กระทรวงศึกษาธิการ จับมือ ธนาคารออมสิน เดินหน้าแก้ปัญหาหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษา ปรับลดอัตราดอกเบี้ยโครงการเงินกู้ ช.พ.ค. และ ช.พ.ส. เหลือเริ่มต้น 3.5% ต่อปี มุ่งช่วยตัดเงินต้นและเร่งระยะเวลาปลดหนี้ให้เร็วขึ้นสูงสุดเกือบ 9 ปี เปิดให้ลงทะเบียนแล้วตั้งแต่วันนี้ถึง 31 ตุลาคม 2569

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยว่า ปัญหาหนี้สินครูเป็นเรื่องสะสมยาวนานตั้งแต่ปี 2549 ส่งผลกระทบโดยตรงต่อคุณภาพชีวิตและขวัญกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ โดยปัจจุบันยังมีสินเชื่อคงค้างในระบบ 291,185 บัญชี คิดเป็นยอดเงินต้นคงเหลือกว่า 223,952 ล้านบาท ทำให้ครูจำนวนมากแบกรับภาระจนใกล้เกษียณ กระทรวงศึกษาธิการจึงกำหนดให้การแก้ปัญหาหนี้ครูเป็นวาระเร่งด่วน โดยร่วมมือกับธนาคารออมสินออกมาตรการลดภาระดอกเบี้ย เพื่อให้ครูนำเงินส่วนต่างที่ประหยัดได้ไปตัดเงินต้นและปลดหนี้ได้เร็วขึ้น

นายทรงพล ชีวปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการใหญ่ธนาคารออมสิน กล่าวว่า ธนาคารมีความตั้งใจดูแลลูกหนี้ครูในโครงการ ช.พ.ค. และ ช.พ.ส. กว่า 280,000 บัญชี โดยมาตรการครั้งนี้ครอบคลุมลูกหนี้ทุกสถานะ ดังนี้:

  • ลูกหนี้สถานะปกติ: ปรับลดดอกเบี้ยเหลือ 3.5% ต่อปี มีผลถึงสิ้นปี 2570 จากนั้นรับอัตราดอกเบี้ยพิเศษ MLR หรือ MRR ลบ 2% ตลอดอายุสัญญา
  • ลูกหนี้ชำระไม่สม่ำเสมอ / NPL: ลดดอกเบี้ยเหลือ 4.0% ต่อปี (จากเดิม 6–7%) และหากกลับมาชำระหนี้ตามปกติได้ต่อเนื่อง 3 เดือน ภายในสิ้นปี 2569 จะได้รับสิทธิ์ลดดอกเบี้ยเหลือ 3.5% ต่อปี เท่ากลุ่มปกติไปจนถึงสิ้นปี 2570
  • ระยะเวลาปลดหนี้ที่เร็วขึ้น: สำหรับสัญญา 20 ปี การนำส่วนต่างไปตัดเงินต้นจะช่วยให้หมดหนี้เร็วขึ้นเกือบ 4 ปี ส่วนสัญญา 30 ปี จะช่วยให้ปลดหนี้ได้เร็วขึ้นสูงสุดเกือบ 9 ปี

นายทรงพล ระบุเพิ่มเติมว่า แม้มาตรการนี้จะทำให้ธนาคารสูญเสียรายได้หลักพันล้านบาทต่อปี แต่เห็นว่าประโยชน์ที่จะเกิดกับครูมีความสำคัญกว่า ทั้งนี้ ผู้กู้ที่ไม่ได้ต่ออายุประกันภัยการกู้เงินก็ยังคงได้รับสิทธิ์ลดดอกเบี้ยตามปกติ เพียงแต่ต้องรักษาสถานะสมาชิก ช.พ.ค. หรือ ช.พ.ส. ไว้

ช่องทางการลงทะเบียน

ครูและบุคลากรทางการศึกษาที่สนใจ สามารถลงทะเบียนเข้าร่วมมาตรการได้ตั้งแต่วันนี้ – 31 ตุลาคม 2569 ผ่าน 2 ช่องทางหลัก

  • แอปพลิเคชัน MyMo
  • ธนาคารออมสินกว่า 1,022 สาขาทั่วประเทศ