เร่งเครื่องต่อ ทีมมิตซูบิชิ แรลลี่อาร์ต ภายใต้การสนับสนุนด้านเทคนิคจากมิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศญี่ปุ่น) แย้มแผนใหม่ เตรียมส่ง “ออล-นิว มิตซูบิชิ ปาเจโร” รถยนต์ครอสคันทรี เอสยูวี ตำนานราชาแห่งแรลลี่ ลงสู้ศึกการแข่งขันเอเชีย ครอสคันทรี แรลลี่ 2027 หรือ เอเอ็กซ์ซีอาร์ 2027 มุ่งเป้าคว้าแชมป์ประเภทโอเวอร์ออลสมัยที่ 3 ติดต่อกัน ตอกย้ำความสำเร็จบนเส้นทางมอเตอร์สปอร์ต พร้อมพิสูจน์สมรรถนะการขับขี่แบบออฟโรดของรถยนต์รุ่นไอคอนิกในสนามแข่งระดับนานาชาติอีกครั้ง
“ในการแข่งขัน เอเอ็กซ์ซีอาร์ 2027 เรามีแผนที่จะนำ ‘ออล-นิว มิตซูบิชิ ปาเจโร’ ซึ่งมีกำหนดเปิดตัวครั้งแรกของโลกในช่วงไตรมาสที่ 3 นี้ มาลงสนามเพื่อชิงชัยประเภทโอเวอร์ออลต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 โดยขณะนี้เราได้เตรียม
ความพร้อมไปแล้วประมาณ 30% และมีแผนเบื้องต้นที่จะส่ง ออล-นิว มิตซูบิชิ ปาเจโร จำนวน 2 คัน และ มิตซูบิชิ ไทรทัน1 จำนวน 1 คัน ลงการแข่งขันในปีหน้า” มร. ฮิโรชิ มาซูโอกะ ผู้อำนวยการทีมมิตซูบิชิ แรลลี่อาร์ต กล่าวในงานแถลงข่าว “เปิดกลยุทธ์ทีมมิตซูบิชิ แรลลี่อาร์ต หลังจบศึกการแข่งขัน AXCR 2026” เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม
ที่ผ่านมา “มอเตอร์สปอร์ตไม่ได้เป็นเพียงสนามแข่งขันที่เรามุ่งหวังแต่ชัยชนะเท่านั้น แต่ยังเป็นแหล่งสั่งสมประสบการณ์และองค์ความรู้ที่เราสามารถนำมาต่อยอดสู่การพัฒนารถยนต์สำหรับจำหน่ายจริงอีกด้วย ในการแข่งขันเช่นนี้ รถแข่งมิตซูบิชิ ไทรทัน แรลลี่คาร์ ต้องขับเคลื่อนด้วยความเร็วสูงบนเส้นทางที่หลากหลายและเต็มไปด้วยความท้าทาย ส่งผลให้ตัวรถต้องรองรับแรงกระแทกจากสภาพถนนอย่างหนัก ซึ่งในบางกรณีอาจสูงกว่าการใช้งานตามปกติของลูกค้าทั่วไปถึงกว่า 30 เท่า ดังนั้น หากรถสามารถผ่านบททดสอบจากสนามแข่งนี้ไปได้ ก็ย่อมสะท้อนถึงความแข็งแกร่งและสมรรถนะของรถยนต์ที่ส่งต่อถึงมือลูกค้าได้เป็นอย่างดี”
สำหรับการแข่งขัน เอเอ็กซ์ซีอาร์ 2026 ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 31 ในปีนี้ ทีมมิตซูบิชิ แรลลี่อาร์ต คว้าแชมป์ประเภท
โอเวอร์ออลมาได้อีกครั้ง ด้วยรถกระบะไทรทัน จำนวน 3 คัน (รุ่น T1 หรือรถยนต์ครอสคันทรีประเภทดัดแปลง) นับเป็นการรักษาแชมป์ไว้ได้เป็นสมัยที่ 2 ติดต่อกัน พร้อมจารึกประวัติศาสตร์หน้าใหม่ เมื่อคู่หูนักแข่งและผู้นำทางสัญชาติญี่ปุ่นอย่าง คัตสึฮิโกะ ทากูชิ และ ทาคาฮิโระ ยาสุอิ ขึ้นครองตำแหน่งสูงสุดในประเภทโอเวอร์ออลได้เป็นครั้งแรก
การแข่งขันครั้งนี้มีระยะทางรวมทั้งหมด 2,145.19 กิโลเมตร โดยมีระยะทางช่วงสเปเชียลสเตจ (SS)2 อยู่ที่ 921.80 กิโลเมตร ซึ่ง คัตสึฮิโกะ ทากูชิ คว้าชัยชนะประเภทโอเวอร์ออลด้วยเวลารวม 12 ชั่วโมง 58 นาที 20 วินาที ในขณะที่ คาสุโตะ โคอิเดะ จบการแข่งขันในอันดับที่ 27 ตามด้วย ชยพล โยธา ในอันดับที่ 36 ของประเภทโอเวอร์ออล







