เมื่อวันที่ 21 ส.ค. ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายพงศกร ขวัญเมือง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการผลักดันร่าง พ.ร.บ.ป้องกันการกระทำความผิดซ้ำในความผิดเกี่ยวกับเพศหรือที่ใช้ความรุนแรง (พ.ร.บ.ป้องกันอาชญากรรมต่อเนื่อง) ว่า พรรคประชาธิปัตย์พูดถึง พ.ร.บ.ป้องกันอาชญากรรมต่อเนื่อง เน้นกรณีคนที่ทำผิดซ้ำ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอีกหลายๆ คดี จากปัญหาของนายเล่าต๋า แสนลี่ ราชายาเสพติดที่มีอิทธิพล มีเครือข่ายกว้าง โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ดำเนินการอย่างเต็มที่ นำไปสู่กระบวนการยุติธรรมที่พิพากษาโดยศาลให้จำคุกตลอดชีวิต แต่สุดท้ายติดคุกเพียง 8-9 ปี ก็ได้ออกมา
คนที่พิพากษาคือศาลหรือกระทรวงยุติธรรม หรือนักการเมือง เพราะนายเล่าต๋าได้รับการอภัยโทษทั้งหมด 6 ครั้ง ในระยะเวลาประมาณ 7 ปี จากจำคุกตลอดชีวิตหรือเปรียบเทียบประมาณ 50 ปี แต่จำคุกจริงประมาณ 9 ปี ซึ่งต่างกันมาก นายเล่าต๋าได้รับการปล่อยตัวเร็วขนาดนี้ สาเหตุแรกคือกระบวนการเลื่อนชั้นนักโทษ โดยในเรือนจำจะมีนักโทษทั้งหมด 6 ชั้น คือชั้นเยี่ยม ชั้นดีมาก ชั้นดี ชั้นกลาง ชั้นต้องปรับปรุง และชั้นต้องปรับปรุงมาก หากเป็นนักโทษชั้นเยี่ยมอย่างกรณีของนายเล่าต๋านั้น 1 เดือน จะมีการสะสมวันโบนัสลดวันจำคุกได้ 5 วัน ลดหลั่นกันตามชั้นของนักโทษ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ นักโทษในเรือนจำอยากประพฤติดีอยากพัฒนาตัวเองและอยากได้รับการลดวันจำคุก
2.กระบวนการอภัยโทษ ยังมีกระบวนการออกพระราชกฤษฎีกาอภัยโทษโดยนักการเมือง คือ รมว.ยุติธรรม ที่สามารถแก้ไขรายชื่อได้ ออกบัญชีแนบท้าย สามารถกำหนดหลักเกณฑ์ได้และนำเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อออกเป็นพระราชกฤษฎีกาต่อไป กรณีนี้เป็นปัญหาทั่วโลก แต่สหรัฐเมริกา และแคนาดา มองว่าเป็นปัญหาจึงแก้ไขกฎหมาย TRUS Intensensing หรือ TIS กำหนดเพดานขั้นต่ำให้นักโทษต้องรับโทษ 85% ของบทลงโทษ
ประเทศไทยต้องถอยกลับมา มองว่าจะทำอย่างไรให้คดีอุกฉกรรจ์ร้ายแรง คดียาเสพติดโดยเฉพาะรายใหญ่ต้องรับโทษจริง ไม่ควรอ้างความชราภาพทำให้ไม่ต้องรับโทษ พรรคประชาธิปัตย์มองเห็นปัญหานี้และไม่อยากให้สังคมเกิดค่านิยมส่งเสริมให้คนแก่ไปค้ายาเพราะติดคุกไม่นานก็ออกมาใช้เงินที่ซุกซ่อนไว้อย่างสุขสบาย จึงขอเสนอให้ออก พ.ร.บ.บังคับโทษตามจริงตามคำพิพากษาเหมือนอเมริกา หรือแคนาดา หรือจะแก้ไขกฎกระทรวง เรื่องของกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับราชทัณฑ์ซึ่งเราจะดำเนินการต่อแน่นอน ต้องไม่ให้สิ่งที่บอกว่า ตำรวจเสี่ยงตายจับ ศาลลงดาบพิพากษา แต่สุดท้ายนักการเมืองไขประตูปล่อย เกิดขึ้นในประเทศไทย
สิ่งที่รัฐบาลควรทำ อย่างแรกไม่ควรออกพระราชกฤษฎีกาลดโทษให้ผู้ค้ายาเสพติดรายใหญ่ สองคือต้องทบทวนกระบวนการเลื่อนชั้นนักโทษ ซึ่งต้องยอมรับว่าผู้มีอิทธิพล หรือผู้ค้ายารายใหญ่มีเงินมาก ดังนั้นต้องตรวจสอบเส้นทางทางการเงินว่า ทำไมคนเหล่านี้ซึ่งส่วนใหญ่เป็นนักโทษชั้นเยี่ยมหมดเลย ดังนั้นกรมราชทัณฑ์ใช้หลักเกณฑ์อะไรพิจารณา และรู้จริงขนาดไหน เพราะคนที่ประเมินคือเจ้าหน้าที่ด้านในคุก ซึ่งไม่มีใครเห็นสิ่งที่อยู่ด้านใน ดังนั้นต้องดูดีๆ พิจารณาจากอะไร เที่ยงธรรมหรือไม่
“กรณีของนายเล่าต๋าหากสมมุติว่าเขาเป็นนักโทษชั้นเยี่ยมสะสมจำนวนวันลดการติดคุกได้ทั้งหมด 10 ปี สมมุตินับตั้งแต่วันแรก ก็สะสมได้เฉลี่ย แค่ 400 กว่าวัน หรือสามารถออกจากคุกได้เร็วกว่าประมาณปีกว่าๆ แต่วันนี้เขาติดคุกแค่ 9 ปี จากการจำคุกตลอดชีวิต ที่เปรียบเทียบว่าน่าจะอยู่ที่ประมาณ 50 ปี ดังนั้นเขาจึงควรติดคุก 49 ปี แต่ปัญหาหลักคือการขออภัยโทษที่เสนอโดยนักการเมือง” นายพงศกร กล่าว
เมื่อถามต่อว่า รมว.ยุติธรรม ระบุว่าเกณฑ์ที่ใช้ในการปรับโทษ หรือ ลดโทษให้กับ นายเล่าต๋า มีการบังคับใช้มาตั้งแต่ปี 2563 นายพงศกร กล่าวว่า นายเล่าต๋ามีการขออภัยโทษตั้งแต่ปี 2562 ดังนั้นอย่าให้มีบัญชีแนบท้ายที่เสนอให้คนที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดได้รับการอภัยโทษ คดีอุกฉกรรจ์ร้ายแรง คดีค้ายาเสพติดที่เป็นรายใหญ่ แม้จะทำตัวดี หรือขออภัยโทษ แต่สุดท้ายห้ามรับโทษต่ำกว่า 85% ของบทลงโทษ ดังนั้นถ้าอิงตามคำตัดสินของนายเล่าต๋า ติดคุกตลอดชีวิตหรือราวๆ 50 ปี ก็จะเท่ากับว่าต้องติดคุกจริงประมาณ 45 ปี ก็จะลดเรื่องอิทธิพลที่จะใช้กระทำความผิดได้



