ยูเครนกำลังเผชิญแรงกดดันให้จัดการเลือกตั้งประธานาธิบดี แม้ประเทศยังอยู่ภายใต้กฎอัยการศึกและสงครามกับรัสเซีย ประเด็นดังกล่าวกลับมาเป็นที่สนใจ หลังนายมิคาอิล เฟโดรอฟ อดีต รมว.กลาโหมยูเครน เรียกร้องให้มีการจัดการเลือกตั้งในช่วงสงคราม ขณะที่ประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน กล่าวว่า พร้อมจัดการเลือกตั้ง หากสหรัฐและชาติพันธมิตรยุโรปสามารถรับประกันความปลอดภัยของกระบวนการลงคะแนนได้


ยูเครนจัดการเลือกตั้งครั้งล่าสุดเมื่อปี 2562 และอยู่ภายใต้กฎอัยการศึกนับตั้งแต่รัสเซียเปิดฉากปฏิบัติการทางทหารเต็มรูปแบบเมื่อเดือน ก.พ. 2565 ทั้งนี้ กฎอัยการศึกห้ามจัดการเลือกตั้งด้วยเหตุผลด้านความมั่นคง ขณะที่แนวรบของยูเครนทอดยาวเป็นระยะทางไกลกว่า 1,200 กิโลเมตร และพื้นที่ต่าง ๆ ยังคงถูกโจมตีด้วยโดรนและขีปนาวุธของรัสเซียอย่างต่อเนื่อง

ประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน


หลายฝ่ายมองว่า อย่างน้อยที่สุดยูเครนจำเป็นต้องมีข้อตกลงหยุดยิงทางอากาศก่อนพิจารณาจัดการเลือกตั้งอย่างจริงจัง นอกจากนี้ รัฐบาลยังต้องจัดทำกรอบกฎหมายและกฎระเบียบใหม่ทั้งหมด ตั้งแต่กำหนดช่วงเวลาจัดการเลือกตั้ง วิธีลงคะแนน ไปจนถึงมาตรการรักษาความปลอดภัย ซึ่งอาจต้องใช้เวลาประมาณ 6 เดือน


อีกหนึ่งความท้าทายสำคัญคือการทำให้ชาวยูเครนหลายล้านคนสามารถใช้สิทธิได้อย่างทั่วถึง สถิติอย่างเป็นทางการ ณ สิ้นเดือน มิ.ย. ที่ผ่านมา ระบุว่า มีชาวยูเครนมากกว่า 4.4 ล้านคน ได้รับสถานะคุ้มครองชั่วคราวในสหภาพยุโรป (อียู) ทำให้รัฐบาลอาจต้องจัดตั้งหน่วยเลือกตั้งหลายร้อยแห่งในประเทศต่าง ๆ ของยุโรป ขณะเดียวกัน และยังมีประชาชนเกือบ 4 ล้านคนเป็นผู้พลัดถิ่นภายในประเทศ


นอกจากนี้ ชาวยูเครนราว 1 ล้านคนกำลังปฏิบัติหน้าที่ในกองทัพ การจัดให้ทหารสามารถลงคะแนนได้อย่างปลอดภัยในพื้นที่แนวหน้า ซึ่งเผชิญการโจมตีด้วยโดรนอย่างต่อเนื่อง จึงเป็นอีกประเด็นที่ต้องแก้ไขทั้งในทางปฏิบัติและกฎหมาย


ส่วนพื้นที่ซึ่งรัสเซียยึดครองซึ่งคิดเป็นประมาณ 19% ของดินแดนทั้งหมดในยูเครน ก็เป็นอีกหนึ่งปัญหาใหญ่ เนื่องจากมีชาวยูเครนวัยผู้ใหญ่ราว 4.5 ล้านคน อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าว และไม่สามารถเข้าถึงกระบวนการเลือกตั้งของรัฐบาลเคียฟได้ ขณะที่รัสเซียจัดการเลือกตั้งของตนเองในพื้นที่เหล่านี้เช่นกัน ซึ่งยูเครนประณามว่า เป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย

นายมิคาอิล เฟโดรอฟ


สำหรับโอกาสของเซเลนสกี หากมีการเลือกตั้งเกิดขึ้นจริง ผลสำรวจหลายสำนักยังชี้ว่า เขามีโอกาสชนะ โดยได้รับความนิยมประมาณ 60% แม้ลดลงจากช่วงต้นสงครามที่เคยสูงถึงราว 90% อย่างไรก็ตาม พล.อ.วาเลอรี ซาลุซนี อดีตผู้บัญชาการกองทัพยูเครน ซึ่งปัจจุบันเป็นเอกอัครราชทูตประจำสหราชอาณาจักร รวมถึง พล.ท.คีรีโล บูดานอฟ อดีตหัวหน้าหน่วยข่าวกรองทหาร ต่างถูกมองว่าเป็นคู่แข่งสำคัญ


ขณะเดียวกัน เฟโดรอฟ อดีต รมว.กลาโหม วัย 35 ปี ซึ่งถูกเซเลนสกีปลดจากตำแหน่งเมื่อเดือน ก.ค. ที่ผ่านมา ก็เริ่มมีคะแนนนิยมเพิ่มขึ้น และบางผลสำรวจถึงขั้นชี้ว่า พล.อ.ซาลุซนี หรือเฟโดรอฟ อาจมีโอกาสเอาชนะเซเลนสกีได้


แม้การจัดเลือกตั้งจะเป็นข้อเรียกร้องที่ได้รับความสนใจทั้งจากภายในและภายนอกประเทศ แต่สำหรับยูเครน การจัดเลือกตั้งท่ามกลางสงครามยังเต็มไปด้วยคำถามทั้งด้านความปลอดภัย กฎหมาย สิทธิของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง และความชอบธรรมของผลการเลือกตั้ง ซึ่งทำให้การเดินหน้าไปสู่คูหาเลือกตั้ง ยังไม่ใช่เรื่องที่ทำได้โดยง่าย.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS