เมื่อเวลา 13.10 น. วันที่ 20 ส.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเสรี ศุภราทิตย์ ผู้อำนวยการศูนย์การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศและภัยพิบัติ มหาวิทยาลัยรังสิต และรองประธานมูลนิธิสภาเตือนภัยพิบัติแห่งชาติ ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์ภาพรวมน้ำในพื้นที่ จ.น่าน ขณะนี้ว่า วันนี้ยังคงมีฝนตกอยู่ แต่ระดับน้ำที่เมืองน่านถือว่าทรงตัวและลดลงเล็กน้อย แต่พื้นที่ อ.เวียงสาร ะดับน้ำยังสูง ทั้งนี้ ในวันที่ 21-22 ส.ค. ระดับน้ำลดลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยในวันที่ 21 ส.ค. น้ำน่าจะต่ำกว่าตลิ่ง ทั้งนี้การคาดการณ์ในวันที่ 23 ส.ค. จะมีฝนตกขึ้นอีกชุดหนึ่ง เนื่องจากหย่อมความกดอากาศ บริเวณเวียดนามตอนเหนือ การคาดการณ์ขณะนี้เป็นอย่างนั้น ซึ่งต้องอัปเดตสถานการณ์ทุกวันและให้ชัดว่า ตกลงฝนจะมาแบบเดิมหรือไม่ นอกจากนี้ประเด็นที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งคือ ตอนนี้พื้นดินอิ่มตัวมากแล้ว ไม่สามารถที่จะรับน้ำไหว จึงถือเป็นความเสี่ยงในพื้นที่ตอนบนจะเกิดดินถล่ม และน้ำป่าไหลหลาก ซึ่งเราต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
นายเสรี กล่าวอีกว่า ส่วนใหญ่แล้วเวลาเราเตือนภัยจากส่วนกลาง หรือส่ง Cell Broadcast เข้าไป เราจะได้รับฟีดแบ็กกลับมาว่า เตือนแล้วจะให้ประชาชนไปที่ไหน ไม่แจ้งพื้นที่พักพิงเลย จึงขอชี้แจงว่า ระบบเตือนภัยจากส่วนกลาง เราส่งไปเพื่อให้ท้องถิ่นได้แจ้งเตือนว่า ประชาชนที่อยู่ในหมู่บ้านนั้นๆ ควรจะไปที่ศูนย์พักพิงจุดไหน ส่วนกลางไม่สามารถบอกได้ เพราะเราดูแลทั่วประเทศ ทั้ง 76 จังหวัด ดังนั้น จึงขอให้ท้องถิ่นตั้งวอร์รูมคู่ขนานกับส่วนกลาง เพื่อการประสานงานจะได้ใกล้ชิด ทั้งที่ส่วนกลางส่ง Cell Broadcast ไปตั้งแต่ 04.00-06.00 น. แต่ยังมีผู้เสียชีวิต นั่นหมายความว่า มันมีช่องว่างอะไรที่ไม่ไปถึงประชาชนหรือไม่ ซึ่งเราต้องดูว่า เหตุการณ์มันเป็นอย่างไร
ผู้สื่อข่าวถามว่า ก่อนหน้านี้มีการถอดบทเรียนกันค่อนข้างมาก กรณีน้ำท่วม อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ที่มีการถอดบทเรียน แต่ครั้งนี้ในภาคเหนือยังคงมีการท่วมอยู่จะมีแนวทางอย่างไร นายเสรี กล่าวว่า ประเด็นนี้ต้องยอมรับว่า โครงสร้างพื้นฐาน การเปลี่ยนแปลงสภาพการใช้ดินมันเปลี่ยนแปลงไปโดยสิ้นเชิง เมื่อก่อนอาจจะตก 100-200 มิลลิเมตร ยังไม่เห็นเป็นอะไรเลย แต่ตอนนี้ตก 60 มิลลิเมตรก็เป็นแล้ว สภาพที่เปลี่ยนไป ท้องถิ่นต้องประเมินให้ได้ว่า แต่ละพื้นที่รับน้ำได้ต่างกัน ตรงนี้เป็นประเด็นสำคัญที่ตนอยากจะเน้นว่า ท้องถิ่นต้องมีระบบเตือนภัยของตัวเอง ระบบประเมินความเสี่ยงของตนเอง ถ้าไม่เช่นนั้นปัญหาจะกลับมาอย่างนี้ตลอด มีผู้เสียชีวิต ผู้เสียหาย จำนวนสูงขึ้น ขณะที่รัฐบาลเองต้องมีนโยบายผลักดันเรื่องนี้ให้จริงจัง ตอนนี้ทุกอย่างมารวมที่ส่วนกลาง ซึ่งส่วนกลางก็เตือนเขาไม่ได้ เพราะเป็นพื้นที่เฉพาะ ใครสามารถเตือนได้ว่า ฝนตกเฉพาะ อ.ปัว 300 มิลลิเมตร ส่วนกลางก็เตือนในภาพเฉลี่ยว่า ฝนตก 60-80 มิลลิเมตร แต่ความจริงตก 300 มิลลิเมตร ซึ่งตรงนี้เป็นประเด็นสำคัญ
เมื่อถามว่า หากใช้โมเดลนี้ทั่วประเทศ จะทำให้ผู้เสียชีวิตน้อยลง และความเสียหายจะไม่หนักขนาดนี้ใช่หรือไม่ นายเสรี กล่าวว่า ถูกต้อง ถ้าพื้นที่เข้มแข็งและใกล้ชิดประชาชน แต่การที่จะเปลี่ยนผ่านให้เขาเข้มแข็ง ต้องใช้เวลา ต้องมีคน เครื่องมือ องค์ความรู้ ทั้งหมดนี้ถือเป็นเรื่องสำคัญ
เมื่อถามว่า วันที่ 23 ส.ค. นี้ ที่มีการคาดการณ์ว่า จะมีฝนมาอีกช่วงหนึ่ง มีจังหวัดไหนที่ต้องระวังบ้าง นายเสรี กล่าวว่า ในส่วนของภาคเหนือตอนล่าง รวมถึง จ.น่าน ต้องเฝ้าระวัง แต่อย่างไรก็ตามต้องคอยอัปเดตสถานการณ์ตั้งแต่ 21-22 ส.ค. ว่า เป็นเช่นไร เพื่อให้วันที่ 23 ส.ค. มีการคาดการณ์แม่นยำขึ้น



