การรอคอยที่คุ้มค่าที่สุด! กับการกลับมาให้พรีมาดอนน่าไทย (Primadonna: ชื่อแฟนคลับอย่างเป็นทางการ) ได้เติมพลังดนตรีอย่างเต็มอิ่ม ในคอนเสิร์ต ‘2026 FTISLAND TOUR 0 — XIX — III ‘FaTe’ in BANGKOK’ ของศิลปิน K-ROCK ระดับตำนาน FTISLAND (เอฟที ไอส์แลนด์) โดยผู้จัดไฟแรงที่ควรค่าแก่การจับตามอง O.N worldwideที่เนรมิตพื้นที่แห่งการฟื้นคืนจิตวิญญาณของชาวร็อกให้เกิดขึ้น ณ เอ็มซีซี ฮอลล์ เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ งามวงศ์วาน ความสุข ความผูกพัน ตลอด 19 ปีถูกเติมเต็มด้วยเอเนอร์จี้เกินร้อย!
พร้อมประกาศก้องว่าพวกเขา FTISLAND ยังอยู่ตรงนี้เสมอ พร้อมเขียนประวัติศาสตร์แห่งดนตรีและเสียงเพลงของพวกเขาให้มีมนต์ขลังมากยิ่งขึ้น ด้วยเวทีการแสดงที่สด ใหม่ เหนือความคาดหมาย ให้ตราตรึงใน ‘FaTe’ นี้ จาก 3 สมาชิกวง นำโดย “อีฮงกี” นักร้องนำผู้มีเสียงร้องอันเป็นเอกลักษณ์ “อีแจจิน” มือเบสสุดวิชวล และ “ชเวมินฮวาน” มือกลอง

เปิดโชว์แรกให้ชาวเกาะได้เปิดโสตประสาทด้วยความตื่นเต้นการเปิดตัวอย่างลึกลับของ “ฮงกี” และการปรากฏตัวของ 2 หนุ่ม แจจินและมินฮวานพร้อมด้วยเพลงแรกที่กระชากความสนุกให้เริ่มขึ้นทันที กับ SATISFACTION (KOR Ver.) ตามมาด้วย HOURGLASS และ Sage ที่ทั้งโปรดักชัน แสง สี เสียงและการเพอร์ฟอร์แมนซ์ดนตรีสด เสียงร้องทรงพลังของฮงกีประสานกับแจจินบอกได้ทันทีว่านี่แหละ คอนเสิร์ต FTISLAND ที่แฟนๆ คิดถึงก่อนที่พวกเขาจะทักทายชาว “พรีมาดอนน่า”ที่ยังคงตื่นตากับบรรยากาศใหม่ๆ ที่พวกเขาตั้งใจเนรมิตขึ้นมา บอกความตั้งใจโดย“ฮงกี” ว่า“ทุกเพลงที่พวกเราเตรียมมาวันนี้เป็นข้อความที่พวกเราอยากจะสื่อถึงทุกคน
เพราะฉะนั้นทุกคนต้องร้องตามและร่วมสนุกไปพร้อมกันนะครับ”ก่อนจะตบท้ายเป็นภาษาไทยว่า “เก่งจังเลย” แล้วรันความสนุกกันต่อ กับ LIMITLESS และ Starlight ที่ฮงกีวิ่งลงไปไฮป์ชาวเกาะตั้งแต่ด้านหน้าเวทีไปจนถึงสุดปลายฮอลล์เติมพลังใจพร้อมแล้ว ก็ถึงเวลาเติมความร็อกกันต่อ กับเพลง No.3 (JP ver.)และ Broken เสิร์ฟดนตรีและเพลงยุคใหม่แบบอัดแน่นมาแล้ว

ถึงเวลาให้ชาวเกาะได้ผ่อนคลายกับเพลงที่คุ้นใจ ฟังแบบสบายๆด้วยดนตรีแบบอะคูสติก กับ Love Love Loveที่ทุกคนต้องร้องตามด้วยฟีลลิ่งเศร้าเท่านั้น! ต่อด้วย Thunder, Cloudที่มีจังหวะปรบมือของทุกคนคลอไปด้วยกัน และ Rising Starที่พรีมาดอนน่าไทยถูกศิลปินแซวไม่หยุดเพราะร้องเพลงไม่ตรงคีย์ดนตรีเดือดขึ้นเรื่อยๆ ในขณะเดียวกันช่วงทอล์กจากพวกเขาก็ทำเอาชาวเกาะขำหน้าสั่น
เรียกว่าเอ็นจอยโมเมนต์ทุกวินาที ทั้งในเพลง Summer Night’s Dream และ Falling Star ที่พวกเขาสลับกันลงมาวิ่งไปรอบๆ ฮอลล์
ซึ่งจังหวะนี้นอกจากความวิชวลของพวกเขาในระยะประชิดยังได้เห็นฮงกีสลับไปตีกลองและเล่นเบส ขณะที่แจจินก็ทำหน้าที่รัวกีตาร์
ทำให้เวทีนี้สนุกมากยิ่งขึ้นความมันส์เกินพิกัดที่อะไรก็ยั้งไม่อยู่ ณ คอนเสิร์ตแห่งนี้นับจากวินาทีนี้เป็นต้นไปชาวพรีมาดอนน่าไทยนั่งไม่ติดเก้าอี้ออกโบยบินไปกับดนตรีที่หนักแน่นของพวกเขา ทั้ง PRAY, GIANTS และTHUNDERSTORM ก่อนจะมาถึงช่วงเวลาซาบซึ้ง ในเพลง ARIGATOที่ทุกคนพร้อมกันชูโปรเจกต์ดาวสีเหลือง ที่มีข้อความของแฟนๆแต่ละคนเขียนเอาไว้เป็นอีกหนึ่งความทรงจำที่มอบให้หนุ่มๆ FTISLAND เก็บไปเติมพลังใจกันต่อ

จากนั้นดาวสีเหลืองอร่ามก็ถูกโบกสะบัดพลิ้วไหวไปตามดนตรีที่ทั้งหนักแน่นและทรงพลัง มันส์กันต่อแบบนันสต็อปไปจนจบช่วงเวลาอังกอร์ นับตั้งแต่ Champagne, Love in the City, Freedom และLET’S SEIZE THE DAY เป็นการปิดจบคอนเสิร์ตที่แฟนๆ นั่งไม่ติดเก้าอี้พร้อมกระโดดและร้องตามอย่างสุดเสียงไปกับทุกบีตที่ FTISLAND ส่งมาถึงจนวินาทีสุดท้ายที่พวกเขารวมตัวโค้งขอบคุณ
เสียงร้องเชียร์ยังคงดังกึกก้องทั่วทั้งฮอลล์ เป็นสัญญาณว่าแฟนๆพรีมาดอนน่าชาวไทย พร้อมออกเดินทางไปสู่ปีที่ 20 กับ FTISLAND
ให้สมกับความทุ่มเทในการยืนหยัดในการเป็น “ศิลปิน” ของพวกเขาที่มอบทั้งพลังงานความสุขประสบการณ์ที่คุ้มค่าทุกวินาทีที่ได้ฟังเพลงจากดนตรีและเสียงร้องจากพวกเขาสมกับการเป็นตำนาน K-ROCKที่ลมหายใจนี้ช่วยต่อชีวิตและสร้างแรงบันดาลใจให้กับแฟนเพลงของพวกเขาเสมอมาและตลอดไป






