มานิตย์ กล่าวว่า จากการสอบสวน นายบันดิษฐ์ยอมรับว่าเป็นบุคคลเดียวกับที่ขี่รถจักรยานยนต์เข้ามาภายในวัดในช่วงกลางดึกที่ผ่านมา เนื่องจากไม่พอใจกับเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ก่อนตัดสินใจกลับเข้ามาที่วัดอีกครั้งเพื่อพูดต่อว่าและกล่าวหาวัด
เจ้าหน้าที่ตรวจค้นรถจักรยานยนต์ไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย พบเพียงเอกสารเกี่ยวกับรถและกระเป๋าใส่อาหารของไรเดอร์ อย่างไรก็ตาม เนื่องจากผู้ถูกควบคุมตัวอยู่ในอาการมึนเมา เจ้าหน้าที่จึงนำตัวไปสงบสติอารมณ์ที่ สภ.เมืองขอนแก่น พร้อมดำเนินการตามกฎหมายในข้อหาบุกรุกในเวลากลางคืน และตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์ รวมถึงสารเสพติดตามขั้นตอน นอกจากนี้ ระหว่างการควบคุมตัวยังมีพฤติการณ์ต่อสู้ขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่
ขณะเดียวกัน พ.ต.อ.ยศวัจน์ แก้วสืบธัญนิจ ผกก.สภ.เมืองขอนแก่น มีคำสั่งจัดกำลังตำรวจเข้าดูแลความปลอดภัยภายในวัดตั้งแต่วันที่ 19-26 สิงหาคม ตลอด 24 ชั่วโมง โดยจัดกำลังประจำกุฏิเจ้าอาวาส 2 นาย ดูแลบริเวณประตูทางเข้า-ออกทุกจุด และตรวจตราโดยรอบวัด เพื่อรักษาความปลอดภัยของพระสงฆ์และประชาชนที่เดินทางมาทำบุญ ท่ามกลางสถานการณ์ข้อพิพาทที่กำลังเกิดขึ้น.



