การประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในวันนี้ (19 ส.ค.) มีมติเอกฉันท์เลือก นายนิติพันธุ์ ประจวบเหมาะ รองเลขาธิการ ป.ป.ช. ให้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการฯ คนใหม่ แทน นายสุรพงษ์ อินทรถาวร ที่จะเกษียณอายุราชการในสิ้นเดือน ก.ย. 2569

สำหรับนายนิติพันธุ์ ประจวบเหมาะ ปัจจุบันอายุ 53 ปี ถือว่าเป็นบุคคลที่มีประวัติการทำงานน่าสนใจ

ประวัติการศึกษา

ปริญญาตรี : บริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาการจัดการ (เกียรตินิยมดี) จากมหาวิทยาลัย Suffolk University เมืองบอสตัน มลรัฐแมสซาชูเซตส์ ประเทศสหรัฐอเมริกา และนิติศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยรามคำแหง

ปริญญาโท : บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต สาขาการจัดการ จาก Frank Sawyer School of Management แห่งมหาวิทยาลัย Suffolk University และนิติศาสตรมหาบัณฑิต สาขากฎหมายระหว่างประเทศ คณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

หลักสูตรที่เคยผ่านการอบรม

  • หลักสูตรบริหารการป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) รุ่นที่ 66 วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร
  • หลักสูตรบริหารยุทธศาสตร์การป้องกันและปราบปรามการทุจริตระดับสูง (นยปส.) รุ่นที่ 6 สำนักงาน ป.ป.ช.

ประวัติการทำงาน

นายนิติพันธุ์ เริ่มต้นเส้นทางชีวิตราชการ ในตำแหน่งเป็นเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการลงทุน สังกัดสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) โดยได้ปฏิบัติหน้าที่ในกลุ่มเศรษฐกิจการลงทุน 1 กระทั่งเมื่อวันที่ 2 เม.ย. 2544 ได้โอนย้ายมาบรรจุเป็นข้าราชการสังกัดสำนักงาน ป.ป.ช.

ทั้งนี้ นายนิติพันธุ์เคยดำรงตำแหน่งสำคัญๆ ใน ป.ป.ช. อาทิ ผู้อำนวยการสำนักการต่างประเทศ, ผู้อำนวยการสำนักกิจการและคดีทุจริตระหว่างประเทศ รวมถึงตำแหน่งผู้ช่วยเลขาธิการ ป.ป.ช. กระทั่งในปี 2565 นายนิติพันธุ์ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นรองเลขาธิการ ป.ป.ช. โดยรับผิดชอบงานบริหารด้านการต่อต้านสินบนข้ามชาติและการติดตามทรัพย์สินคืนจากการทุจริต โดยนายนิติพันธุ์มีประสบการณ์การทำคดีสำคัญๆ หลายคดีที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตข้ามชาติ และสินบนข้ามชาติ รวมถึงการติดตามยึดคืนทรัพย์สินจากการทุจริตในต่างประเทศกลับคืนสู่แผ่นดินไทย อาทิ

  • คดีที่นางจุฑามาศ ศิริวรรณ อดีตผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ถูกชี้มูลข้อหาร่ำรวยผิดปกติ จากการรับสินบนจากนักธุรกิจชาวอเมริกันในการจัดงานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติกรุงเทพฯ หรือบางอกฟิล์ม เมื่อปี 2550 และโครงการอื่นที่เกี่ยวข้อง ระหว่างที่ดำรงตำแหน่งผู้ว่า ททท.
  • คดีสินบนบริษัท มิตซูบิชิ ฮิตาชิ พาวเวอร์ ซิสเต็มส์ จำกัด (MHPS) ซึ่งอัยการกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ดำเนินคดีกับผู้บริหารบริษัท MHPS ในข้อหาจ่ายสินบนจำนวน 20 ล้านบาท แก่เจ้าหน้าที่รัฐของไทย เพื่อแลกกับการเปิดใช้ท่าเรือขนส่งอุปกรณ์สร้างโรงไฟฟ้าขนอม หน่วยที่ 4 จ.นครศรีธรรมราช
  • คดีสินบนข้ามชาติกรณีบริษัท โรลส์-รอยซ์ จ่ายสินบนแก่เจ้าหน้าที่รัฐในบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) และบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) รวมถึงบริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) วงเงินรวมกว่า 1,658 ล้านบาท เพื่อให้ได้รับสัญญาจัดซื้อเครื่องยนต์และเครื่องจักรในโครงการโรงแยกก๊าซธรรมชาติและแท่นเจาะก๊าซธรรมชาติ
  • เป็นหนึ่งในคณะทำงานร่วมกับ Criminal Assets Bureau (CAB) และ Chief State Solicitor’s Office ของไอร์แลนด์ ในการริบทรัพย์สินจากการทุจริตสินบนข้ามชาติที่ถูกซุกซ่อนในไอร์แลนด์ มูลค่าประมาณ 250,000 ยูโร (ประมาณ 10 ล้านบาท) และได้ร่วมมือกับทางการสหรัฐอเมริกา ทำให้สามารถติดตามนำทรัพย์สินจากคดีทุจริตนี้กลับคืนสู่ประเทศไทยได้รวมมูลค่า 80 ล้านบาท

นอกจากนี้ นายนิติพันธ์ุยังได้รับมอบหมายภารกิจพิเศษระดับชาติและระดับสากล อาทิ การเป็นคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติมาตรการของฝ่ายบริหารในการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ในชั้นสภานิติบัญญัติแห่งชาติ การได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้เชี่ยวชาญของรัฐ (Governmental Expert) ในการประเมินและติดตามกลไกการปฏิบัติตามอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการต่อต้านการทุจริต (UNCAC) ของประเทศไทย รวมถึงการปฏิบัติหน้าที่หัวหน้าคณะผู้แทนไทยในการประชุมอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการต่อต้านการทุจริตในเวทีระหว่างประเทศ

อีกทั้งได้ผลักดันมาตรการต่อต้านการให้สินบนเจ้าพนักงานรัฐ ตามมาตรา 176 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 ซึ่งกำหนดให้นิติบุคคลต้องมีมาตรการควบคุมภายในที่เหมาะสมเพื่อป้องกันไม่ให้บุคลากรไปจ่ายสินบนแก่เจ้าหน้าที่รัฐ รวมถึงได้เสนอแนวคิดเชิงรุกในการปรับปรุงกฎหมายไทยให้มีกลไกการเจรจาต่อรองรับสารภาพเพื่อเสียค่าปรับ (Deferred Prosecution Agreement – DPA / Plea Bargaining) เพื่อให้รัฐสามารถเรียกเงินคืนแผ่นดินได้อย่างรวดเร็วโดยไม่กระทบต่อระบบเศรษฐกิจในภาพรวม.