บรรยากาศเต็มไปด้วยความโศกเศร้า ณ ศาลารัตนพราหมณ์ วัดยาง พระอารามหลวง สำหรับพิธีรดน้ำศพของอดีตพระเอกและพิธีกรชื่อดัง “เร แม๊คโดแนลด์” ที่จากไปอย่างกะทันหันในวัย 49 ปี จากภาวะเส้นเลือดหัวใจตีบ โดยมีเหล่าคนบันเทิงเดินทางมาร่วมไว้อาลัยกันอย่างล้นหลาม รวมถึงนักแสดงรุ่นใหญ่ “พีท ทองเจือ” ที่ได้เปิดใจหลังเสร็จสิ้นพิธี

โดย พีท เผยถึงความผูกพันอันยาวนานกับเรว่า “ความผูกพันกับเร จริงๆ แล้วเรเป็นน้องชาย ผมรู้จักน้องตั้งแต่ก่อนจะเข้าวงการ มันมาจากที่ว่าน้องชายคนเล็กของผมเป็นเพื่อนรุ่นเดียวกับเร ตอนที่เขาเด็กๆ อายุสักประมาณ 12-14 ขวบ เขาจะอยู่ที่บ้านผม ซึ่งบ้านผมจะอยู่ใกล้วัดนี้ ที่บ้านก็จะมีน้องๆ ที่มาเที่ยวเล่นอยู่ที่บ้าน เพราะที่บ้านเรามีพื้นที่เยอะ ก็มาทำกิจกรรม ขี่จักรยาน เล่นแข่งบอล ก็จะมีเร มีชาคริต แล้วก็มีน้องๆ คนอื่นๆ ที่ไม่ได้อยู่ในวงการ ตอนไทม์ไลน์นั้นน้องยังไม่ได้เป็นนักแสดง ยังไม่ได้เข้าสู่วงการ เราก็อยู่กับน้องๆ มาตั้งแต่เด็กๆ เราก็เห็นเขาเจริญเติบโตและมีพัฒนาการในตัวเอง จนกระทั่งเข้ามามีชื่อเสียงอยู่กับทางแกรมมี่ ทำรายการ เป็นนักแสดงเป็นพิธีกร และผันตัวเองไปเป็นผู้ที่ทำคอนเทนต์ใน YouTube

เราก็เห็นทุกการเจริญเติบโตจนกระทั่งเขามีครอบครัว มีน้อง เราก็อยู่กับเขามาตลอด เราเจอเรครั้งสุดท้ายเมื่อ 3-4 เดือนที่แล้ว แต่ว่าเพิ่งคุยกัน พอดีน้องเซญ่าได้พิตช์บทภาพยนตร์เรื่องหนึ่งเสร็จ แล้วก็วางตัวกับพี่เรเอาไว้ แล้วก็ส่งทุกอย่างให้เรดู เรก็ว้าวมากๆ แต่ก็ไม่ได้ทำงานร่วมกัน

โดยโปรเจกต์นี้เป็นภาพยนตร์ คาแรกเตอร์นี้ เรามองไว้ว่าเป็นพี่เรคนเดียว ตอนนี้ก็ยังไม่ได้คิดต่อว่าจะเอายังไงต่อไป ก็เป็นอะไรที่ตกใจแล้วก็ช็อกมาก และยังไม่ชินที่ได้เจอทุกๆ คนและผู้สื่อข่าวที่ได้ถามถึงน้องที่ไม่ได้อยู่กับเราแล้ว จริงๆ วันนี้คือวันที่คนสนิทกันนัดมาเจอกันตอน 4 โมงเย็น เพื่อที่จะมาเคารพศพ ก่อนที่จะเปิดให้ทุกคนเข้าไปเคารพศพได้ บรรยากาศข้างในก็ไม่ค่อยดีเท่าไหร่

ถามว่าได้มีโอกาสพูดอะไรกับเรตอนที่เขาไปไหม ผมบอกเขาตั้งแต่วันแรกที่เขาเสียชีวิต จุดธูปแล้วบอกเขาว่า ให้เขาพบกับการเดินทางที่ดี เรถือว่าเป็นคนหนึ่งที่คนในวงการรัก สำหรับเรา เรก็เป็นน้องชายที่เสมอต้นเสมอปลาย รู้จักตั้งแต่ก่อนที่เขาจะเข้าวงการบันเทิง แต่วันนั้นจนถึงวันนี้ เขาก็เป็นเรคนเดิม เราก็รักในตัวเขา วันนี้ก็มาซัพพอร์ตครอบครัวของน้องเร แล้วก็ร่วมกันส่งวิญญาณของเรไปในที่ที่ดีกว่าเดิม

ครั้งสุดท้ายที่ได้เจอเร เราก็เจอกันปกติ น้องก็ไม่ได้มีอาการอะไร สำหรับอาการต่างๆ ที่เราเห็นของน้อง ผมก็จะคุ้นเคยกับอาการของน้องอยู่แล้ว คาแรกเตอร์ของน้องจะเป็นคนที่น่ารักกวนๆ ในเจนของเขาเป็นอะไรที่ใหม่มากๆ ส่วนในไทม์ไลน์เราก็จะคุยกับคาแรกเตอร์น้อง ค่อนข้างจะโอเคไม่ได้มีปัญหาอะไรกับคาแรกเตอร์นี้

ถามว่าคนที่อยู่สามารถเรียนรู้อะไรจากที่เรทำได้บ้าง ง่ายๆ สั้นๆ เลย ชีวิตของทุกคนมันสั้นกว่าที่เราคิดไว้เยอะมากๆ โดยเฉพาะวาระต่างๆ สามารถเกิดขึ้นกับเราได้เหนือความคาดหมาย ก็อยากให้ทุกคนใช้ชีวิตที่เหลือให้มีความสุขดีกว่า อะไรที่มันท็อกซิกก็อย่าไปใช้เวลาอยู่กับมันมาก เพราะว่ามันไม่มีประโยชน์เลย สำหรับท่านผู้ชมที่เป็นแฟนของน้องเร หรือเอฟซี ก็ในไทม์ไลน์นี้ถ้าใครมีโอกาสได้สวดมนต์ได้ทำบุญใดๆ ขออนุญาตมอบผลบุญให้น้องเรด้วย

แล้วมีหลายคนมองว่าการสูญเสียครั้งนี้ เขามีบุญนะ ถามว่าเราเชื่อเรื่องนี้ไหม มันก็เป็นทฤษฎีความคิดที่น่าสนใจนะครับ แต่ว่าเขาไปสบายแบบนี้ก็โอเค ในรูปแบบความคิดมันคิดแบบนั้นได้ แต่ถ้าคิดก้าวข้ามไปขั้นหนึ่ง เราก็ต้องนึกถึง…คือเขาไปสบาย แล้วก็ให้กำลังใจในความรู้สึกของเรา ที่เรากำลังสูญเสียคนที่เราชอบ อันนี้ใช่ แต่ว่าเราก็ต้องนึกด้วยว่าครอบครัวอยู่ยังไง ผมเป็นห่วงตรงนั้นมากกว่า น้องก็กำลังโตกำลังน่ารัก ทุกอย่างกำลังดำเนินไปได้ด้วยดี ถ้ามีโอกาสใครที่สวดมนต์ตอนนี้ทำบุญตอนนี้ก็ส่งผลบุญไปช่วยให้เขาเดินทางไปอย่างสงบ แล้วก็ไปในที่ที่เขาอยากไป”