เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 21 ส.ค. นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ในฐานะประธานคณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งในพื้นที่ภาคเหนือ ลงพื้นที่ติดตามการฟื้นฟูเมืองในเขตเทศบาลเมืองน่าน (ถนนสุมนเทวราช-หน้ากาดศรีคำ) โดยได้ร่วมทำความสะอาดถนน และบ้านเรือน พร้อมให้กำลังใจอาสาสมัคร และภาคประชาสังคมที่ร่วมสนับสนุนภารกิจการฟื้นฟูในพื้นที่ 

สำหรับบรรยากาศการทำความสะอาดครั้งใหญ่ เพื่อฟื้นฟูตัวเมืองน่านบริเวณถนนสุมนเทวราช ด้านหน้าโรงแรมเทวราช เต็มไปด้วยความร่วมมือร่วมใจจากทุกภาคส่วน หลังจากที่ระดับน้ำลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยมีรถฉีดน้ำจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน กรมชลประทาน และเจ้าหน้าที่ทหาร เข้ามาสนับสนุนการฉีดชำระล้างคราบดินโคลน สำหรับการปฏิบัติภารกิจครั้งนี้มีทั้งเจ้าหน้าที่ทหารจิตอาสา เจ้าหน้าที่เทศบาล เจ้าหน้าที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) และประชาชนชาวน่านมาร่วมด้วย 

นายยศชนัน พร้อมด้วยนายชัยณรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัด (ผวจ.) น่าน ได้ร่วมทำความสะอาดอย่างใกล้ชิด นายยศชนัน เปิดเผยถึงความคืบหน้าด้านการให้ความช่วยเหลือ ว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ได้โทรศัพท์มาสอบถามและติดตามสถานการณ์ด้วยความเป็นห่วง โดยได้หารือกันถึงแผนการดำเนินงาน ซึ่งในวันนี้ยังอยู่ในระยะของการฟื้นฟูพื้นที่ แต่หลังจากนี้รัฐบาลจะเร่งเข้าสู่มาตรการเยียวยา และจ่ายเงินชดเชยให้กับผู้ประสบภัย เนื่องจากอุทกภัยในพื้นที่ภาคเหนือครั้งนี้ แม้น้ำจะท่วมขังเพียงไม่กี่วัน แต่ได้พัดพาดินโคลนเข้ามาสร้างความเสียหายเป็นจำนวนมาก จึงจำเป็นต้องมีมาตรการดูแลอย่างครอบคลุม ทั้งกลุ่มเกษตรกร และประชาชนที่ต้องซ่อมแซมบ้านเรือน โดยต้องบูรณาการความร่วมมือจากหลายกระทรวง 

นายยศชนัน กล่าวอีกว่า นายกฯ มีความตั้งใจที่จะลงพื้นที่จังหวัดน่านในสุดสัปดาห์นี้ เพื่อติดตามเรื่องการเยียวยาโดยเฉพาะ ทั้งนี้ หากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงการคลัง และกรมบัญชีกลาง สามารถบูรณาการการทำงานร่วมกันได้อย่างเป็นระบบ ก็จะช่วยลดขั้นตอน และระยะเวลาด้านเอกสารลงได้ ทำให้ประชาชนได้รับการเยียวยาอย่างรวดเร็ว ทั่วถึง และสามารถกลับมาใช้ชีวิตรวมถึงฟื้นฟูเศรษฐกิจได้ตามปกติโดยเร็วที่สุด

เมื่อถามถึงแผนระยะยาวในการป้องกันน้ำท่วมซ้ำซากในพื้นที่เศรษฐกิจจังหวัดน่าน นายยศชนัน กล่าวว่า ทางกรมชลประทานและทางจังหวัดได้มีการเสนอแผนรองรับไว้แล้ว โดยหลักการสำคัญคือต้องมีที่พักน้ำตามจุดต่างๆ เพื่อรองรับมวลน้ำที่ไหลลงมาจากที่สูง ไม่ว่าจะเป็นบ่อพักน้ำ แก้มลิง หรือฝายชะลอน้ำขนาดเล็ก ก่อนที่น้ำจะไหลลงมาถึงตัวเมือง นอกจากนี้ ยังเน้นย้ำถึงการนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ในการแจ้งเตือนภัย โดยยกระดับจากระบบ GIS สู่การทำ Digital Twin ซึ่งเป็นการร่วมมือกับภาคเอกชนในการนำข้อมูลจากสถานีโทรมาตร (เทคโนโลยีตรวจวัดค่าต่างๆ ในระยะไกล) ในจุดต่างๆ มาวิเคราะห์ เพื่อให้การแจ้งเตือนระดับน้ำผ่านแอปพลิเคชันมีความแม่นยำ ประชาชนสามารถเห็นข้อมูลที่เฉพาะเจาะจงในแต่ละพื้นที่ที่มีระดับความสูงต่ำต่างกัน และเตรียมรับมือกับสถานการณ์ได้อย่างทันท่วงที 

ภายหลังการให้สัมภาษณ์นายยศชนัน ร่วมประชุมวอร์รูม (War Room) ร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัด 17 จังหวัดภาคเหนือ ก่อนจะเดินทางไปลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์และให้ความช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่อำเภอปัว จังหวัดน่าน เป็นลำดับต่อไป