เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 21 ส.ค. 69 ห้องประชุมเอ็มเพรส แกรนด์ฮอลล์ ดิ เอ็มเพรส โฮเทล กรุ๊ป แอนด์ คอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ อ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่ นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รมช.มหาดไทย เป็นประธานเปิดประชุมเชิงปฏิบัติการขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านความมั่นคงตามนโยบายรัฐบาลในระดับพื้นที่ รุ่นที่ 2 (ภาคเหนือ) ร่วมกับผู้ว่าราชการภาคเหนือ พล.ต.ต.ธนะรัชต์ ชุ่มสวัสดิ์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 พล.ต.ต.พงศธร เครียดธฤมาล รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 6 หัวหน้าส่วนราชการ ผู้บังคับการ นายอำเภอ ผู้กำกับการ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม

นายเจเศรษฐ์ กล่าวว่า การเวิร์กช็อปในวันนี้ เพื่อยกระดับการปฏิบัติการสร้างความสงบเรียบร้อยในสังคม ตามนโยบาย “บำบัดทุกข์ บำรุงสุข พิทักษ์สันติราษฎร์ พิฆาตยาเสพติด พิชิตอันธพาล” ของนายกฯ และ รมว.มหาดไทย นำความรู้ความสามารถของนายอำเภอและผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรมาถอดบทเรียนเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อพี่น้องประชาชนและประเทศชาติ ใน 9 ประเด็นความมั่นคง ได้แก่ 1.การบุกรุกที่ดินสาธารณะ 2.อาชญากรรมทางด้านเทคโนโลยี 3.ธุรกิจที่ใช้คนไทยเป็นตัวแทนอำพราง 4.การฟอกเงิน 5.ผู้มีอิทธิพล 6.หนี้นอกระบบ 7.ความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว 8.การเชื่อมโยงข้อมูลด้านความมั่นคง และ 9.ยาเสพติด

3 ประเด็นความมั่นคงที่ต้องทำให้เกิดผลเป็นรูปธรรมอย่างเร่งด่วน คือ การปราบปรามยาเสพติด อาวุธปืน และผู้กระทำความผิดทางเพศ โดยในส่วนของปัญหา “ยาเสพติด” ให้นายอำเภอ-ผู้กำกับสถานีตำรวจภูธร จับคู่ดูโอบูรณาการประสานความร่วมมือ ขยายผลทั้งมิติป้องกัน ปราบปราม และบำบัดฟื้นฟู ให้เป็นไปในทิศทางเดียวกันทั้งจังหวัด เพื่อทำให้ปัญหายาเสพติดลดน้อยลงไปได้มากกว่าที่จะแยกกันทำคนละส่วน

ส่วนเรื่องอาวุธปืน มีทั้งข้อดีและข้อเสีย ข้อดีที่ตนเคยสัมผัสด้วยตนเองสมัยยังเด็ก คือ การที่ที่บ้านครอบครองอาวุธปืนถูกกฎหมาย เวลาโจรเข้าบ้าน ต้องยิงปืนขึ้นฟ้าเพื่อข่มขู่ แล้วผู้ร้ายก็ออกจากบ้าน ซึ่งในประเทศไทย ยังมีความจำเป็นต้องครอบครองอาวุธปืนเพื่อปกป้องชีวิตและทรัพย์สินของพวกเขา ดังนั้น จึงต้องหาทางออกว่า จะเดินไปทางทิศทางใด ขอให้สะท้อนมาตรการควบคุมการออกใบอนุญาต รวมถึงปืนสวัสดิการ

สำหรับ การป้องกันการกระทำความผิดทางเพศ ที่ส่วนใหญ่ก็จะเป็นผู้ที่เคยได้รับโทษติดคุกในคดีดังกล่าวมาก่อน และเมื่อกลับเข้ามาในสังคม กลับมีพฤติกรรมที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น กรณีที่จังหวัดอุทัยธานี มีคนร้ายเคยติดคุกคดีการกระทำความผิดทางเพศ 2 ครั้ง พอออกมาก็ไถฟีดเฟซบุ๊ก จนไปเจอน้องนักเรียน ม.5 กระทั่งรู้วิถีชีวิตของน้อง กระทั่งก่อเหตุนำอาวุธมีดดักเส้นทางการเดินทางจากบ้านไปโรงเรียน แม้นักเรียนคนดังกล่าวจะพยายามหลบหนี สุดท้ายก็ถึงแก่ชีวิต เราต้องบูรณาการป้องกันไม่ให้บุคคลเหล่านี้ก่อเหตุได้อีกอย่างเด็ดขาด ต้องยืดอกหลังตรงในการกำจัดคนเหล่านี้ออกไปจากสังคม