เมื่อวันที่ 20 ส.ค. นายปลอดประสพ สุรัสวดี อดีตรองนายกรัฐมนตรี โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กถึงเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ใน จ.น่าน ว่า เกิดเรื่องจนได้ เมื่อคืนที่ จ.น่าน ในหลายอำเภอ ตนได้พูดมานานนับสิบปี และเป็นร้อยๆ ครั้งว่าหากวันใดฝนตกหนักและน้ำหลากไม่มีที่ไป น้ำจะวิ่งบนถนน วิ่งตามตรอกซอกซอยของเมือง ของหมู่บ้าน น้ำจะเชี่ยวไหลแรง จะเกิดความเสียหาย และเป็นอันตรายอย่างยิ่ง เพราะน้ำมาจ่อที่หน้าบ้านแล้ว ทั้งนี้ 2-3 ปีที่แล้ว น้ำและโคลนจากแม่น้ำสายก็วิ่งผ่า อ.แม่สาย จ.เชียงราย ทำให้บ้านเรือนได้รับความเสียหายยับเยิน ยังซ่อมไม่เสร็จจนทุกวันนี้

“ผมเองก็เคยแนะนำคณะกรรมการฯ ในสมัยท่านนายกฯ เศรษฐา ซึ่งถ้าจำไม่ผิด ท่านนายกฯ อนุทิน ขณะนั้นเป็น มท.1 ก็ร่วมประชุมอยู่ด้วยว่า ถ้าจะแก้ปัญหาให้เบ็ดเสร็จ ต้องทำทางทางเบี่ยงน้ำ (Bypass) หนีอำเภอ วันนี้ขอพยากรณ์ในทางร้ายว่า ในอีกไม่ช้า น้ำแม่สายจะกลับมาเยือนอีกเป็นแน่นอน สำหรับ กทม. และปริมณฑล ก็เช่นกัน สักวันหนึ่งไม่กี่ปีจากนี้ น้ำก็จะท่วมใหญ่อีก ถ้าโชคร้าย เราท่านจะได้เห็นน้ำเชี่ยวกรากบนถนนวิภาวดีฯ เริ่มจากรังสิตมาชนคลองบางซื่อ และถนนในแนวเหนือใต้ก็จะกลายเป็นคลองเช่นกัน” นายปลอดประสพ ระบุ

นายปลอดประสพ ระบุอีกว่า ทางออกมีทางเดียว คือทำพื้นที่ผันน้ำหรือคลองผันน้ำ (ฟลัดเวย์) สมัยที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี ตนและคณะเป็นคนดูแลเรื่องนี้ ออกแบบเสร็จแล้ว ประมูลแล้วและกำลังลงนามในสัญญา เป็นคลองยาวจากทางใต้ของ จ.นครสวรรค์ มาลงทะเลที่ จ.สมุทรสาคร คลองยาวประมาณ 230 กิโลเมตร และระบายน้ำได้ ประมาณ 1,000-1,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที แต่โชคร้ายเกิดการปฏิวัติ เงิน 50,000 ล้านบาทเฉพาะส่วนนี้ถูกผู้มีอำนาจใช้หมด แต่ไม่ได้ทำคลองที่ว่านี้เลย

“เมืองโตเกียว มีคลองผันน้ำมาตั้งแต่สมัยยังใช้ชื่อเมืองว่า เอโดะ คือกว่า 400 ปีมาแล้ว ก็แปลกคนเมื่อ 400 ปี ดันฉลาดและเก่งกว่าคนไทยยุคนี้ น้ำต้องมีที่อยู่ที่ไป ภาษาอังกฤษใช้คำว่า “Room for the River” ถ้าน้ำมีที่อยู่ก็จะมีแต่คุณ หากน้ำไหลผิดทิศทางก็จะให้โทษ หลักคิดนี้มีมาแต่ยุคโรมัน และรัชกาลที่ 9 ก็ทรงเชื่อและทรงนำมาพระราชทาน แนะนำเสมอเช่นกัน ขอแสดงความเสียใจต่อชาวน่าน และก็ไม่อยากเตรียมความเสียใจล่วงหน้าไว้อีก ท่านผู้มีอำนาจและข้าราชการผู้รับผิดชอบ ทำเสียเถอะครับ ไม่จำเป็นต้องคิดอะไรอีกแล้ว มีแต่ให้รีบทำก็แล้วกัน” นายปลอดประสพ ระบุ.